<<<<<..... พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย วันนี้ 2 ต.ค.69 /00:00 น. วันนี้ ถึง 00:00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

26 ต.ค. 2569

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ผู้ป่วยสุดช้ำ เงินหายในร.พ ขณะถูกส่งตัวไปเอ็กซเรย์กลับมา เงินหาย กล้องวงจรปิด รพ. แจ้งเสียอีก ทั้งสองตัว รพ.บอกผู้ป่วยต้องรับผิดชอบตัวเอง

 

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ผู้ป่วยสุดช้ำ เงินหายในโรงพยาบาล ขณะถูกส่งตัวไปเอ็กซเรย์ กลับมา เงินหาย กล้องวงจรปิดทาง รพ แจ้งเสียทั้งสองตัว และแจ้งอีก ให้ผู้ป่วยรับผิดชอบและระมัดระวังป้องกันตัวเอง

.

วันที่ 26 ตค 69 ทางผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากผู้ป่วย และเป็นผู้เสียหายด้วย แจ้งว่า เงงินได้หายใน โรงพยาบาลพื้นที่  แห่งหนึ่ง ใน จ. เชียงใหม่ ขณะถูกนำตัวไปห้องเอ็กซเรย์ พอเจ้าหน้าที่ส่งตัวกลับมายังจุดที่นอนผู้ป่วย ปรากฏว่า กระเป๋าสะพาย ภายในมีเงินสดประมาณ 2 พันกว่าบาทได้หายไป สอบถามผู้ป่วยใกล้เคียงรวมทั้งเจ้าหน้าที่ของ รพ. ก็ไม่มีใครเห็นและรู้เรื่อง สอบถามเรื่อ่งกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่า กล้องในจุดนี้เสียไปนานแล้ว 2 ตัว ไม่สามารถใช้การได้ ผู้ป่วยที่มา รพ แห่งนี้ต้องรับผิดชอบทรัพย์สินของตนเอง ระมัดระวัง หรือต้องมีญาติมาคอยดูแล

.

นางขันแก้ว เทวีทรัพย์ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที 31/1 หมู่ 5 ต ท่ากว้าง อ สารภี เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ป่วยทรัพย์สินสูญ หายใน รพ. ได้เปิดเผยว่่า ตนนั้นเกิดอุบัติเหตุเมื่อวานนี้ ทำให้กระดูกที่แขนหัก ต่อทางทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย นำตัวส่ง มายังโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใน  จ.เชียงใหม่ และ เนื่องจากตนเคยผ่าตัดมาก่อนหน้านั้นแล้ว จึงไม่สามารถที่จะผ่าตัดกระดูกซ้าสองได้ ทาง รพ. จึงได้ให้ตนนอนเพื่อรอดูผล และได้ให้เจ้าหน้าที่ส่งตัวตนไปยังห้องเอ็กซเรย์

.

กลับมาที่เตียงนอน ซึ่งเป็นห้องผู้ป่วยรวมข้างนอก ซึ่งตนได้เอากระเป๋าสะพายสีดำ วางไว้บนหัวเตียง กลับมาปรากฏว่า กระเป๋าได้หายไปแล้ว มีเงินในกรเป๋าประมาณ 2 พันกว่าบาท สอบถามผู้ป่วยใกล้เคียงและเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีใครรู้เรื่อง ได้สอบถามเจ้าหน้าที่เรื่องกล้องวงจรปิด ก็ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ รพ ว่า กล้องเสียทั้งสองตัว ไม่สามารถตรวจสอบได้ และเจ้าหน้าที่ยังบอกให้ผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่ รพ แห่งนี้ต้องรับผิดชอบตนเองหรือให้ญาติคอยเฝ้าดูแลเอง ตนเสียใจมากจึงได้แจ้งให้ญาติแจ้งไปยัง พนักงานสอบสวน สภ สารภี เชียงใหม่

.

ต่อมาทางพนักงานสอบสวน สภ .สารภี เชียงใหม่ ได้มาสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว และจะได้ดำเนินการติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีกันต่อไป โดยจะให้ชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องใกล้ที่เกิดเหตุรวมทั้งบริเวณนอก รพ เส้นทางตามจุดต่าง ๆ ที่จะมาที่ รพ ว่าคนร้ายมีใครถือกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย เพื่อจะได้เป็นเบาะแสในการติดตามตัวมาดำเนินคดีกันต่อไป

.

ขอบคุณ ภาพ - ข่าว โดย : วัตร บ้านเมือง  กลุ่มไลน์ "ข่าวด่วน"





✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ล็อกเป้า 7 ราย คดีตัดนางพญาเสือโคร่งดอยปุย รอง ผบช.ภ.5 ลั่นฟันไม่เลี้ยง จ่อออกหมายจับ ไม่มีเงียบ

 

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ล็อกเป้า 7 ราย คดีตัดนางพญาเสือโคร่งดอยปุย รอง ผบช.ภ.5 ลั่นฟันไม่เลี้ยง จ่อออกหมายจับ ไม่มีเงียบ
.
คดีตัดต้นนางพญาเสือโคร่ง ดอยปุย - UPDATE 26 ต.ค. 2569
.
เชียงใหม่ - คดีตัดต้นนางพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทย บริเวณพลับพลาที่ประทับทรงงานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 จุดชมวิวดอยปุย บ้านม้งดอยปุย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ยังเดินหน้าไม่มีเงียบ

จุดเริ่มต้นมาจากการแชร์ภาพเปรียบเทียบ Before/After บนโซเชียลมีเดียเชียงใหม่ ระหว่าง 18-23 ต.ค. ภาพก่อนตัดเป็นเนินเขาสีชมพูแน่นเต็มด้วยดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งรอบพลับพลา ส่วนภาพหลังตัดกลายเป็นเนินโล่งเห็นแต่ดิน ตอไม้ และท่อนไม้กองเกลื่อน

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุยเข้าตรวจสอบพบไม้ยืนต้นรวม 15 ต้นถูกตัดแปรรูปเป็น 46 ท่อน ในจำนวนนี้เป็นต้นนางพญาเสือโคร่ง 11 ต้น รวม 40 ท่อน ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ชาวบ้านร่วมปลูกมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและพื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มจิตอาสาประมาณ 40-50 คนที่เข้ามาช่วยงานในพื้นที่เป็นประจำ ก่อนหน้านี้ขออนุญาตด้วยวาจาให้ทำความสะอาดบริเวณพลับพลา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทำกินของราษฎรตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 โดยเจ้าหน้าที่อนุญาตแค่ทำความสะอาดและปรับภูมิทัศน์เท่านั้น ไม่ได้อนุญาตให้ตัดต้นไม้ กลุ่มอ้างเห็นต้นไม้บังพลับพลา กังวลใบไม้ร่วงทำให้รกรุงรัง จึงตัดและวางเรียงเตรียมปลูกดอกไม้ พร้อมขอโทษ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยืนยันว่าต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ไทม์ไลน์:
- 22 ต.ค. 69: อุทยานฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์
- 24 ต.ค. 69: พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบช.ภ.5 เรียกประชุมด่วน แบ่งผู้เกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม: 1.นักการเมืองท้องถิ่น 2.เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายปกครองและเทศบาล 3.ชาวบ้านร่วมตัด 4.ผู้สั่งการเบื้องหลัง มีภาพถ่ายขณะเกิดเหตุและพยานบุคคล
- 25 ต.ค. 69: พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงค์ฯ เผยสอบพยาน 1 ปาก พบผู้กระทำผิดชัดเจน 1 ราย เชิญเพิ่ม 2-4 ปาก เตรียมขอหมายจับ / รมว.สุชาติ ชมกลิ่น เผยล็อกเป้า 7 ราย จากคลิป-ภาพถ่าย
- 26 ต.ค. 69: บูรณาการลงพื้นที่อีกรอบ จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง อุทยานฯ เทศบาลเมืองสุเทพ ตำรวจภูธรภาค 5 สภ.ภูพิงค์ฯ เก็บหลักฐานเพิ่ม (ภาพโดย แจ็คนักข่าวเชียงใหม่)

สถานะคดี: ล็อกเป้า 7 ราย / พบผู้กระทำผิดชัดเจน 1 ราย / เตรียมออกหมายจับ
ข้อหา: พ.ร.บ.อุทยานฯ 2562 / พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 / พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ 2507
.
ขอบคุณ ภาพ - ข่าว โดย : แจ็คนักข่าวเชียงใหม่ ลงพื้นที่จริง 26 ต.ค. 69 
.














21 ต.ค. 2569

พ่อเมืองเชียงใหม่ ชื่นชม เชียงใหม่ขึ้นแท่นจังหวัดที่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่สูงสุด สัญญาณก้าวสำคัญสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

 

เชียงใหม่ขึ้นแท่นจังหวัดที่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่สูงสุด สัญญาณก้าวสำคัญสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

.

ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ของเราต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการจัดการแหล่งกำเนิดฝุ่นและการหาแนวทางลดมลพิษในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาระบบการเดินทางและการคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านทางเลือกการเดินทาง พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของประชาชน และทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาร่วมติดตามข้อมูลนี้ และมองถึงโอกาสที่เชียงใหม่จะนำความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาต่อยอดการพัฒนาเมืองให้เติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนครับ


หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัด คือการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า เชียงใหม่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV (Battery Electric Vehicle) สูงถึง 42.7% ของรถยนต์จดทะเบียนใหม่ทั้งหมด สูงที่สุดในประเทศ แซงหน้ากรุงเทพมหานครที่มีสัดส่วน 39.8% ขณะที่จังหวัดสงขลามีสัดส่วน 39.1% สุราษฎร์ธานี 37.8% และเชียงราย 37.1%

สำหรับรถ BEV เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน 100% และไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียขณะใช้งาน การที่รถยนต์ประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในเชียงใหม่ จึงเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามอง ทั้งในแง่ของทางเลือกในการเดินทาง การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และความตื่นตัวต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม


ผมมองว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของเชียงใหม่ได้ชัดเจนขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา 4 ด้าน และทิศทางการพัฒนาที่จังหวัดควรเดินหน้าต่อไป

(1) คนเชียงใหม่กำลังเปิดรับทางเลือกใหม่ ท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อม

เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง การดูแลคุณภาพอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน การที่ประชาชนหันมาเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการลดมลพิษจากการเดินทางในเขตเมือง เพราะรถ BEV ไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียขณะขับขี่ อย่างไรก็ตาม การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมยังต้องพิจารณาแหล่งผลิตไฟฟ้าและวงจรชีวิตของรถยนต์ด้วย

แน่นอนว่าเราไม่อาจสรุปได้ว่าทุกคนเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 เพียงอย่างเดียว เพราะการตัดสินใจยังเกี่ยวข้องกับราคา ค่าใช้จ่าย ความสะดวก และความเหมาะสมในการใช้งานของแต่ละคน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เป็นสัญญาณให้เห็นว่า ผู้บริโภคในเชียงใหม่กำลังเปิดรับทางเลือกใหม่ในการเดินทางมากขึ้น

ดังนั้นการดูแลสิ่งแวดล้อมจึงสามารถเริ่มต้นได้จากการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของประชาชน ควบคู่กับการดำเนินงานของภาครัฐในการแก้ไขปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ อย่างจริงจัง

(2) รถยนต์ไฟฟ้ากับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนเชียงใหม่

อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอธิบายการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า คือรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแหล่งธุรกิจในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บางกลุ่มได้เป็นอย่างดี การชาร์จไฟที่บ้านหรือสถานีชาร์จระหว่างวันช่วยเพิ่มความสะดวก และอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินทาง อัตราค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการชาร์จ และรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน

ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา และการท่องเที่ยวของภาคเหนือ เชียงใหม่มีผู้คนหลากหลายกลุ่มที่ต้องการเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ ทั้งผู้ประกอบการ คนทำงาน คนรุ่นใหม่ และผู้ที่เข้ามาพำนักระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดมีโอกาสเติบโตต่อไป ซึ่งข้อมูลการจดทะเบียนจึงเป็นอีกหนึ่งตัวชี้ให้เห็นถึงทิศทางของตลาด และเป็นข้อมูลที่ควรนำมาประกอบการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและบริการของจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป

(3) โอกาสของเชียงใหม่ในการเป็นหมุดหมายสำคัญของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถใหม่ของเชียงใหม่อยู่ในระดับสูง ย่อมเป็นข้อมูลที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาขยายธุรกิจในภูมิภาคได้ ผมมองว่านี่เป็นโอกาสที่เชียงใหม่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในภาคเหนือ ทั้งด้านการจำหน่ายรถยนต์ การให้บริการหลังการขาย การพัฒนาสถานีชาร์จ และบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับค่ายรถยนต์ ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และผู้ประกอบการด้านพลังงาน ข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคเป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน หากมีการพัฒนาโครงข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่เมือง แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างอำเภอ และจุดพักรถสำคัญ ควบคู่กับบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น

ซึ่งการเติบโตของตลาดนี้จึงเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และพัฒนาบริการสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่ภาคธุรกิจมองเห็นศักยภาพในการลงทุน และประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนา ทั้งในด้านบริการ ความสะดวกในการเดินทาง และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

(4) การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นทางเลือกของทุกคน

แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการลดมลพิษจากท่อไอเสีย แต่การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ส่วนบุคคลยังมาพร้อมกับโจทย์เรื่องการจราจรติดขัด การใช้พื้นที่ถนน และความต้องการพื้นที่จอดรถ เชียงใหม่จึงต้องเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงพื้นที่สำคัญของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีทางเลือกในการเดินทาง ไม่ว่าจะมีรถยนต์ส่วนตัวหรือไม่ก็ตาม เรื่องนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาเมืองในระยะยาว เพราะการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควรเป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีกำลังซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น

ภาครัฐจึงต้องทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อพัฒนาระบบขนส่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ควบคู่กับการส่งเสริมยานยนต์ที่สะอาดขึ้น และการวางแผนเมืองที่ช่วยให้ผู้คนเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่ได้รับอนุมัติให้มีการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินการ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิง และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งที่สะอาดจะต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาเส้นทางและการให้บริการที่สะดวก เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่

(5) หมุดหมายใหม่ของเชียงใหม่ สู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เชียงใหม่มียอดจดทะเบียนสะสม 10,528 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 13,103 คัน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 หรือเพิ่มขึ้น 2,575 คัน คิดเป็นประมาณ 24.5% ภายในระยะเวลา 5 เดือน โดยเชียงใหม่ยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศในกลุ่มจังหวัดที่ไม่รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามข้อมูลชุดดังกล่าว เมื่อพิจารณาร่วมกับสัดส่วนรถยนต์ BEV จดทะเบียนใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่สูงถึง 42.7% จะเห็นได้ว่าเชียงใหม่มีข้อมูลหลายช่วงเวลาที่ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานของแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว

สิ่งสำคัญคือ การนำแนวโน้มที่เกิดขึ้นมาต่อยอดให้เป็นประโยชน์ต่อจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อนในการเปิดรับทางเลือกใหม่ ภาคเอกชนเป็นกำลังสำคัญในการลงทุนและพัฒนาบริการ ส่วนภาครัฐต้องสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสาธารณะ และการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไป


ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีโอกาสก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การเดินทาง และการดูแลสิ่งแวดล้อม เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าหรือดึงดูดธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาในจังหวัด แต่คือการพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่ผู้คนเดินทางได้สะดวก มีทางเลือกที่เหมาะสม เศรษฐกิจเติบโต และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดังนั้นการพัฒนาเมืองควรเริ่มจากการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง และนำโอกาสเหล่านั้นมาต่อยอดผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีและการเติบโตทางเศรษฐกิจสร้างประโยชน์แก่ประชาชน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด สำหรับตัวผมเองก็เลือกใช้รถยนต์ตู้พลังงานไฟฟ้า (EV) และจดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่เช่นกัน เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มต้นได้จากการตัดสินใจและการลงมือทำของเราเอง


และนี่คือหมุดหมายสำคัญที่ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่จะร่วมมือกันขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีโอกาส และการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืนครับ

ทศพล เผื่อนอุดม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ / ๒๑ ต.ค. ๒๕๖๙ /

#ผู้ว่าทศพล 



15 ต.ค. 2569

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ตชด.335 ปะทะเดือดกลุ่มค้ายาชายแดน ยึดไอซ์-คีตามีน ล็อตใหญ่รวม 259 กก. กลางป่าแม่แตง

 

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ตชด.335 ปะทะเดือดกลุ่มค้ายาชายแดน ยึดไอซ์-คีตามีน ล็อตใหญ่รวม 259 กก. กลางป่าแม่แตง

กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 335 (ตชด.335) เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดของกลางไอซ์และคีตามีนน้ำหนักรวม 259 กิโลกรัม บริเวณเส้นทางธรรมชาติ บ้านห้วยมะริด หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่รอยต่ออำเภอเชียงดาวเข้ามายังอำเภอแม่แตง โดยใช้การเดินเท้าหลบเลี่ยงด่านตรวจบูรณาการร่วมบ้านแก่งปันเต๊า

ปฏิบัติการดังกล่าว นำโดย พ.ต.ต.วีรวัฒน์ ตาแก้วยัง ผู้บังคับกองร้อย ตชด.335 นำกำลังเข้าซุ่มสกัดกั้นในพื้นที่เป้าหมายตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มชายต้องสงสัยประมาณ 15–20 คน แบกกระสอบเป้ดัดแปลงและพกอาวุธเดินผ่านเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงเปิดไฟฉายส่งสัญญาณแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่อีกฝ่ายเพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการปะทะและยิงตอบโต้กันเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมเพื่อควบคุมพื้นที่ไว้ตลอดคืน จนกระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุ พบกระสอบเป้สะพายหลังดัดแปลงตกกระจายอยู่รอบบริเวณรวม 15 เป้ ตรวจสอบภายในพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 120 กิโลกรัม และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 139 กิโลกรัม โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีรายงานเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งไปยัง บก.ตชด.ภาค 3 อำเภอแม่แตง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ก่อนบันทึกการตรวจยึดและส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่แตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.








✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะตลาดต้นลำไย เพื่อสุขภาวะและความปลอดภัยของประชาชน

 

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะตลาดต้นลำไย เพื่อสุขภาวะและความปลอดภัยของประชาชน

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายพิศุทธ์ พิศุทธกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่สังเกตการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดเก็บขยะบริเวณพื้นที่สาธารณะตลาดต้นลำไย ภายหลังจากการคืนพื้นที่ดังกล่าว 

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ โดย งานรักษาความสงบเรียบร้อย (เทศกิจ) ได้อำนวยความสะดวกในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำและดูแลความปลอดภัยของผู้ที่สัญจรบริเวณดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดเข้าทำการจัดเก็บขยะมูลฝอย และฉีดล้างทำความสะอาดพื้นผิวถนนและพื้นที่โดยรอบเพื่อสุขอนามัยที่ดี ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สัญจรได้อย่างปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความสะอาดให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว สอดรับกับมาตรการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน