<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 20 ตุลาคม 2564 ) เวลา 06.00 น. วันนี้ถึง 06.00 น.ของวันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ.... มีฝนร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

CM-UPDATE / COVID-19 : คอเหล้าเซ็ง !!!! หลังชัดเจนแล้ว ห้ามขายเหล้าต่อถึง 31 พ.ค.



 หลังจากมติคณะรัฐมนตรีมีการอนุมัติให้ขยายเวลาใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินและเคอร์ฟิวออกไปอีก 1 เดือนนั้น 

วันนี้  30 เมษายน 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.กล่าวถึงประเด็นการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อไปหรือไม่ว่า เรื่องนี้เป็นไปตามคำสั่งของ ผอ.ศบค.ที่ยังคงให้ยึดตามคำสั่งเดิมคือ ห้ามการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมท.จะได้ออกคำสั่งเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุดการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

- ทั้งนี้นายฉัตรชัย พรหมเลิศปลัดกระทรวงมหาดไทย ออกโทรสารในราชการ ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2553 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดโดยหนังสือได้ระบุไว้ว่า



1 ประกาศเรื่องการขยายเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร คราวที่ 1 โดยให้ขยายระยะเวลาการบังคับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปถึงคราวหนึ่งตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 จนถึง 31 พฤษภาคม 2563
2 ประกาศเรื่องการให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลบังคับใช้โดยบรรดาประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 และคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5 – 2563 เรื่องการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพรกฉุกเฉิน พ. ศ. 2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 และแก้ไขเพิ่มเติมยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรี จะกำหนดเป็นอย่างอื่นตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป
3 ประกาศเรื่องการให้ข้อกำหนดประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีที่กำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลบังคับใช้โดยให้บรรดาข้อกำหนดประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ผู้ราชอาณาจักรลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติมยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่านายกรัฐมนตรีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563
จึงขอให้จังหวัดถือปฏิบัติตามประกาศดังกล่าวอย่างเคร่งครัดทั้งนี้การออกคําสั่งหรือประกาศของจังหวัดที่เกี่ยวข้องให้รอการสั่งการเชิงนโยบายจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ก่อนเพื่อให้เกิดเอกภาพพร้อมกันทั่วประเทศและมีข้อกฎหมายรองรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติต่อไป
- ก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่า จะมีการผ่อนลมหายใจ ให้คอเหล้าได้ซื้อเหล้าตุนไว้ได้ในช่วงวันที่ 1-2 พ.ค. ก่อนจะประกาศห้ามขายสุราต่อในวันที่ 3 พ.ค. ยาวไปจนถึงสิ้นเดือน
แต่วันนี้ในการแถลงของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีความชัดเจนแล้วว่า จะยืดอายุการห้ามขายเหล้า สุรา ต่อไปถึงวันที่ 31 พ.ค. 2563







ศบค.เคาะ 3 พ.ค.นี้ ผ่อนปรน 6 กิจการทั่วประเทศ



วันที่ 30 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศบค.มีมติเห็นชอบมาตรการผ่อนปรนให้มีมาตรฐานกลางบางกิจการและกิจกรรม เช่น แผงลอย หาบแร่ กิจกรรม เช่น การออกกำลังกายในสวนสาธารณะ โดยศบค.จะกำหนดมาตรฐานกลาง และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่ากทม.กำหนดรายละเอียดต่อไป โดยสามารถกำหนดความเข้มข้น มากกว่าระดับมาตรฐานกลางได้ แต่น้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ และต้องมีแนวทางดำเนินการที่คำนึงถึงความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และสังคม-เศรษฐกิจตามมา

“มาตรการผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการและกิจกรรม ประกอบด้วย 1.ตลาด 2.ร้านอาหาร 3.กิจการค้าปลีก-ส่ง 4.กีฬา 5.ร้านตัดผม-เสริมสวย และ6.อื่น ๆ เช่น ร้านตัดขน ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์ เริ่ม 3 พ.ค.”
ทั้งนี้ การยึดถือข้อกำหนดตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับที่ 1 ข้อ 11 เช่น การทำความสะอาดพื้นผิวสถานที่ที่เกี่ยวข้อง การใส่หน้ากากผ้า การล้างมือ การรักษาระยะห่าง 1 เมตร มีแอฟลิเคชั่นตามตัว
นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.อธิบายเพิ่มเติมถึงมาตรการผ่อนปรน 6 กลุ่มกิจการและกิจกรรม ดังนี้
1.ตลาด ได้แก่ ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย
2.ร้านอาหาร ได้แก่ ร้านอาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนนหวาน ไฮศรีม (นอกห้าง) ร้านอาหารริมทาง รถเข็นและหาบเร่
3.กิจการค้าปลีก-ส่ง ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง/ยืนรับประทาน รถเร่ หรือ รถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย/ร้ายอาหารปลีกชุมชน ร้านขายปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม
4.กีฬาสันทนาการ ได้แก่ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน,รำไทเก็ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่มีการแข่งขัน ได้แก่ เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอฟล์และสนามซ้อม
5.ร้านตัดผม-เสริมสวย ได้แก่ ร้านตัดผมเฉพาะตัด สระ ไดร์ผม
6.อื่น ๆ เช่น ร้านตัดขน ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์
ทุกประเภทกิจการเริ่มเปิดดำเนินการได้ 3 พ.ค.2563




มทบ.33 แจกข้าวกล่องมื้อเย็นเป็นวันที่ 13 สมทบด้วยชาวอมก๋อยขนผลิตผลการเกษตรมาร่วม



มณฑลทหารบกที่ 33 มีความห่วงใยและประสงค์ที่จะช่วยเหลือลดความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จึงได้ดำเนินโครงการช่วยเหลืออาหารมื้อเย็น การแจกข้าวกล่องแก่ประชาชนโดยทั่วไป ณ ลานอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ

วันที่ 29 เมษายน 2563 /17.00น.   ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับ กรมทหารราบที่ 7 , กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 7 และผู้มีจิตศรัทธา     ร่วมใจต้านภัยโควิด – 19 แจกอาหารมื้อเย็น เป็นวันที่ 13 ติดต่อกัน ซึ่งจะดำเนินการไปถึงวันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2563 โดยพลตรี สืบสกุล บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการ มณฑลทหารบกที่ 33   ให้หน่วยดำเนินจัดหาเครื่องอุปโภค บริโภค พร้อมรถครัวสนาม จัดทำอาหารสำหรับแจกจ่ายให้กับประชาชนและชุมชนรอบค่าย ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) จำนวน 500 กล่อง และมีผู้นำข้าวกล่องมาร่วมแจกเพิ่มอีก 250 กล่อง หน้ากากอนามัยจากการผลิตของกำลังพล จำนวน 150 ชิ้น ณ ลานอนุสาวรีย์พระเจ้ากาวิละ ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ซึ่งในวันนี้ ศมพ.อ.อมก๋อย จัดกำลังพล ศมพ.อ.อมก๋อย , ทพ.3608 และเกษตร  ขนผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ อ.อมก๋อย โดย นายพะนะเซีย วงศ์โสตถิไกร ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ และ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก พร้อมกับ หลวงพ่อบ้านแม่ตะปู อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และชาวบ้าน นำผลผลิต มาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากโรคระบาด Covid 19 ในพื้นที่ จว.ช.ม. รายละเอียดผลผลิตการเกษตรมีดังนี้
1. มะเขือเทศ  จำนวน 400 ถุง ( 1,200 กิโลกรัม )
2. ข้าวสารดอย  จำนวน 653 ถุง ( 3,265 กิโลกรัม )
3. ลูกขนุนและหัวปลี จำนวน 30 กระสอบ ( 750 กิโลกรัม )
 รวมน้ำหนักในการขนส่งทั้งหมด  5,215 กิโลกรัม
โดยประชาชนที่มารับบริการ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของการตรวจคัดกรอง ที่หน่วยได้กำหนดไว้ และได้รับการตอบรับจากประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดีเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (covid-19) ที่มีการแพร่ระบาดกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ













เทศบาลนครเชียงใหม่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน




CM-UPDATE / COVID-19 : เทศบาลนครเชียงใหม่มอบถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในชุมชนข่วงสิงห์-เวสาลี จังหวัดเชียงใหม่
วันนี้ (28 เม.. 63) นายอัศนี บูรณุปกรณ์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางทิฆัมพร ตันวัฒนะ ปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพ ประกอบด้วยข้าวสาร อาหารแห้ง น้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ได้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 ใน ชุมชนข่วงสิงห์-เวสาลี ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตามบ้านต่างๆ ที่มีผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ที่ไม่สามารถออกจากบ้านไปรับของตามจุดต่างๆ ที่ภาครัฐจัดไว้ได้
เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต โดยให้ประชาชนได้รับผลกระทบมาลงทะเบียนรับความช่วยเหลือ ที่ทำการชุมชน จากนั้นเทศบาลจะจัดสรรถุงยังชีพให้แก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง และจะนำไปมอบให้ถึงที่อยู่อาศัย ตามมาตรการ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ
นันธิกา กิจปาโล/ศราวุธ เจิมจันทร์ ..ภาพ/ข่าว  สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่








รอง ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่แม่แจ่ม ตรวจติดตามการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่การเกษตร




รอง ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่แม่แจ่ม ตรวจติดตามการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่การเกษตร

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 63 เวลา 13.30น.
นายคมสัน สุวรรณอัมพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจติดตามการเตรียมความพร้อมแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่การเกษตร อำเภอแม่แจ่ม ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเกษตรจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์การเกิดจุดความร้อน (Hotspot) การจับกุมดำเนินคดีตามขั้นตอนที่ทางจังหวัดได้กำหนดไว้ และแผนการแบ่งพื้นที่ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง ทั้งนี้ในส่วนของการบริหารจัดเชื้อเพลิงให้ดำเนินการตามมาตรการการจัดระเบียบการบริหารจัดการเศษวัชพืชในพื้นที่เกษตรกรรมตามหลักวิชาการ ที่จะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 นี้อย่างเคร่งครัด พร้อมกันนี้ได้มีการสาธิตการกำจัดวัสดุทางการเกษตรด้วยวิธีการเผาโดยเตาเผาคาร์บอนซึ่งจะช่วยลดการเกิดมลพิษทางอากาศ ผ่านกระบวนการเผาใบไม้แห้ง หรือวัสดุทางการเกษตร แล้วนำเศษใบไม้แห้งที่ถูกการเผาแล้วมาผสมกับซิลิคอน เพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักที่สามารถนำไปต่อยอดทางการเกษตร ลดรายจ่ายการใช้ปุ๋ยเคมี และสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านควบคู่กันไป ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับพื้นที่ที่จำเป็นต้องบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการเผา
รวมถึงติดตามโครงการแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอันเนื่องมาจากปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย โดยการติดตามโครงการคลองส่งน้ำเหมืองหลวงแม่อวม ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำถึงการส่งเสริมการบริหารการจัดการเชื้อเพลิง โดยการกำจัดวัชพืชและลดจำนวนการเกิดเชื้อเพลิงด้วยวิธีทางเลือกเพื่อลดปัญหาการเผาที่ก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศ เช่น การทำปุ๋ยหมัก การไถกลบตอซัง เป็นหลัก และการบริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยการเผาให้เป็นเรื่องพิจารณาทางเลือก ประกอบกับได้ให้ความสำคัญกับแนวคิดการแก้ไขปัญหาภัยแล้งควบคู่กับการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน โดยการจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชนสำหรับการอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตร ผ่านการจัดทำระบบบริหารจัดการน้ำบ่อพวง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนมีแหล่งน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี ทั้งยังสามารถส่งเสริมการเกษตร ประกอบกับการเปลี่ยนรูปแบบการปลูกพืชไร่ ให้เป็นไม้ยืนต้น หรือพืชเศรษฐกิจ ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรดิน และสามารถช่วยลดปัญหาการเผาอย่างยั่งยืน อีกทั้งสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่โดยได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจพื้นที่ที่สามารถจัดทำโครงการเพื่อดำเนินการต่อไป ณ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่









CM-UPDATE / ไฟป่า-หมอกควัน : วันแรกในรอบปี 2563 ที่ จังหวัดเชียงใหม่ไม่พบจุดความร้อน (Hotspot)


CM-UPDATE / ไฟป่า-หมอกควัน : วันแรกในรอบปี 2563 ที่ จังหวัดเชียงใหม่ไม่พบจุดความร้อน (Hotspot)


CM-UPDATE / ไฟป่า-หมอกควัน : วันแรกในรอบปี 2563 ที่ จังหวัดเชียงใหม่ไม่พบจุดความร้อน (Hotspot) สรุปภาพรวมจุด Hotspot และพยากรณ์อากาศ เชียงใหม่เช้านี้   27 เม.ย. 63


-          ศูนย์บัญชาการฯ จังหวัดเชียงใหม่ ขอรายงานจุด Hotspot ระบบ Viirs ตามข้อมูล GISTDA วันที่ 27 เม.ย. 63 (รอบเช้า) เวลา 01.04 น. และ เวลา 02.45 น.
ไม่พบจุดความร้อนในพื้นที่
-          ลิงค์ดูจุดความร้อนจังหวัดเชียงใหม่ (Hotspot) : 

แหล่งที่มาของข้อมูล : ศูนย์ฝุ่นควันจังหวัดเชียงใหม่

-          www.cmupdatenews.com






CM-UPDATE / WEATHER FORECAST : เช้านี้ "ที่นี่....เชียงใหม่" 27 เม.ย.63



CM-UPDATE / WEATHER FORECAST : เช้านี้ "ที่นี่....เชียงใหม่" 

พยากรณ์อากาศ วันนี้ 27 เมษายน 2563 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. วันนี้ – 06.00 น. วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ : อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา  
เผยแพร่โดย







รองผู้ว่าฯ ประชุมติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันเน้นย้ำการบริหารจัดการเชื้อเพลิงหลังสิ้นสุดห้ามเผา



รองผู้ว่าฯ ประชุมคณะทำงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันเน้นย้ำการบริหารจัดการเชื้อเพลิง หลังสิ้นสุดช่วงห้ามเผาให้เป็นไปตามแผน

วันนี้ (25 เม.ย. 63) ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประชุมคณะทำงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ โดยให้อำเภอที่มีจุดความร้อนมากที่สุดในเช้าวันนี้ จำนวน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม พร้าว เชียงดาว อมก๋อย และอำเภอแม่แตง ร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบ VDO Conference เพื่อรายงานสาเหตุการเกิดจุดความร้อนที่เกิดขึ้น และเดินหน้าแก้ไขปัญหาไฟป่าในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการรายงานเช้าวันนี้เกิดจุดความร้อนจำนวน 40 จุด อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  23 จุด ป่าอนุรักษ์ 12 จุด เขต สปก. 4 จุด และอื่นๆ 1 จุด
 ทั้งนี้ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เน้นย้ำเรื่องการบริหารจัดการเชื้อเพลิงหลังสิ้นสุดช่วงห้ามเผา วันที่ 30 เมษายน โดยแนวทางของจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้ทุกอำเภอวางแผนจัดการเศษวัชพืชในพื้นที่ทางการเกษตรแบ่งเป็นโซนต่างๆ ให้เป็นไปตามมาตรการการจัดระเบียบการบริหารจัดการเศษวัชพืชในพื้นที่เกษตรกรรม และให้อยู่ในการควบคุมของนายอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ พร้อมทั้งให้มีคนเฝ้าระวังจนกว่าการเผาเศษวัชพืชจะดับสนิท เพื่อไม่ให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กสะสมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งให้ระวังผู้ที่สวมรอยเผาในพื้นที่นอกเหนือจากการได้รับการอนุญาต ซึ่งได้มอบหมายให้แต่ละอำเภอคอยเฝ้าติดตามและรายงานต่อศูนย์บัญชาการฯ หรือหากจะมีการบริหารจัดการเชื้อเพลิงด้วยวิธีการอื่นนอกเหนือจากการเผา อาทิ การทำปุ๋ยหมัก การนำเศษวัสดุทางการเกษตรส่งให้โรงงานอุตสาหกรรมอัดใบไม้เป็นก้อน ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีและสามารถสร้างรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งจะได้มีการประชุมถอดบทเรียนของแต่ละอำเภอในระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคมนี้ เพื่อที่ทางจังหวัดจะได้นำมาบูรณาการวางแผนเตรียมรับมือในปีต่อไป
นอกจากนี้ ในวันที่ 21 พฤษภาคม จังหวัดเชียงใหม่ ยังได้กำหนดการจัดกิจกรรมการปลูกต้นไม้ทดแทนผืนป่าพร้อมกันทั้งจังหวัด ซึ่งได้รับการสนับสนุนกล้าพันธุ์ไม้มงคลจากกรมป่าไม้จำนวนทั้งสิ้น 700,000 ต้น โดยในวันที่ 28 เมษายนนี้ จะมอบให้กับทุกอำเภอเพื่อนำไปเพาะพันธุ์และเตรียมการปลูกพร้อมกันทั้งจังหวัดตามที่ได้กำหนดไว้ ส่วนประชาชนที่สนใจสนับสนุนกล้าพันธ์ไม้ อาทิ ลำไย ลิ้นจี่ กาแฟ หรือพืชเศรษฐกิจอื่นๆ เพื่อทางจังหวัดจะได้นำไปแจกจ่ายให้กับทั้ง 25 อำเภอเพื่อที่จะนำไปปลูกเพิ่มเติม สามารถนำมาสนับสนุนได้ที่ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 จังหวัดเชียงใหม่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 053-112-808