เชียงใหม่ขึ้นแท่นจังหวัดที่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่สูงสุด สัญญาณก้าวสำคัญสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
.
ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ของเราต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการจัดการแหล่งกำเนิดฝุ่นและการหาแนวทางลดมลพิษในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาระบบการเดินทางและการคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านทางเลือกการเดินทาง พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของประชาชน และทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาร่วมติดตามข้อมูลนี้ และมองถึงโอกาสที่เชียงใหม่จะนำความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาต่อยอดการพัฒนาเมืองให้เติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนครับ
หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัด คือการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า เชียงใหม่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV (Battery Electric Vehicle) สูงถึง 42.7% ของรถยนต์จดทะเบียนใหม่ทั้งหมด สูงที่สุดในประเทศ แซงหน้ากรุงเทพมหานครที่มีสัดส่วน 39.8% ขณะที่จังหวัดสงขลามีสัดส่วน 39.1% สุราษฎร์ธานี 37.8% และเชียงราย 37.1%
สำหรับรถ BEV เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน 100% และไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียขณะใช้งาน การที่รถยนต์ประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในเชียงใหม่ จึงเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามอง ทั้งในแง่ของทางเลือกในการเดินทาง การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และความตื่นตัวต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม
ผมมองว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของเชียงใหม่ได้ชัดเจนขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา 4 ด้าน และทิศทางการพัฒนาที่จังหวัดควรเดินหน้าต่อไป
(1) คนเชียงใหม่กำลังเปิดรับทางเลือกใหม่ ท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อม
เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง การดูแลคุณภาพอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน การที่ประชาชนหันมาเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการลดมลพิษจากการเดินทางในเขตเมือง เพราะรถ BEV ไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียขณะขับขี่ อย่างไรก็ตาม การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมยังต้องพิจารณาแหล่งผลิตไฟฟ้าและวงจรชีวิตของรถยนต์ด้วย
แน่นอนว่าเราไม่อาจสรุปได้ว่าทุกคนเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 เพียงอย่างเดียว เพราะการตัดสินใจยังเกี่ยวข้องกับราคา ค่าใช้จ่าย ความสะดวก และความเหมาะสมในการใช้งานของแต่ละคน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เป็นสัญญาณให้เห็นว่า ผู้บริโภคในเชียงใหม่กำลังเปิดรับทางเลือกใหม่ในการเดินทางมากขึ้น
ดังนั้นการดูแลสิ่งแวดล้อมจึงสามารถเริ่มต้นได้จากการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของประชาชน ควบคู่กับการดำเนินงานของภาครัฐในการแก้ไขปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ อย่างจริงจัง
(2) รถยนต์ไฟฟ้ากับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนเชียงใหม่
อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอธิบายการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า คือรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแหล่งธุรกิจในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บางกลุ่มได้เป็นอย่างดี การชาร์จไฟที่บ้านหรือสถานีชาร์จระหว่างวันช่วยเพิ่มความสะดวก และอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินทาง อัตราค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการชาร์จ และรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน
ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา และการท่องเที่ยวของภาคเหนือ เชียงใหม่มีผู้คนหลากหลายกลุ่มที่ต้องการเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ ทั้งผู้ประกอบการ คนทำงาน คนรุ่นใหม่ และผู้ที่เข้ามาพำนักระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดมีโอกาสเติบโตต่อไป ซึ่งข้อมูลการจดทะเบียนจึงเป็นอีกหนึ่งตัวชี้ให้เห็นถึงทิศทางของตลาด และเป็นข้อมูลที่ควรนำมาประกอบการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและบริการของจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป
(3) โอกาสของเชียงใหม่ในการเป็นหมุดหมายสำคัญของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า
เมื่อสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถใหม่ของเชียงใหม่อยู่ในระดับสูง ย่อมเป็นข้อมูลที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาขยายธุรกิจในภูมิภาคได้ ผมมองว่านี่เป็นโอกาสที่เชียงใหม่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในภาคเหนือ ทั้งด้านการจำหน่ายรถยนต์ การให้บริการหลังการขาย การพัฒนาสถานีชาร์จ และบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับค่ายรถยนต์ ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และผู้ประกอบการด้านพลังงาน ข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคเป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน หากมีการพัฒนาโครงข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่เมือง แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างอำเภอ และจุดพักรถสำคัญ ควบคู่กับบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น
ซึ่งการเติบโตของตลาดนี้จึงเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และพัฒนาบริการสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่ภาคธุรกิจมองเห็นศักยภาพในการลงทุน และประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนา ทั้งในด้านบริการ ความสะดวกในการเดินทาง และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
(4) การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นทางเลือกของทุกคน
แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการลดมลพิษจากท่อไอเสีย แต่การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ส่วนบุคคลยังมาพร้อมกับโจทย์เรื่องการจราจรติดขัด การใช้พื้นที่ถนน และความต้องการพื้นที่จอดรถ เชียงใหม่จึงต้องเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงพื้นที่สำคัญของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีทางเลือกในการเดินทาง ไม่ว่าจะมีรถยนต์ส่วนตัวหรือไม่ก็ตาม เรื่องนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาเมืองในระยะยาว เพราะการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควรเป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีกำลังซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น
ภาครัฐจึงต้องทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อพัฒนาระบบขนส่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ควบคู่กับการส่งเสริมยานยนต์ที่สะอาดขึ้น และการวางแผนเมืองที่ช่วยให้ผู้คนเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่ได้รับอนุมัติให้มีการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินการ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิง และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งที่สะอาดจะต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาเส้นทางและการให้บริการที่สะดวก เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่
(5) หมุดหมายใหม่ของเชียงใหม่ สู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เชียงใหม่มียอดจดทะเบียนสะสม 10,528 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 13,103 คัน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 หรือเพิ่มขึ้น 2,575 คัน คิดเป็นประมาณ 24.5% ภายในระยะเวลา 5 เดือน โดยเชียงใหม่ยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศในกลุ่มจังหวัดที่ไม่รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามข้อมูลชุดดังกล่าว เมื่อพิจารณาร่วมกับสัดส่วนรถยนต์ BEV จดทะเบียนใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่สูงถึง 42.7% จะเห็นได้ว่าเชียงใหม่มีข้อมูลหลายช่วงเวลาที่ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานของแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว
สิ่งสำคัญคือ การนำแนวโน้มที่เกิดขึ้นมาต่อยอดให้เป็นประโยชน์ต่อจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อนในการเปิดรับทางเลือกใหม่ ภาคเอกชนเป็นกำลังสำคัญในการลงทุนและพัฒนาบริการ ส่วนภาครัฐต้องสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสาธารณะ และการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไป
ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีโอกาสก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การเดินทาง และการดูแลสิ่งแวดล้อม เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าหรือดึงดูดธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาในจังหวัด แต่คือการพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่ผู้คนเดินทางได้สะดวก มีทางเลือกที่เหมาะสม เศรษฐกิจเติบโต และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ดังนั้นการพัฒนาเมืองควรเริ่มจากการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง และนำโอกาสเหล่านั้นมาต่อยอดผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีและการเติบโตทางเศรษฐกิจสร้างประโยชน์แก่ประชาชน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด สำหรับตัวผมเองก็เลือกใช้รถยนต์ตู้พลังงานไฟฟ้า (EV) และจดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่เช่นกัน เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มต้นได้จากการตัดสินใจและการลงมือทำของเราเอง
และนี่คือหมุดหมายสำคัญที่ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่จะร่วมมือกันขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีโอกาส และการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืนครับ
ทศพล เผื่อนอุดม
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ / ๒๑ ต.ค. ๒๕๖๙ /





























