<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 20 ตุลาคม 2564 ) เวลา 06.00 น. วันนี้ถึง 06.00 น.ของวันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ.... มีฝนร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

ฮือฮาพานไหว้ครูเด็กอาชีวะ โปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ สารพัดไอเดีย



ฮือฮา งานไหว้ครูเด็กนักศึกษาอาชีวะวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา สารพัดไอเดียพานไหว้ครู มีทั้งท่อไอเสียรถ แป้นคีบอร์ดเมาส์คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน ผักผลไม้ ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย และหม้อจิ้มจุ่ม หลังพิธีเสร็จงานนี้อาจารย์ ทั้งโรงเรียนคงจะอิ่มกับพานไหว้ครูจากนักศึกษาแผนกพานิชยการ ขณะที่ รอง ผู้อำนวยการวิทยาวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิฯเปิดเผยว่า การตกแต่งพานของนักศึกษาทางวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาแต่ล่ะแผนกจัดทำพานไหว้ครูตามแนวคิดของนักศึกษา โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการจัดทำพานไหว้ครูเพื่อสำนึกพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ราชวงจักรกรี 

ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา ได้จัดพิธีไหว้ครูประจำปีการศึกษา 2562 โดยมีนักศึกษาและคณาจารย์ รวมกว่า 4,300 เข้าร่วมพิธี ซึ่งมีนักศึกษารวม 130 ห้องเรียนจัดทำพานไหว้ครู ตามไอเดียของแต่ล่ะห้องมาร่วมพิธีไหว้ครู ซึ่งปีนี้ ทางนักศึกษาต่างออกแบบพานไหว้ครู ตามแผนกที่เรียนอยู่ เช่นนักศึกษาแผนกช่างยนต์ทำพานไหว้ครูจากอะไหล่รถ, ขณะที่แผนกช่างอีเลคทรอนิคส์นำชิ้นส่วนขยะอีเลคทรอนิคส์ สะท้อนปัญหาการทิ้งขยะจากอีเลคทรอนิคส์ ขณะที่นักศึกษาช่างยนต์ ปีที่ 3 ทำพานไหว้ครูนำตะกร้าผลไม้พร้อมใส่ผลไม้หลากชนิดส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทย ขณะที่นักศึกษาแผนกท่องเที่ยวและการโรงแรมจัดทำพานไหว้ครูเป็นรูปลูกโลกและเครื่องบิน โดยได้ไอเดียการจากการเรียนการสอนเรื่องการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีพานที่จัดทำมาจากวิกผมและเครื่องสำอาง แต่งหน้าสะท้อนหน้าตาการท่องเที่ยวของประเทศ  เป็นต้น แต่ที่สร้างความฮือฮาให้กับนักศึกษาและอาจารย์ที่ร่วมงานเป็นอย่างมาก แต่พานไหว้ครูที่สร้างความฮือฮามากที่สุดได้แก่พานไหว้ครูของแผนกการตลาด ทำพานไหว้ครูจากหม้อจิ้มจุ่มพร้อมวัตถุดิบทั้งเต้าหู้,ไข่ไก่,วุ้นเส้น,ผักหมู่เนื้อ ไม่เว้นแม้กระทั่งถ่านไม้ที่ใช้ก่อไฟต้มหม้อจิ้มจุ่ม งานนี้สงสัยหลังเสร็จพิธี

ด้านอาจารย์ประสิทธิ์  ชูดวง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เปิดเผว่า การตกแต่งพานของนักศึกษาทางวิทยาลัยได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาแต่ล่ะแผนกจัดทำพานไหว้ครูตามแนวคิดของนักศึกษา ซึ่งการออกแบบพานไหว้ครู ซึ่งล้วนแต่เป็นไอเดียของนักศึกษาที่ต้องการสื่อความหมายออกมาในรูปแบบพานไหว้ครู โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการจัดทำพานไหว้ครูเพื่อสำนึกพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ราชวงจักรกรี นอกจากนี้ทางวิทยาลัยยังเปิดโอกาสให้ศิษย์เก่าเข้ามาร่วมงานไหว้ครูเพื่อแสดงความมุทิตาจิต แด่ผู้บริหารและคณาจารย์ อีกด้วย 












เปิดอย่างยิ่งใหญ่ Lanna Expo 2019 งานประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1



เปิดอย่างยิ่งใหญ่ Lanna Expo 2019 งานประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 นำของดีของเด่นสินค้า OTOP จากทั้ง 4 จังหวัด มาจัดแสดงและจำหน่าย ภายใต้แนวคิด กินดี อยู่ดี วิถีล้านนา นำคุณค่าสู่อาเซียน

    วันที่ 28 มิ.ย.62 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “Lanna Expo 2019” โดยมี นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหัวหน้าส่วนราชการร่วมต้อนรับจำนวนมาก
    งาน Lanna Expo จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 โดยกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วยจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และจังหวัดลำพูน รวมถึงภาคเอกชน และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสการสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน ตลอดจนเพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงความต้องการของตลาด เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการของตนเอง รวมถึงการขยายฐานลูกค้าในระดับนานาชาติ โดยเน้นการจัดแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ เพื่อเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการในกลุ่มภูมิภาค และกลุ่มประเทศอาเซียน ให้สินค้าเป็นที่รู้จักและรับรู้ถึงศักยภาพที่โดดเด่น ให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาคนทั่วโลก 
     ภายในงาน Lanna Expo 2019 แบ่งพื้นที่ออกเป็น 10 โซนกิจกรรม อาทิ โซน Northern Thailand Food Valley จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผลผลิตทางการเกษตร เกษตรแปรรูป และอาหารที่มีศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของภูมิภาค อย่าง กาแฟ โซน Lanna Handicraft Festival จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรม หัตถอุตสาหกรรม ศิลปหัตถกรรม หัตถศิลป์ร่วมสมัย โซน International การแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมจากประเทศต่างๆ โซน Health Fair นำเสนอนิทรรศการเกี่ยวกับสุขภาพ การบริการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย และโซนมหกรรมของดี OTOP & SMEs การจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP ของดี 4 จังหวัด ซึ่งจังหวัดลำพูนได้นำผ้าไหมยกดอกลำพูน ราคากว่า 9 แสนบาท มาจัดแสดง และนำสิ่งที่ดีที่สุดของจังหวัดลำพูนมานำเสนอ มีการแสดงของพญ๋าล้านนา จำลองพระธาตุสำคัญของ 4 จังหวัด นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากผ้า ที่เป็นความสุดยอดของจังหวัดลำพูนมาจัดแสดงและจำหน่าย ส่วน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำของดีวิถีแม่ฮ่องสอน จาก 7 อำเภอมาจัดแสดง เป็นวิถีชาติพันธ์ สินค้าปลอดสารพิษ เกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และยกหมู่บ้าน OTOP นวัตวิถีมาจัดแสดง มีหมู่บ้านเครื่องเงิน ผ้าปักม้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจและมีความโดดเด่นอย่างมาก ทางด้านจังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นเมืองหัตถอุตสาหกรรม จัดสินค้ามาแสดงและจำหน่าย 15 บูธ ซึ่งทุกบูธจะเป็นสุดยอดของดีของจังหวัดลำปาง โดยเฉพาะเครื่องเซรามิกที่มีชื่อเสียง และคัดผลิตภัณฑ์ใหม่ทำเป็นลูกประคบ ซึ่งจะพบได้ในงานนี้ นอกจากนี้ยังมีงานไม้ งานแกะสลักไม้ เครื่องเงิน เฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้าพื้นเมืองที่เป็นของดีของลำปาง 
     ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการนำศิลาดล ชุดกาแฟ แจกันที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ และยังมีกระเป๋าไข่นกกระจอกเทศ ผ้าตีนจกแม่แจ่ม รวมไปถึงเครื่องเงิน ที่มีมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท มาจัดแสดงและจำหน่าย จึงขอเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมกันช้อป ชิม และเที่ยวในงาน Lanna Expo 2019 ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 7 กรกฎาคมนี้ ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
      
สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม/นันธิกา กิจปาโล  ภาพ/ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน









มณฑลทหารบกที่ 33 ตรวจสภาพความพร้อมการช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่



ามที่กองทัพบกได้รับมอบนโยบายการเตรียมพร้อมแห่งชาติจากรัฐบาลในการบรรเทาสาธารณภัยและการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ โดยให้หน่วยทหารในพื้นที่จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในทันทีโดยเร่งด่วนตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้น    
และเมื่อวันที่ 19  มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น. ณ สนามกีฬาค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จึงได้จัดกิจกรรมตรวจสภาพความพร้อมการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พลตรี สืบสกุล  บัวระวงศ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานในพิธี โดยมีหลายหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี
ทั้งนี้มณฑลทหารบกที่ 33  ได้จัดตั้งศูนย์บรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 33 เพื่ออำนวยการ ประสานงาน ควบคุมการปฏิบัติงานต่อหน่วยทหารในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การสนับสนุนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  และการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อได้รับการร้องขอหรือเมื่อเกิดภัยพิบัติฉุกเฉิน ด้วยการใช้กำลังพลและยุทโธปกรณ์ที่มีอยู่ เข้าดำเนินการอย่างเต็มความสามารถโดยมีขั้นการปฏิบัติแบ่งออกเป็น 3 ขั้น คือ  
1.- ขั้นเตรียมการ  :  เตรียมกำลังพล  ยานพาหนะ  และเครื่องมือเครื่องใช้ให้พร้อมปฏิบัติงานได้ทันที ซักซ้อมการปฏิบัติตามแผนบรรเทาสาธารณภัย  ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง
2.- ขั้นการปฏิบัติ   :  ประสานการปฏิบัติ  กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด  ดำเนินการช่วยเหลือ ประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่เมื่อได้รับการร้องขอจากประชาชนหรือส่วนราชการของจังหวัด  การอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย , การขนส่งเครื่องอุปโภคบริโภคไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบสาธารณภัย การให้การรักษาพยาบาล และแจกจ่ายยารักษาโรค เป็นต้น
3.- การฟื้นฟูบูรณะ  :  ให้การสนับสนุนส่วนราชการของจังหวัด ในการดำเนินการฟื้นฟูบูรณะความเสียหายให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว รวมทั้งฟื้นฟูยานพาหนะ , เครื่องมือเครื่องใช้ของหน่วย ให้กลับคืนสู่สภาพที่สามารถใช้การได้ต่อไป
การจัดกำลัง   :  ประกอบด้วย มณฑลทหารบกที่ 33 , กองพันพัฒนาที่ 3 , กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7, กองพลทหารราบที่ 7 , กองพันสัตว์ต่างกรมการสัตว์ทหารบก , และกรมรบพิเศษที่ 5 รวม 5 หน่วย ประกอบด้วย 4 กองร้อย อีกทั้งยังมีอีกหลายหน่วยงานราชการเข้าร่วม เช่น ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่, องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, เทศบาลนครเชียงใหม่, สำนักชลประทานที่ 1, สาธารณสุข จังหวัดเชียงใหม่, และสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นต้น
ซึ่งในทุกปีที่ผ่านมาเมื่อเข้าสู่ห้วงฤดูฝนในพื้นที่ทางภาคเหนือตอนบนมักจะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 33 จึงได้จัดเตรียมความพร้อมของกำลังพล ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการตรวจสภาพความพร้อมของหน่วยบรรเทาสาธารณภัย โดยความมุ่งหมายของการซักซ้อมและตรวจความพร้อมในครั้งนี้ก็เพื่อตรวจสอบความพร้อมในการดำเนินการต่อการปฏิบัติในการป้องกันบรรเทาฟื้นฟูสาธารณภัยและอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นและหากเกิดขึ้น ก็จะสามารถจะลดความสูญเสียให้น้อยที่สุด

ภาพ/ข่าว กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน













แม่ทัพภาค 3 ประชุมผู้ว่าราชการ 9 จังหวัดภาคเหนือและภาคส่วนต่างๆ หาแนวทางแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันอย่างยั่งยืน



 แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดประชุมเชิงปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ วางแผนแก้ไขปัญหา ระดมความคิดทุกภาคส่วน เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในปีต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 62 พลโท ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 /ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ระดับภาค เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ ที่โรงแรมคุ้มภูคำ เชียงใหม่ โดยมี นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมพิธีเปิด พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้แทน จาก 9 จังหวัดภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชนในแต่ละพื้นที่ที่เกิดปัญหาฯ มาร่วมกันทบทวนแนวทางในการปฏิบัติดังกล่าว และนำไปสรุปเป็นแผนปฏิบัติการในแต่ละเรื่อง เพื่อให้ทุกส่วนได้นำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติให้เกิดความพร้อม สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาก่อนที่จะเผชิญวิกฤตเหมือนปีนี้ ตลอดจนให้การแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือในอนาคตได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง นำไปสู่ความสำเร็จตรงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่าเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
จากที่ กองทัพภาคที่ 3 บูรณาการทุกหน่วยงานใน 9 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมกันทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ มาตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา (กุมภาพันธ์-พฤษภาคม) ในปีนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ปัญหาหมอกควันส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก ในด้านของสุขภาพ ก่อให้เกิดอาการป่วยถึง 404,943 ราย พื้นที่ป่าถูกทำลาย 5,478,013 ไร่ ทำให้ในห้วงที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
เร่งดำเนินการแก้ไข ทุ่มเทกำลังพล เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และงบประมาณ พร้อมภาคประชาชนที่ให้การสนับสนุน ช่วยกันแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในทุกจังหวัดอย่างเต็มความสามารถ จนสถานการณ์ดีขึ้นและเข้าสู่ภาวะปกติ 
แม่ทัพภาค 3 กล่าวว่า เหตุการณ์หมอกควันไฟป่าวิกฤตทุกปี ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีจุด Hotspot แตกต่างกัน  การประชุมในวันนี้เป็นการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาในปีต่อไปได้อย่างตรงจุด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 
การประชุมในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน มีการระดมความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม
โดยแบ่งเป็น 9 จังหวัด ซึ่งการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันในปีหน้า จะต้องหาทางแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุให้เป็นรูปธรรม โดยขอความร่วมมือจากนายอำเภอทุกพื้นที่ให้เป็นแกนหลัก เนื่องจากนายอำเภอสามารถขอความร่วมมือและเข้าถึงชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งกลุ่มชาติพันธ์และประชาชนในพื้นที่ ที่จะต้องมีการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ มีการจัดระเบียบและกำหนดช่วงเวลาการเผาที่ชัดเจน มีการให้ความรู้และหาแนวทางหาของป่าโดยวิธีอื่น ซึ่งจะต้องนำข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาในวันนี้เสนอรัฐบาลต่อไป

ข่่าวโดย สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
ภาพโดย กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน 










จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำเสีย หารือแก้ไขปัญหาน้ำคลองแม่ข่า



จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำเสีย หารือแก้ไขปัญหาน้ำคลองแม่ข่า นำนวัตกรรมชุดกรองน้ำในการบำบัดน้ำเสียกลับให้มีคุณภาพ ก่อนปล่อยสู่ลำคลอง

     วันที่ 12 มิ.ย.62 ที่ห้องประชุมปฏิบัติการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุมหารือกับคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำเสีย เพื่อเสนอแนวทางการจัดการน้ำเสียในคลองแม่ข่า จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เครือข่ายชุมชน เทศบาล เครือข่ายคนรักคลองแม่ข่า และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
    คณะผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำเสียนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร. อภิชาต อนุกูลอำไพ ได้นำเสนอนวัตกรรมชุดกรองน้ำเสีย เพื่อจัดการปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองแม่ข่า นำมาใช้ร่วมกับวิธีการเดิม ที่อาศัยวิธีการตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยหลักการทำงานของชุดกรองน้ำเสียนี้ จะบำบัดน้ำเสียทั้งในด้านกายภาพและเคมี ทางด้านกายภาพจะทำให้น้ำมีความใสสะอาดมากขึ้น ส่วนทางด้านเคมี จะใช้โอโซนเพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ ก่อนที่จะปล่อยลงสู่คลอง จุดเด่นของชุดกรองน้ำนี้ยังสามารถกรองน้ำได้รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องพักน้ำทิ้งไว้ และเป็นระบบอัตโนมัติไม่ที่ต้องใช้แรงงานคนอีกด้วย
    จากการประชุมดังกล่าว จะได้มีการทดลองติดตั้งชุดกรองน้ำเสีย บริเวณสะพานอัษฎาธร ซึ่งเป็นแหล่งตลาดสด และชุมชนที่มีคุณภาพน้ำแย่ที่สุด และเป็นจุดที่มีการปล่อยน้ำเสียลงในคลองแม่ข่ามากที่สุด เพื่อทดสอบการทำงานและติดตามผลที่ได้เป็นระยะเวลา 1 เดือน หากนวัตกรรมชุดกรองน้ำดังกล่าว สามารถช่วยบำบัดน้ำเสียในคลองแม่ข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้นำมาพิจารณาและดำเนินการตามแผนในการพัฒนาคลองแม่ข่า เพื่อให้คลองแม่ข่ากลับมาใสสะอาดอย่างยั่งยืนต่อไป

นายศราวุธ เจิมจันทร์ ..ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








สถานกงสุลใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ มอบอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับจังหวัดเชียงใหม่ กว่า 700 ชิ้น



สถานกงสุลใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ มอบอุปกรณ์ดับไฟป่าให้กับจังหวัดเชียงใหม่ กว่า 700 ชิ้น

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 Mr.Stephen Wilson ผู้แทนจากสถานกงสุลใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ และคณะ นำอุปกรณ์ดับไฟป่ามามอบให้กับจังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายสมหวัง เรืองนิวัติศัย ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และนายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้แทนรับมอบ ณ บริเวณด้านหน้าอาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่
    ทั้งนี้ จากปัญหาหมอกควันและไฟป่าในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชน ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยสถานกงสุลใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา ประจำเชียงใหม่ ได้รับทราบถึงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงได้นำอุปกรณ์ดับไฟ ประกอบด้วย เครื่องเป่าลม ฮู้ดกันไฟ หน้ากาก N95 ขวานขนาดใหญ่  คราดเหล็ก พลั่วเหล็ก  มีดขนาดใหญ่ ไม้ตบไฟ  ถุงมือกันความร้อน และหน้ากากกันความร้อน รวม 772 ชิ้น เพื่อมอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่อไป
  
นายศราวุธ เจิมจันทร์ ..ภาพ/ข่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน