<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 20 ตุลาคม 2564 ) เวลา 06.00 น. วันนี้ถึง 06.00 น.ของวันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ.... มีฝนร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

ข่าวดี !!!! คาดปี64จะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมใช้ วช. เปิดเผยผลวิเคราะห์ ราคา จำนวนการฉีด และช่วงเวลาที่น่าจะมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19



ข่าวดี !!!! คาดปี64จะมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 พร้อมใช้ 

(24 กรกฎาคม 2563) ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยของชาติ  (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รายงานการติดตามความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนโรคโควิด-19 ของทั่วโลกว่า ในสัปดาห์นี้มีข้อมูลสำคัญที่น่าตื่นเต้นมาตลอดสัปดาห์ โดยมีรายงานผลการทดสอบวัคซีนในมนุษย์ในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ที่ให้ผลน่าพอใจ โดยเฉพาะวัคซีนที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดร่วมกับบริษัทแอสตราเซเนคา ประเทศอังกฤษ และวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทแคนไซโน ประเทศจีน พบว่าวัคซีนทั้งสองแบบนี้สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีในอาสาสมัคร และไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง ประกอบกับสัปดาห์ก่อนหน้านี้มีรายงานผลการทดสอบวัคซีนของบริษัทโมเดิร์นนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลเป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย ซึ่งผลดังกล่าวทำให้นักวิทยาศาสตร์มีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะสามารถพัฒนาและผลิตวัคซีนที่ใช้งานได้ โดยในขณะนี้มีวัคซีนที่กำลังทดสอบในมนุษย์ถึง 30 แบบ ซึ่งวัคซีนอย่างน้อยแบบใดแบบหนึ่งหรือหลายๆแบบน่าจะใช้งานได้ และการพัฒนาวัคซีนในช่วงต่อไปก็จะเข้าสู่การทดสอบระยะที่ 3 ในประชากรจำนวนมากเพื่อดูผลในการป้องกันการติดเชื้อ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะได้รับการรับรองเพื่อใช้งานทั่วไป

เลขาธิการ วช.กล่าวต่อว่า การทดสอบในช่วงต่อไป จะติดตามว่าภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นนี้จะอยู่ได้นานแค่ไหน รวมทั้งติดตามโดยละเอียดในเรื่องความปลอดภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และที่สำคัญจะต้องติดตามว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนนั้นจะไม่ติดเชื้อโดยเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน เพราะในการทดสอบที่รายงานกันนี้เป็นการตรวจในห้องปฏิบัติการว่ามีระดับแอนติบอดีหรือมีภูมิคุ้มกันด้านเซลล์เพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นนี้จะสามารถป้องกันเชื้อได้หรือไม่ ซึ่งจะต้องใช้เวลาติดตามพอสมควรเพื่อให้มั่นใจ นอกจากนี้ยังต้องเข้าสู่ขั้นตอนการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการอีกด้วย 


ทั้งนี้ ช่วงเวลาที่น่าจะมีวัคซีนที่ใช้งานได้จริงโดยผ่านการทดสอบครบทุกขั้นตอนและผลิตได้ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับคนจำนวนมากซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกได้คาดเอาไว้นั้น น่าจะเป็นในกลางปีหน้าเป็นต้นไป ในช่วงต้นปี 2564 จะเริ่มมีวัคซีนจำนวนหนึ่งที่พร้อมใช้ในคน แต่จะยังคงมีจำนวนจำกัด  หลังจากนั้นจึงจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้มีวัคซีนจำนวนมากเพียงพอ 

ในรื่องรูปแบบการใช้งานและราคานั้น วัคซีนแต่ละแบบที่กำลังทดสอบอยู่ในขณะนี้ให้ผลที่ใกล้เคียงกันโดยส่วนใหญ่จะเห็นผลว่ามีระดับภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอหลังฉีดวัคซีนเข็มที่สอง ดังนั้นจึงคาดว่าจะต้องฉีดวัคซีนคนละ 2 ครั้ง ห่างกันหนึ่งเดือน และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ได้มีการเปิดเผยผลการเจรจาสำคัญที่บ่งบอกถึงแนวโน้มราคาของวัคซีน โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ตกลงสั่งซื้อวัคซีนที่พัฒนาโดยบริษัทไบออนเทค ประเทศเยอรมนี ร่วมกับบริษัทไฟเซอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นการจองซื้อวัคซีนล่วงหน้าหากวัคซีนประสบความสำเร็จโดยระบุราคาของวัคซีนไว้เลย ทั้งนี้ได้สั่งซื้อวัคซีนจำนวน 100 ล้านเข็ม(สำหรับฉีดในคน 50 ล้านคน) ที่ราคา 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เท่ากับเข็มละ 20 เหรียญสหรัฐ   "ประเมินกันตอนนี้ ว่า วัคซีนโควิด-19 จะราคา 20 เหรียญหรือ 620 บาท  ฉีดคนละ 2 เข็ม เท่ากับค่าวัคซีน 1,240  บาท ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยการคาดการณ์ราคาวัคซีนออกมา เพราะก่อนหน้านี้ที่มีการจองวัคซีนกันเป็นกึ่งการให้ทุนวิจัยแต่ไม่ได้ระบุราคาของวัคซีนเอาไว้" "ซึ่งราคาดังกล่าวนี้ใกล้เคียงกับราคาของวัคซีนไข้หวัดใหญ่" นายแพทย์สิริฤกษ์ กล่าว  


สำหรับประเทศไทย มีการดำเนินงานด้านวัคซีนอย่างคู่ขนานกันทั้งสามแนวทาง คือ การพัฒนาวัคซีนในประเทศ  และการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิควัคซีนที่ผ่านการทดสอบแล้วจากต่างประเทศเพื่อให้ผลิตได้เพียงพอสำหรับคนไทยทั้งประเทศ รวมทั้งการเตรียมจัดหาวัคซีนจากทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ

ที่มาของข้อมูลโดย ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา   สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

นายกฯ นำประชาชนจิตอาสาทั่วประเทศ ร่วม Kick off “โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า”




นายกรัฐมนตรี นำประชาชนจิตอาสาทั่วประเทศ ร่วม Kick off “โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่ากับศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีเป้าหมายรวมกันไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ ใน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร

 เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 63 เวลา 09.00 น. พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และประชาชนจิตอาสากว่า 1,500  คน ร่วม Kick off “โครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่าบนพื้นที่ 68 ไร่ ณ บริเวณพื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง-น้ำพุเจ็ดสี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชน โดยมีเป้าหมายรวมกันจำนวน ไม่ต่ำกว่า 2.68 ล้านไร่ ใน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ภายในปี พ.ศ. 2563 – 2570 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าและพื้นที่รอบเขตป่าให้สามารถอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน โดยการปลูกป่าในครั้งนี้ ได้ใช้หลัก การปลูกเสริมพื้นที่ป่าโดยใช้ไม้ขนาดใหญ่เป็นพี่เลี้ยง ปลูกเสริมแบบคละเรือนยอด ตามโครงสร้างของผืนป่าที่มีทั้งไม้พื้นล่าง ไม้ระดับกลาง และไม้เรือนยอด ซึ่งพันธุ์ไม้ที่ใช้ในการปลูก จะเป็นพันธุ์ไม้พื้นถิ่น อาทิ ไม้สัก ไม้มะค่า ไม้ประดู่ ไม้แดง คำมอกหลวง รวมถึงพันธุ์ไม้ที่เป็นอาหารสัตว์ป่า และมีจุดเด่นของกิจกรรมอยู่ที่การกำหนดแนวปลูกต้นไม้ เป็น "รูปแผนที่ประเทศไทย" เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าในประเทศ และแสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในการคืนความสวยงามให้แก่ผืนป่า นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการบำรุงรักษาต้นไม้ การปล่อยกล้วยไม้คืนสู่ธรรมชาติ การสร้างฝายต้นน้ำลำธาร และการสร้างโป่งเทียมอาหารสัตว์ ซึ่งจะเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศและเป็นต้นแบบให้กับจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

สำหรับแผนและเป้าหมายการดำเนินงานของโครงการฯ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือระยะที่ 1 ระยะเร่งด่วน จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ ในพื้นที่จังหวัดเร่งด่วน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดน่าน จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยปลูกป่าไม่ต่ำกว่า 1,010 ไร่ และทำฝายเพิ่มความชุ่มชื้นของระบบนิเวศ พื้นที่ละไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง ส่วนจังหวัดอื่น ๆ จะมีการปลูกป่าหรือปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว เฉลี่ยจังหวัดละ 100 ไร่ ส่วนระยะที่ 2 และระยะที่ 3 จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี พ.ศ. 2563-2570 โดยในปี พ.ศ. 2563-2565 จะดำเนินการฟื้นฟูป่าในจังหวัดเร่งด่วน 6 จังหวัด พื้นที่ไม่ต่ำกว่า 22,000 ไร่ รวมทั้งฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียวนอกเขตป่าในจังหวัดที่เหลือจังหวัดละ 100 ไร่ต่อปี และในปี พ.ศ. 2565-2570 ได้กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่ป่าจำนวนร้อยละ 15-20 ของพื้นที่ต้นน้ำ ที่เสื่อมสภาพและมีการใช้ประโยชน์จากราษฎร ฟื้นฟูพื้นที่ป่าชุมชน เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าชายเลน ฟื้นฟูพื้นที่ป่าพรุ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในจังหวัดที่ไม่มีพื้นที่ป่าตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจร่วมปลูกป่าและร่วมปลูกต้นไม้ สามารถสอบถาม ขอกล้าไม้ได้ที่สำนักส่งเสริมการปลูกป่า ส่วนเพาะชำกล้าไม้ โทร.02-561-4292 - 3 ต่อ 5551 หรือ ขอรับกล้าไม้ได้ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ในพื้นที่ และที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

////////////
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่/ข่าว-ภาพ
24 กรกฎาคม 2563















ผู้อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน​ มอบนโบายผู้ว่าราชการจังหวัด​ 76​ จังหวัด​ ที่จังหวัด​เชียงใหม่



ผู้อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน​ มอบนโบายผู้ว่าราชการจังหวัด​ 76​ จังหวัด​ ที่จังหวัด​เชียงใหม่



ผู้​อำนวยการจิตอาสา​พระราชทาน​ มอบนโยบาย​การฟื้นฟู​ป่า​ รักษา​ต้นน้ำ​ และ​ควบคุมไฟป่า​ มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา​ที่ต้นเหตุ​  โดยฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ​ที่จังหวัดเชียงใหม่
ที่ห้องประชุม​ลีลาวดี​ ศูนย์​ประชุม​และแสดงสินค้านานาชาติ​เฉลิมพระเกียรติ​ 7​ รอบพระ​ชนมพรรษา​ จังหวัด​เชียงใหม่​ อำเภอเมือง​เชียงใหม่​ จังหวัด​เชียงใหม่​ พล.ร.อ.​ ปวิตร​  รุจิ​เทศ​ ผู้​อํานวยการจิตอาสาพระราชทาน​ มอบ​นโบาย​แก่ผู้ว่าราชการ​จังหวัด​ 76​ จังหวัด​ทั่วประเทศ​ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง​ โดย​มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาต้นเหตุ​ โดยการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ​ เพิ่มพื้นที่สีเขียว​  และแก้ไขปัญหาเขาหัวโล้น สร้าง​ความร่วมมือจากประชาชน​  สร้างการตระหนักรู้​และสร้างทัศนคติ​ที่ดีต่อป่า​ ให้กับประชาชน​ ก่อให้เกิดความร่วมมือจากทุกภาคส่วน​ ในการดูแลผืนป่า​ให้คงความอุดมสมบูรณ์​ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง​ สำหรับการแก้ไขปัญหา​ให้เกิดประสิทธิภาพ​สูง​สุด​ ขั้นตอนการสั่งการ​ พื้นที่เป้าหมาย​ และผู้รับผิดชอบต้องชัดเจน​
ทั้งนี้​ เป้าหมาย​ในการดำเนิน ​"โครงการปลูกป่า​ และป้องกันไฟป่า" ใน​ระยะเวลา​ 8​ ปี​ ตั้งแต่ปี​ พ.ศ​ 2563​ -​ 2570 จะเพิ่มพื้นที่สีเขียว​ ร้อยละ​ 55​ ในพื้นที่ป่าสงวน​แห่งชาติ และป่า​อนุรักษ์​ร้อยละ​ 35, ป่า​ชุมชน​ร้อยละ​ 5, ป่าเศรษฐกิจ​ร้อยละ​ 15​  ซึ่งการดำเนินงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน​ และที่สำคัญประเทศ​ไทย​ ต้องไม่เริ่มนับหนึ่ง​อยู่​ตลอดเวลาต้องมีก้าวที่​ 2​  ก้าวที่​ 3​ ต่อไปในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ​ รวมถึงต้องคำนึงการเผยแพร่ประช​าสัมพันธ์​สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนควบคู่​ไปกับการดำเนินงาน

ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นางสาวพิมลกัลย์ เดชะชัย
ผู้เรียบเรียง : นางสาวธิติมา พันรอด
แหล่งที่มา : สวท.เชียงใหม่

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน “Fresh From Farm”




ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมกับ มูลนิธิโครงการหลวง จัดงาน “Fresh From Farm” ภายใต้คอนเซ็ปต์ สดจากต้น...ส่งตรงจากดอยยกผลผลิตจากโครงการหลวงมากกว่า 200 รายการ เพื่อประชาสัมพันธ์และส่งเสริมสินค้าของโครงการหลวง ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าจากเกษตรกรชาวเขาสู่ลูกค้าโดยตรง มารวมไว้ที่นี่ให้ได้เลือกสรรสินค้าคุณภาพดีจากโครงการหลวง และยังสร้างสีสันให้กับจังหวัดเชียงใหม่

ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับสินค้าคุณภาพ ผลิตผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์แปรรูป อาทิ อะโวคาโด, ลูกพลับ, แตงกวาญี่ปุ่น, พริกหวาน, ฟักทองญี่ปุ่น, แรดิช, ไก่เบรสรมควัน, และอีกหลากหลายสินค้าภายใต้สโลแกน ดี-อร่อย คุณภาพระดับพรีเมี่ยม และเมนูสุดพิเศษจากครัวโครงการหลวง ไอศกรีมอะโวคาโด, ส้มตำอะโวคาโด, น้ำเสาวรสน้ำผึ้ง และสลัดโรลสามสหาย พร้อมจิบกาแฟในสวน Small Garden มาเลือกซื้อผัก ผลไม้สดตามฤดูกาล สลัดสดใหม่พร้อมรับประทานคุณภาพระดับพรีเมี่ยมที่คัดมาให้คุณโดยเฉพาะ ที่งาน “Fresh From Farm สดจากต้น...ส่งตรงจากดอยระหว่างวันที่ 22-26 กรกฎาคม 2563 บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

สำหรับพิธีเปิดงาน....ได้รับเกียรติจาก ท่านวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โดยมี คุณธนัชชพร พงษ์เย็น ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต, คุณภัคนันท์ วินิจชัย ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานเชียงใหม่, คุณเขมวรรณ ดวงจันทร์ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่, คุณกัลยา ดีอ่ำ หัวหน้างานร้านโครงการหลวงเชียงใหม่ พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติมากมาย ร่วมงาน ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2563 เวลา 17.00-18.00 น. บริเวณชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต











พิธีมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน (กสน.3 และ กสน.5) เขตนิคมสหกรณ์พร้าว



พิธีมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน (กสน.3 และ กสน.5) เขตนิคมสหกรณ์พร้าว
นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานพิธีมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน (กสน.3 และ กสน.5) เขตนิคมสหกรณ์พร้าวให้แก่สมาชิกสหกรณ์นิคมพร้าว จำกัด จำนวน 88 ราย พร้อมด้วยนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ รองอธิบดีกรมส่งเสริสหกรณ์ ณ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 20 ก.ค. 2563
นิคมสหกรณ์พร้าว จำกัด ได้ดำเนินการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรที่ประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินทำกิน ในเขตอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่นิคมสหกรณ์พร้าว มีจำนวน 67,082 ไร่ และได้มีการออกหนังสือแสดงการเข้าทำประโยชน์ในที่ดินนิคมสหกรณ์ กสน.3และกสน.5 แล้ว 49,4999 ไร่ 8,912 ราย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายสำคัญของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จุดมุ่งหวังเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการผลิตและการตลาดในพื้นที่อำเภอพร้าว ประกอบด้วย 6 โครงการหลัก ได้แก่ ระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอพร้าว โครงการสนับสนุนเงินทุนเพื่อสร้างระบบน้ำ การผลิตสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน GAP โครงการจัดทำบัญชีต้นทุนประกอบอาชีพ และโครงการเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่นิคมสหกรณ์
ทั้งนี้ "จุดประสงค์และความตั้งใจ ในการมอบ มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดิน (กสน.3 และ กสน.5) เพื่อให้เกษตรกรได้มีที่ดินทำกิน พึ่งพาตนเองได้ โดยกระทรวงเกษตรพร้อมสนับสนุนอย่างรอบด้าน ผนวกกับโครงการภายใต้การดำเนินงานของสหกรณ์ ดังนั้นมุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างสูงสุด ทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับเกษตรกรที่ได้หนังสือรับรองดังกล่าว สามารถทำเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย และเป็นตัวอย่างให้กับลูกหลาน ให้สามารถสืบทอดอาชีพต่อไปได้อย่างแข็งแรงยั่งยืน" รมช.กล่าว

ขอบคุณข้อมูลรวมทั้ง ภาพและข่าวจาก 

MOAC Media : https://www.facebook.com/moacmedia/














สรุป สถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 วันที่ 22 ก.ค.63


 
ไทยพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 6 ราย พบเชื้อหลังกลับจากอียิปต์ สหรัฐอเมริกา เยอรมนี
 
 วันนี้ (22 กรกฎาคม) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019​ (ศบค.) รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 พบว่า วันนี้มีรายงานผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 6 ราย และไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ประเทศไทยไม่มีการติดเชื้อในประเทศเป็นเวลา 58 วันติดต่อกัน

โดยผู้ป่วยรายใหม่พบว่า เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้าพัก State Quarantine ที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้ 6 ราย แบ่งเป็นรายประเทศดังนี้

ประเทศอียิปต์ 4 ราย ทั้งหมดเป็นนักศึกษาไทย เดินทางถึงไทยวันที่ 8 กรกฎาคม (เป็นเที่ยวบินเดียวกันกับที่มีรายงานพบผู้ติดเชื้อก่อนหน้านี้ 11 ราย) เข้าพัก State Quarantine ที่ชลบุรี และทั้งหมดตรวจพบเชื้อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563

สหรัฐอเมริกา 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 36 ปี อาชีพพนักงานบริษัท เดินทางถึงไทยวันที่ 10 กรกฎาคม เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพฯ และตรวจพบเชื้อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 แต่ไม่มีอาการ

ประเทศเยอรมนี 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 57 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางถึงไทยวันที่ 16 กรกฎาคม เข้าพัก State Quarantine ที่กรุงเทพฯ และตรวจพบเชื้อวันที่ 20 กรกฎาคม 2563 แต่ไม่มีอาการ

โดยสรุปภาพรวมวันนี้ มีผู้ป่วยกลับบ้านสะสม 3,105 ราย ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 98 ราย เสียชีวิตรวม 58 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 3,261 ราย


ทางด้าน สถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 น. ยอดผู้ติดเชื้อรวม 15,093,712 ราย อาการรุนแรง 63,692 ราย รักษาหายแล้ว 9,110,724 ราย เสียชีวิต 619,467 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 1. สหรัฐอเมริกา 🇺🇸 จำนวน 4,028,569 ราย 2. บราซิล 🇧🇷 จำนวน 2,166,532 ราย 3. อินเดีย 🇮🇳 จำนวน 1,194,085 ราย 4. รัสเซีย 🇷🇺 จำนวน 783,328 ราย 5. แอฟริกาใต้ จำนวน 381,798 ราย ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 103 จำนวน 3,261 ราย
ข้อมูลจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19

ชาวไทยชม “ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี” คึกคักทั่วประเทศ




สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดสังเกตการณ์ ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปีคืน 21 กรกฎาคม 2563 ณ จุดสังเกตการณ์หลัก 4 แห่ง เชียงใหม่ โคราช ฉะเชิงเทรา สงขลา ในรูปแบบ New Normal 

ประชาชนทั่วประเทศแห่ชมราชาแห่งวงแหวนกันอย่างคึกคัก ปลายปีนี้ชวนจับตาอีกปรากฏการณ์สำคัญ ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์เคียงกันใกล้ที่สุดใน

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ กล่าวว่า สดร. จัดกิจกรรมสังเกตการณ์ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี 4 แห่งทั่วประเทศ ที่อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีประชาชนมารอชมดาวเสาร์ตั้งแต่ช่วงเย็นกันอย่างคับคั่ง แม้จะมีเมฆบดบังมาเป็นระยะ แต่ในที่สุดก็สามารถสังเกตเห็นดาวเสาร์ได้ในเวลาประมาณ 20:00 น. ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ เรียกความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน ต่อแถวชมดาวเสาร์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ สดร. จัดเตรียมไว้หลายตัว หากสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์จะมองเห็นวงแหวนดาวเสาร์สวยงาม อีกทั้งยังสามารถสังเกตดาวพฤหัสบดีสุกสว่างอยู่ใกล้ ๆ ก่อนฟ้าปิดในช่วง 21:30 น. เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในคืนดังกล่าวได้เปิดให้เข้าชมนิทรรศการดาราศาสตร์และท้องฟ้าจำลองรอบพิเศษ ตลอดจนเล่นเกมแจกของรางวัลดาราศาสตร์สุดพรีเมียม พร้อมเสียงดนตรีขับกล่อมตลอดงาน สร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้มาร่วมงานเป็นอย่างมาก
ด้านหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา นครราชสีมา สังเกตดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดีได้ในช่วง 19:30 - 20:00 น. ก่อนมีเมฆเข้าบดบัง และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา ดาวเสาร์เริ่มปรากฏให้เห็นเวลา 20:30 น. จนถึงเวลาประมาณ 21:10 น. ประชาชนพากันส่องกล้องชมวงแหวนดาวเสาร์อย่างคึกคัก
ส่วนหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา ทัศนวิสัยท้องฟ้าดี เริ่มสังเกตเห็นดาวเสาร์และดาวพฤหัสบดี เวลาประมาณ 19:30 น. เป็นต้นไปจนจบกิจกรรม รวมทั้ง 4 จุดสังเกตการณ์หลักมีผู้คนให้ความสนใจร่วมกิจกรรมอย่างคับคั่ง ซึ่ง สดร. ก็ได้ดำเนินมาตรการป้องกันด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดด้วยความใส่ใจในสุขภาพของผู้ร่วมงานทุกคน
ในคืนดังกล่าว ยังมีอีกหนึ่งวัตถุท้องฟ้าที่น่าติดตาม คือ ดาวหางนีโอไวส์ หรือดาวหาง C/2020 F3 (NEOWISE) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ หากแต่น่าเสียดายที่มีเมฆบดบังในทุกพื้นที่จึงไม่สามารถสังเกตการณ์ได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากวันนี้ยังสามารถลุ้นชมดาวหางนีโอไวส์ได้จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 ในช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ก่อนที่ดาวหางดวงนี้จะสังเกตการณ์ได้ยากขึ้นเนื่องจากความสว่างของดาวหางจะค่อย ๆ ลดลงและมีแสงจันทร์รบกวน
หลังจากนี้ ดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์จะยังคงปรากฏใกล้กันบนท้องฟ้า จนกระทั่งในช่วงวันที่ 20-23 ธันวาคม 2563 ดาวพฤหัสบดีจะปรากฏเคียงดาวเสาร์ ใกล้กันที่สุดในรอบ 397 ปี ห่างกันเพียง 0.1 องศา เรียก “The Great
Conjunction” มองด้วยตาเปล่าเสมือนเป็นดาวดวงเดียวกัน และหากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายไม่เกิน 100 เท่า จะเห็นดาวเคราะห์ทั้งสองปรากฏอยู่ในช่องมองภาพเดียวกันอีกด้วย ถือเป็นปรากฏการณ์ที่หาชมได้ยาก และ สดร. มีแผนจัดกิจกรรมสังเกตการณ์ดังกล่าว ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.facebook.com/NARITPage นายศุภฤกษ์ กล่าวปิดท้าย