<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 20 มกราคม 2567 ) เวลา 06.00 น. วันนี้ถึง 06.00 น.ของวันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ....ตอนบนของภาค อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

ลูกสามีคนแรกพุ่มพวง ฟ้องหนังบิดเบือน


หนัง "พุ่มพวง" จบไม่สวย ลูกสาว “ธีระพล” สามีคนแรกราชินีลูกทุ่งเดินหน้าฟ้องสหมงคลฟิล์มของ "เสี่ยเจียง" อัดเนื้อหาบิดเบือนใสร้ายพ่อเป็นคนใจดำไม่ดูแลเมียยามป่วย ทั้งที่ความจริงพ่อโดนยิงตายไปกว่า 20 ปี แจงเหตุฟ้องไม่หวังเงินทอง แต่ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีพ่อ

           กลายเป็นเรื่องราวลุกลามออกไปถึงขั้นที่จะฟ้องร้องเป็นคดีความเมื่อภาพยนตร์เรื่อง “พุ่มพวง” ลงโรงฉายตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม โดยความวุ่นวายที่เกิดขึ้นมีต้นเหตุมาจากเนื้อหาของภาพยนตร์ "พุ่มพวง" ได้เล่าถึงฉากชีวิตของนายธีระพล แสนสุข สามีคนแรกของราชินีลูกทุ่งในลักษณะเป็นคนใจไม้ไส้ระกำ ไม่ดูดำดูดี แม้กระทั่งตอนภรรยาป่วย ซึ่งเรื่องดังกล่าวทำให้นางสุนีย์ อยู่คะเชนทร์ หรือตุ๊กตา ลูกสาวนายธีระพล ประกาศฟ้องร้องบริษัทสร้างภาพยนตร์ เนื่องจากไม่พอใจในเนื้อหาภาพยนตร์เป็นอย่างมาก พร้อมระบุว่า เป็นเรื่องที่บิดเบือนความเป็นจริง เนื่องจากในช่วงสุดท้ายของชีวิต "พุ่มพวง ดวงจันทร์" ขณะเจ็บป่วยนั้น  พ่อถูกยิงเสียชีวิตไปเกือบ 20 ปีแล้ว
 
             นางสุนีย์ กล่าวว่า วันนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ทำให้มีกำลังใจที่จะลุกขึ้นสู้เพื่อความถูกต้องของพ่อ ทั้งนี้ยืนยันว่า จะไม่หยุดแค่ตรงนี้อย่างแน่นอน เพราะถ้าไม่ออกมาหยุดหนังเรื่องนี้อีก 5-10 ปีข้างหน้าจะรู้ได้อย่างไรว่า จะไม่มีคนเอามาทำซ้ำอีก โดยฝ่ายคนสร้างหนังเคยบอกว่า เรื่องที่ผ่านมาๆ บทของนายธีระพลแย่กว่านี้อีก แต่อยากชี้แจงว่าภาพยนตร์ตอนอื่นๆ ที่เคยสร้างมาไม่ได้ให้ความสำคัญในจุดนี้มากนัก

            "ตั้งแต่พ่อเสียชีวิตดิฉันออกมาจากวงการ ทุกวันนี้อยู่กับสามีรับราชการที่ อ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อยู่กันอย่างพอเพียง ไม่ได้ลำบากอะไร  จึงไม่ได้คิดจะเอากระดูกคุณพ่อมากิน แม้แต่สามีที่อยู่ด้วยกันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า คุณพ่อดิฉันเป็นอะไรกับคุณพุ่มพวง เพราะพ่อดิฉันไม่ใช่คนสาธารณะ เขาไม่ใช่ศิลปิน นักร้อง ดารา ที่ต้องให้คนรู้จัก คุณพ่อเป็นปุถุชนคนธรรมดา ต้องมีทั้งดีและไม่ดี ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบที่สุด" นางสุนีย์กล่าว
นางสุนีย์ กล่าวต่อว่า ถึงวันนี้ที่ต้องออกมาพูด เพราะได้ไปดูภาพยนตร์เรื่อง”พุ่มพวง” ตั้งแต่วันแรกที่ออกโรงฉาย  ครั้งแรกรู้สึกดีเพราะหนังให้เกียรติพ่อเป็นตัวเอก ทำให้คนได้รู้จักนายธีระพล แต่พอฉากท้ายๆ กลับนำข้อมูลเท็จกับความบันเทิงของคนดูมาบวกเข้าด้วยกัน โดยไม่สนใจว่า ทายาทของพ่อ หรือพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่จะคิดอย่างไร เมื่อเห็นฉากสุดท้ายตอนที่พุ่มพวงไม่สบาย โดยในหนังบอกว่า พ่อไม่สนใจไปดูแล ปล่อยให้เมียทำงานหนักเป็นลมบนเวที ขณะที่ตัวเองไปอยู่กับผู้หญิง ซึ่งเป็นคนที่ทั้งพ่อและพุ่มพวงรู้จักดี แต่ในความเป็นจริง ตอนที่พุ่มพวงป่วยหนักนั้น พ่อตายไปเกือบ 20 ปีแล้ว แต่คนสร้างหนังมานำเสนออย่างนี้ จึงอยากรู้ว่าต้องการอะไร

           “พอเราลุกขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่พ่อ แทนที่จะขอโทษเรากลับมาออกข่าวโจมตีว่า ทำไปเพื่ออยากได้เงิน ถ้าอยากได้เงินจริงคงไม่ต้องทำอย่างนี้หรอก แค่เดินทางไปพบแล้วยื่นข้อเสนอขอเงินแล้วกลับบ้านจะง่ายกว่าไหม พูดอย่างนี้เหมือนทำร้ายคนที่ตายไปแล้ว ยังไม่พอ ยังจะมาทำร้ายลูกสาวเขาอีก” นางสุนีย์กล่าว

           ส่วนข่าวที่ออกมาว่า บริษัทสร้างหนังยักษ์ใหญ่ “สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล” และ “บริษัท บาแรมยู จำกัด” มาพูดคุยติดต่อนั้น นางสุนีย์กล่าวยืนยันว่า  ไม่เคยมาติดต่อ หรือพูดคุยอะไรตามที่เป็นข่าว ส่วนประเด็นที่บริษัทอ้างว่า ประกาศหาตัวทายาทหรือญาติของพ่อผ่านสื่อออนไลท์ฉบับหนึ่งแต่ไม่มีใครติดต่อกลับมา ซึ่งตรงนี้อยากถามว่า คนทำมาหากินไม่มีโอกาสอ่านหนังสือพิมพ์ออนไลท์นั้นมีความผิดหรือไม่ ถ้าจริงใจ และมีเจตนาดีจริง ทำไมไม่ออกประกาศผ่านสื่อหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เพราะตนรับหนังสือพิมพ์ทุกวันอยู่แล้ว
            “ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เอกสารต่างๆเ พื่อเตรียมยื่นฟ้อง คาดว่าอีกเร็วๆ นี้ เมื่อทุกอย่างพร้อมจะยื่นฟ้องบริษัทผู้สร้างหนัง “พุ่มพวง” นี้อย่างแน่นอน” นางสุนีย์กล่าวด้วยน้ำเสียงสะอื้น
แหล่งที่มาของข่าว
หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น