<<<<<..... พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย วันนี้ 2 ต.ค.69 /00:00 น. วันนี้ ถึง 00:00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

21 ต.ค. 2569

พ่อเมืองเชียงใหม่ ชื่นชม เชียงใหม่ขึ้นแท่นจังหวัดที่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่สูงสุด สัญญาณก้าวสำคัญสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

 

เชียงใหม่ขึ้นแท่นจังหวัดที่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่สูงสุด สัญญาณก้าวสำคัญสู่สังคมคาร์บอนต่ำ

.

ในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ของเราต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหานี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งการจัดการแหล่งกำเนิดฝุ่นและการหาแนวทางลดมลพิษในระยะยาว รวมถึงการพัฒนาระบบการเดินทางและการคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านทางเลือกการเดินทาง พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของประชาชน และทิศทางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด ผมจึงอยากชวนทุกท่านมาร่วมติดตามข้อมูลนี้ และมองถึงโอกาสที่เชียงใหม่จะนำความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาต่อยอดการพัฒนาเมืองให้เติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนครับ


หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัด คือการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 พบว่า เชียงใหม่มีสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ หรือ BEV (Battery Electric Vehicle) สูงถึง 42.7% ของรถยนต์จดทะเบียนใหม่ทั้งหมด สูงที่สุดในประเทศ แซงหน้ากรุงเทพมหานครที่มีสัดส่วน 39.8% ขณะที่จังหวัดสงขลามีสัดส่วน 39.1% สุราษฎร์ธานี 37.8% และเชียงราย 37.1%

สำหรับรถ BEV เป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน 100% และไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียขณะใช้งาน การที่รถยนต์ประเภทนี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในเชียงใหม่ จึงเป็นแนวโน้มที่น่าจับตามอง ทั้งในแง่ของทางเลือกในการเดินทาง การเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และความตื่นตัวต่อปัญหาสิ่งแวดล้อม


ผมมองว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของเชียงใหม่ได้ชัดเจนขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณา 4 ด้าน และทิศทางการพัฒนาที่จังหวัดควรเดินหน้าต่อไป

(1) คนเชียงใหม่กำลังเปิดรับทางเลือกใหม่ ท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อม

เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่ต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง การดูแลคุณภาพอากาศจึงเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน การที่ประชาชนหันมาเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการลดมลพิษจากการเดินทางในเขตเมือง เพราะรถ BEV ไม่มีการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียขณะขับขี่ อย่างไรก็ตาม การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมยังต้องพิจารณาแหล่งผลิตไฟฟ้าและวงจรชีวิตของรถยนต์ด้วย

แน่นอนว่าเราไม่อาจสรุปได้ว่าทุกคนเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพราะปัญหาฝุ่น PM2.5 เพียงอย่างเดียว เพราะการตัดสินใจยังเกี่ยวข้องกับราคา ค่าใช้จ่าย ความสะดวก และความเหมาะสมในการใช้งานของแต่ละคน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เป็นสัญญาณให้เห็นว่า ผู้บริโภคในเชียงใหม่กำลังเปิดรับทางเลือกใหม่ในการเดินทางมากขึ้น

ดังนั้นการดูแลสิ่งแวดล้อมจึงสามารถเริ่มต้นได้จากการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของประชาชน ควบคู่กับการดำเนินงานของภาครัฐในการแก้ไขปัญหามลพิษจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ อย่างจริงจัง

(2) รถยนต์ไฟฟ้ากับวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของคนเชียงใหม่

อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยอธิบายการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า คือรูปแบบการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือแหล่งธุรกิจในเขตเมืองและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บางกลุ่มได้เป็นอย่างดี การชาร์จไฟที่บ้านหรือสถานีชาร์จระหว่างวันช่วยเพิ่มความสะดวก และอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางการเดินทาง อัตราค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายในการชาร์จ และรูปแบบการใช้งานของแต่ละคน

ในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจ การศึกษา และการท่องเที่ยวของภาคเหนือ เชียงใหม่มีผู้คนหลากหลายกลุ่มที่ต้องการเทคโนโลยีและบริการใหม่ ๆ ทั้งผู้ประกอบการ คนทำงาน คนรุ่นใหม่ และผู้ที่เข้ามาพำนักระยะยาว ปัจจัยเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัดมีโอกาสเติบโตต่อไป ซึ่งข้อมูลการจดทะเบียนจึงเป็นอีกหนึ่งตัวชี้ให้เห็นถึงทิศทางของตลาด และเป็นข้อมูลที่ควรนำมาประกอบการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและบริการของจังหวัดให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไป

(3) โอกาสของเชียงใหม่ในการเป็นหมุดหมายสำคัญของธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า

เมื่อสัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดรถใหม่ของเชียงใหม่อยู่ในระดับสูง ย่อมเป็นข้อมูลที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาขยายธุรกิจในภูมิภาคได้ ผมมองว่านี่เป็นโอกาสที่เชียงใหม่จะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในภาคเหนือ ทั้งด้านการจำหน่ายรถยนต์ การให้บริการหลังการขาย การพัฒนาสถานีชาร์จ และบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับค่ายรถยนต์ ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ และผู้ประกอบการด้านพลังงาน ข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคเป็นปัจจัยหนึ่งที่ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน หากมีการพัฒนาโครงข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่เมือง แหล่งท่องเที่ยว เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างอำเภอ และจุดพักรถสำคัญ ควบคู่กับบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ ก็จะช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น

ซึ่งการเติบโตของตลาดนี้จึงเป็นโอกาสในการดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และพัฒนาบริการสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยเป้าหมายสำคัญคือการทำให้เชียงใหม่เป็นพื้นที่ที่ภาคธุรกิจมองเห็นศักยภาพในการลงทุน และประชาชนได้รับประโยชน์จากการพัฒนา ทั้งในด้านบริการ ความสะดวกในการเดินทาง และโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น

(4) การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ต้องเป็นทางเลือกของทุกคน

แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการลดมลพิษจากท่อไอเสีย แต่การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ส่วนบุคคลยังมาพร้อมกับโจทย์เรื่องการจราจรติดขัด การใช้พื้นที่ถนน และความต้องการพื้นที่จอดรถ เชียงใหม่จึงต้องเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้สะดวก ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และเชื่อมโยงพื้นที่สำคัญของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มมีทางเลือกในการเดินทาง ไม่ว่าจะมีรถยนต์ส่วนตัวหรือไม่ก็ตาม เรื่องนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาเมืองในระยะยาว เพราะการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควรเป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะผู้ที่มีกำลังซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น

ภาครัฐจึงต้องทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อพัฒนาระบบขนส่งที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง ควบคู่กับการส่งเสริมยานยนต์ที่สะอาดขึ้น และการวางแผนเมืองที่ช่วยให้ผู้คนเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งปัจจุบัน จังหวัดเชียงใหม่ได้รับอนุมัติให้มีการใช้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการดำเนินการ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดการพึ่งพาพลังงานเชื้อเพลิง และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบขนส่งที่สะอาดจะต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาเส้นทางและการให้บริการที่สะดวก เข้าถึงได้ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนเชียงใหม่

(5) หมุดหมายใหม่ของเชียงใหม่ สู่สังคมคาร์บอนต่ำ

ข้อมูลจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ยังแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าสะสมในจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เชียงใหม่มียอดจดทะเบียนสะสม 10,528 คัน และเพิ่มขึ้นเป็น 13,103 คัน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 หรือเพิ่มขึ้น 2,575 คัน คิดเป็นประมาณ 24.5% ภายในระยะเวลา 5 เดือน โดยเชียงใหม่ยังคงครองอันดับ 1 ของประเทศในกลุ่มจังหวัดที่ไม่รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑลตามข้อมูลชุดดังกล่าว เมื่อพิจารณาร่วมกับสัดส่วนรถยนต์ BEV จดทะเบียนใหม่ในเดือนสิงหาคม 2569 ที่สูงถึง 42.7% จะเห็นได้ว่าเชียงใหม่มีข้อมูลหลายช่วงเวลาที่ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นหลักฐานของแนวโน้มการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่ข้อยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว

สิ่งสำคัญคือ การนำแนวโน้มที่เกิดขึ้นมาต่อยอดให้เป็นประโยชน์ต่อจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม โดยประชาชนเป็นแรงขับเคลื่อนในการเปิดรับทางเลือกใหม่ ภาคเอกชนเป็นกำลังสำคัญในการลงทุนและพัฒนาบริการ ส่วนภาครัฐต้องสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสาธารณะ และการพัฒนาเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนไป


ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีโอกาสก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การเดินทาง และการดูแลสิ่งแวดล้อม เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าหรือดึงดูดธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาในจังหวัด แต่คือการพัฒนาเชียงใหม่ให้เป็นเมืองที่ผู้คนเดินทางได้สะดวก มีทางเลือกที่เหมาะสม เศรษฐกิจเติบโต และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดังนั้นการพัฒนาเมืองควรเริ่มจากการมองเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริง และนำโอกาสเหล่านั้นมาต่อยอดผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เทคโนโลยีและการเติบโตทางเศรษฐกิจสร้างประโยชน์แก่ประชาชน ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด สำหรับตัวผมเองก็เลือกใช้รถยนต์ตู้พลังงานไฟฟ้า (EV) และจดทะเบียนที่จังหวัดเชียงใหม่เช่นกัน เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มต้นได้จากการตัดสินใจและการลงมือทำของเราเอง


และนี่คือหมุดหมายสำคัญที่ทุกภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่จะร่วมมือกันขับเคลื่อน เพื่อพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีโอกาส และการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจังหวัดอย่างยั่งยืนครับ

ทศพล เผื่อนอุดม

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ / ๒๑ ต.ค. ๒๕๖๙ /

#ผู้ว่าทศพล 



15 ต.ค. 2569

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ตชด.335 ปะทะเดือดกลุ่มค้ายาชายแดน ยึดไอซ์-คีตามีน ล็อตใหญ่รวม 259 กก. กลางป่าแม่แตง

 

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ตชด.335 ปะทะเดือดกลุ่มค้ายาชายแดน ยึดไอซ์-คีตามีน ล็อตใหญ่รวม 259 กก. กลางป่าแม่แตง

กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 335 (ตชด.335) เปิดปฏิบัติการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดของกลางไอซ์และคีตามีนน้ำหนักรวม 259 กิโลกรัม บริเวณเส้นทางธรรมชาติ บ้านห้วยมะริด หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านเป้า อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่รอยต่ออำเภอเชียงดาวเข้ามายังอำเภอแม่แตง โดยใช้การเดินเท้าหลบเลี่ยงด่านตรวจบูรณาการร่วมบ้านแก่งปันเต๊า

ปฏิบัติการดังกล่าว นำโดย พ.ต.ต.วีรวัฒน์ ตาแก้วยัง ผู้บังคับกองร้อย ตชด.335 นำกำลังเข้าซุ่มสกัดกั้นในพื้นที่เป้าหมายตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มชายต้องสงสัยประมาณ 15–20 คน แบกกระสอบเป้ดัดแปลงและพกอาวุธเดินผ่านเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงเปิดไฟฉายส่งสัญญาณแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มคนร้ายได้เปิดฉากยิงใส่อีกฝ่ายเพื่อเปิดทางหนี ทำให้เกิดการปะทะและยิงตอบโต้กันเป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนที่เสียงปืนจะสงบลง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ขอกำลังเสริมเพื่อควบคุมพื้นที่ไว้ตลอดคืน จนกระทั่งรุ่งเช้าวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. ได้เข้าตรวจค้นพื้นที่เกิดเหตุ พบกระสอบเป้สะพายหลังดัดแปลงตกกระจายอยู่รอบบริเวณรวม 15 เป้ ตรวจสอบภายในพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) จำนวน 120 กิโลกรัม และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (คีตามีน) จำนวน 139 กิโลกรัม โดยเหตุการณ์นี้ไม่มีรายงานเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งไปยัง บก.ตชด.ภาค 3 อำเภอแม่แตง เพื่อตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน ก่อนบันทึกการตรวจยึดและส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรแม่แตง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.








✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะตลาดต้นลำไย เพื่อสุขภาวะและความปลอดภัยของประชาชน

 

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดระเบียบและทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะตลาดต้นลำไย เพื่อสุขภาวะและความปลอดภัยของประชาชน

วันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายพิศุทธ์ พิศุทธกุล รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่สังเกตการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดเก็บขยะบริเวณพื้นที่สาธารณะตลาดต้นลำไย ภายหลังจากการคืนพื้นที่ดังกล่าว 

ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ โดย งานรักษาความสงบเรียบร้อย (เทศกิจ) ได้อำนวยความสะดวกในการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำและดูแลความปลอดภัยของผู้ที่สัญจรบริเวณดังกล่าว พร้อมกันนี้ได้จัดเจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดเข้าทำการจัดเก็บขยะมูลฝอย และฉีดล้างทำความสะอาดพื้นผิวถนนและพื้นที่โดยรอบเพื่อสุขอนามัยที่ดี ปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สัญจรได้อย่างปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นด้านความสะอาดให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว สอดรับกับมาตรการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน




















14 ต.ค. 2569

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ช่วง 1–13 ตุลาคม 2569 รวม 9 คดี ยึดยาบ้ากว่า 26.5 ล้านเม็ด

 

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ช่วง 1–13 ตุลาคม 2569 รวม 9 คดี ยึดยาบ้ากว่า 26.5 ล้านเม็ด

.

วันนี้ (14 ต.ค. 69) พล.ต.ท.ปรัชญา ประสานสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยนายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการความร่วมมือระหว่างตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงาน ป.ป.ส. แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 ผ่านระบบออนไลน์ร่วมกับหน่วยจับกุมในสังกัด ณ อาคารสโมสรคุ้มแก้ว–ขวัญดาว ตำรวจภูธรภาค 5 อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

.

ผลการดำเนินงานในช่วงวันที่ 1–13 ตุลาคม 2569 สามารถจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญได้รวม 9 คดี ของกลางยาบ้ากว่า 26.5 ล้านเม็ด ไอซ์ 637 กิโลกรัม และเคตามีน 10 กิโลกรัม โดยมีผู้ต้องหา 11 คน และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด 11 คัน

.

สำหรับคดีสำคัญมี 4 คดีที่นำเสนอในครั้งนี้ ได้แก่

1. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 จับกุมผู้ต้องหา 1 คน พร้อมยาบ้า 300,000 เม็ด ในพื้นที่ สภ.พาน จังหวัดเชียงราย

2. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ตรวจยึดไอซ์ 287 กิโลกรัม ในพื้นที่ สภ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยผู้ต้องหาหลบหนีไป

3. วันที่ 11 ตุลาคม 2569 จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมไอซ์ 350 กิโลกรัม ในพื้นที่ สภ.พาน จังหวัดเชียงราย

4. วันที่ 13 ตุลาคม 2569 จับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมยาบ้า 1.7 ล้านเม็ด ในพื้นที่ สภ.ห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่

.

 สถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 5 ยังคงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบสวนขยายผล ติดตามผู้ร่วมกระทำความผิด และตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติดตามกฎหมาย มุ่งสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

.

ขอบคุณ ภาพ-ข่าว โดย : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ / 14 ตุลาคม 2569


















10 ต.ค. 2569

✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : วันที่ 10 ตุลาคม 2569 ตรงกับ วันอมาวสี หรือ วันขอเงินพระจันทร์

 ✅ CM-UPDATE-NEWS. ✅ : วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 ตรงกับ วันอมาวสี หรือ วันขอเงินพระจันทร์ ในเวลา 22.50 น. ซึ่งเป็นช่วงคืนวันจันทร์ดับ (New Moon) ตามความเชื่อทางโหราศาสตร์ที่เปรียบเสมือนการเริ่มต้นใหม่และเปิดประตูรับทรัพย์

    🔮 วิธีปฏิบัติและเตรียมตัวขอพร
  • เตรียมกระเป๋าสตางค์: ทำความสะอาดกระเป๋า นำใบเสร็จเก่าหรือขยะที่ไม่จำเป็นออก จัดเรียงธนบัตรให้เป็นระเบียบหันไปในทิศทางเดียวกัน
  • ใส่เงินขวัญถุง: เตรียมธนบัตรใหม่หรือเงินที่มีเลขมงคล (เช่น ลงท้ายด้วย 8 หรือ 9) ใส่ไว้ในกระเป๋า
  • เวลาและสถานที่: ทำพิธีตอนเวลา 22.50 น. (หรือช่วง 12 ชั่วโมงก่อน-หลังเวลาจันทร์ดับ) โดยยืนกลางแจ้งหรือบริเวณที่มองเห็นท้องฟ้า หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
  • บทสวดบูชา: สวดคาถา "โอม จันทรา ศศิประภา นะมะฮา" จำนวน 15 จบ แล้วตั้งจิตอธิษฐานขอพรเรื่องการเงินเพียง 1 เรื่องให้ชัดเจน 

  • ⛔ 5 ข้อห้ามสำคัญภายใน 24 ชั่วโมง
    • ห้ามให้ใครยืมเงิน เด็ดขาด
    • ห้ามขอยืมเงิน จากผู้อื่น
    • ห้ามใช้เงิน ในกระเป๋าหลักที่ทำพิธีเป็นเวลา 24 ชั่วโมง
    • ห้ามให้ผู้อื่นสัมผัส กระเป๋าสตางค์ของเรา
    • ห้ามพูดคำหยาบ ทะเลาะเบาะแว้ง หรือคิดลบ