<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 20 มกราคม 2567 ) เวลา 06.00 น. วันนี้ถึง 06.00 น.ของวันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ....ตอนบนของภาค อากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตอนล่างของภาค อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 4-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

พม่าจำคุก5ปีหากพบหมิ่นประมาทบนเฟสบุ๊ค

ทางการพม่าได้กำหนดบทลงโทษจำคุก 5 ปีและปรับเป็นเงิน กรณีหมิ่นประมาทหรือกระทำให้ผู้อื่นได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงบนเว็บไซต์เฟสบุ๊คตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของพม่า ขณะที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่างเฟสบุ๊ค กำลังเป็นที่นิยมและยอดผู้ใช้พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น

สำนักข่าว the Weekly Eleven journal ซึ่งเป็นสำนักข่าวในประเทศพม่ารายงานว่า ทางการพม่าได้กำหนดบทลงโทษจำคุก 5 ปีและปรับเป็นเงิน กรณีหมิ่นประมาทหรือกระทำให้ผู้อื่น หรือหน่วยงานได้รับความเสื่อมเสียชื่อเสียงบนเว็บไซต์เฟสบุ๊ค ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของพม่า ขณะที่เครือข่ายสังคมออนไลน์ อย่างเฟสบุ๊ค กำลังเป็นที่นิยมและยอดผู้ใช้พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น

ทั้งนี้ แม้อัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในพม่าจะต่ำที่สุดในโลก โดยมีประชากรเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต แต่สำนักข่าว the Weekly Eleven journal รายงานว่า แม้จะไม่สามารถยืนยันตัวเลขผู้ใช้เฟสบุ๊คได้ แต่ยอดผู้ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟสบุ๊คยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในพม่า แต่อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ใช้เฟสบุ๊คบางส่วนไม่มีความรู้ด้านกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ จึงอาจทำให้คุกคามและไปละเมิดสิทธิของผู้อื่น เช่นการไปโพสต์ข้อความหรือนำรูปของผู้อื่นไปใช้ในเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นต้น

ซึ่ง the Weekly Eleven journal รายงานว่า ขณะนี้ ผู้ที่ถูกกระทำเช่น ถูกหมิ่นประมาทและถูกทำให้เสียชื่อเสียงบนเว็บไซต์เฟสบุ๊คสามารถฟ้องร้องเรียกร้องค่าเสียหายได้แล้ว

ส่วนสำนักข่าวดีวีบีเปิดเผยว่า สิ่งที่รัฐบาลพม่ากำลังกลัวก็คือ การปลูกระดมมวลชนให้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟสบุ๊คและทวิตเตอร์ เห็นได้จากที่ผ่านมา รัฐบาลได้ปิดใช้อินเตอร์เน็ตในช่วงเหตุการณ์ตึงเครียดในประเทศ อย่างไรก็ตาม เฟสบุ๊คไม่ได้เป็นที่นิยมในพม่าเท่านั้น แต่ชาวพม่าและชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศก็หันมาเล่นเฟสบุ๊คเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน โดยเฟสบุ๊คได้เชื่อมต่อระหว่างประชาชนที่อยู่ในและนอกประเทศพม่า และเป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารระหว่างคนทั้งสองกลุ่ม 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น