<<<<<..... พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย วันนี้ 2 ต.ค.69 /00:00 น. วันนี้ ถึง 00:00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

12 ม.ค. 2563

เชียงใหม่ จัดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาฝุ่นควัน และผลกระทบจากไฟป่าในเขตเมือง “ร่วมใจไม่ขับ ช่วยดับเครื่องยนต์ ลดฝุ่น pm 2.5”



จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสมาพันธ์นักเรียนเก่า 7 สถาบัน และหน่วยงานต่างๆ จัดกิจกรรมรณรงค์ แก้ไขปัญหาฝุ่นควันและผลกระทบจากไฟป่าในเขตเมือง “ร่วมใจไม่ขับ ช่วยดับเครื่องยนต์ ลดฝุ่น pm 2.5” เพื่อรณรงค์สร้างจิตสำนึก สร้างการมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน และตระหนักรู้ถึงปัญหามลพิษทางอากาศ

    วันนี้ (12 ม.ค.63) ที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาฝุ่นควันและผลกระทบจากไฟป่าในเขตเมือง “ร่วมใจไม่ขับ ช่วยดับเครื่องยนต์ ลดฝุ่น pm 2.5” โดยจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมกับสมาพันธ์นักเรียนเก่า 7 สถาบัน ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา เครือข่ายภาคประชาชนเมืองเชียงใหม่ สภาองค์กรชุมชน และสภาลมหายใจเชียงใหม่ จัดกิจกรรมรณรงค์ แก้ไขปัญหาฝุ่นควันและผลกระทบจากไฟป่าในเขตเมือง “ร่วมใจไม่ขับ ช่วยดับเครื่องยนต์ ลดฝุ่น pm 2.5” โดยมีส่วนราชการ นักเรียน นักศึกษา เครือข่ายภาคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
    จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีจำนวนยานพาหนะที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นจำนวนมาก จากจำนวนรถยนต์มากกว่า 400,00 คัน และรถจักรยานยนต์มากกว่า 1,300,000 คัน ส่วนใหญ่เป็นยานพาหนะส่วนบุคคล ซึ่งการใช้รถยนต์หรือยานพาหนะเหล่านี้ เกิดการเผาไหม้ของชื้อเพลิงฟอสซิล ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองนาดเล็ก pm 2.5 โดยเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน ในเขตเมือง บริเวณที่มีการจราจรคับคั่งหรือบริเวณโรงเรียนต่างๆ ที่มีการรับส่งนักเรียน รวมทั้งการใช้รถยนต์ดีเซลที่มีควันดำกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างปัญหาฝุ่นควันในเขตเมือง การจัดกิจกรรมดังกล่าวจึงเป็นการทำให้ประชาชนได้ตระหนักในปัญหาฝุ่นควัน อันเนื่องมากจากการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิง ที่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะน้องๆ นักเรียนและเยาวชนที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต ทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจแก่ประชาชนในการลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว และการดูแลรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้มีมลพิษเกินมาตรฐาน
    ภายในงานมีการฉีดพ่นละอองน้ำ และการปล่อยขบวนรถล้างถนน จากเทศบาลนครเชียงใหม่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตเมืองใกล้เคียง เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง ทั้งยังมีการจัดนิทรรศการการแก้ไขปัญหาหมอกควันจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และสถานศึกษาด้วย













11 ม.ค. 2563

เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2563



เหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2563 

    เมื่อค่ำวันที่ 10 ม.ค. 63 ที่เวทีกาชาด ภายในงานงานฤดูหนาวและงาน OTOP ของดีเมืองเชียงใหม่ ประจำปี 2563 นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสุดาภรณ์ สงวนสัตย์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2563 ของเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรายได้จะนำไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ราษฎรผู้ยากไร้ ช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมถึงกิจกรรมที่เป็นสาธารณกุศลของจังหวัดเชียงใหม่

    สำหรับผลการออกรางวัลสลากกาชาดการกุศล ประจำปี 2563 รางวัลที่ 1 รถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่น NAVARA จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ สลากหมายเลข 91044 รางวัลที่ 2 รถยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ รุ่น CIAZ จำนวน 1 รางวัล ได้แก่ สลากหมายเลข 09814 รางวัลที่ 3 รถจักรยานยนต์ Honda Wave จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ สลากหมายเลข 63807,  26302, 68619 ส่วนรางวัลเลขท้ายสามตัว ได้แก่ 779 และ 928 

ทั้งนี้ ผู้ซื้อสลากกาชาดการกุศลฯ สามารถตรวจสอบผลรางวัลได้ที่ www.chiangmai.go.th หรือโทร 0-5321-2638 ในวันและเวลาราชการ และผู้ที่ถูกรางวัลจะต้องยื่นสลากขอรับรางวัลภายใน 30 วัน นับจากวันออกรางวัล ที่ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณด้านหลังโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย   

ภาพ : ข่าว ศราวุธ เจิมจันทร์/สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม/กาญจนา บุญมี/จุฑารัตน์ น้ำพ่วง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่












20 พ.ย. 2562

รองผู้ว่าเชียงใหม่ร่วมกับขนส่งฯ จัดเต็มลงพื้นที่ คุมเข้ม ตรวจสอบรถโดยสารปล่อยควันดำ



รองผู้ว่าเชียงใหม่ร่วมกับขนส่งฯ จัดเต็มลงพื้นที่ คุมเข้ม ตรวจสอบรถโดยสารปล่อยควันดำ กำชับให้ใช้ทุกมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน

วันที่ 19 พ.ย. 62 นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่สุ่มตรวจสภาพรถโดยสารสาธารณะ คิวรถขึ้นดอยสุเทพ-ปุย เพื่อตรวจสอบรถโดยสารปล่อยควันดำและควันเสีย เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน

นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้รับการร้องเรียนจากสื่อมวลชนว่า
มีรถโดยสารสาธารณะขับขึ้นดอยสุเทพบางคันมีควันดำเกินค่ามาตรฐาน ซึ่งการขับขี่ยานพาหนะในทางเรียบ อาจไม่จำเป็นต้องเร่งเครื่องมาก แต่รถที่ขึ้นบนเขา บนดอย อาจต้องมีการเร่งความเร็วมากกว่าปกติ ในการเร่งอาจส่งผลกระทบในเรื่องของควันที่ออกมามากกว่าปกติ ทั้งนี้ทางสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วง High season ของจังหวัดเชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่จำนวนมาก ซึ่งทางจังหวัดจะไม่อนุญาตให้นำรถบัสขนาดใหญ่ขึ้นไปบนดอย เนื่องจากมีการจราจรที่หนาแน่น และเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย ดังนั้นรถบริการสาธารณะจึงเป็นทางเลือกของนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีความชำนาญทาง สามารถนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปได้อย่างปลอดภัย ซึ่งในส่วนนี้สำนักงานขนส่งจังหวัดฯ ได้ดูแลในเรื่องของระบบห้ามล้อ และค่าควันดำเกินมาตรฐาน เนื่องจากเส้นทางขึ้นดอยสุเทพเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวใช้เป็นประจำ รวมไปถึงเป็นเส้นทางที่ใช้ออกกำลังกาย ปั่นจักรยานในเส้นทางนี้อยู่ตลอด ซึ่งหากมีควันดำเกินค่ามาตรฐาน อาจทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่เสียหาย รวมไปถึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของผู้ที่ออกกำลังกายด้วย ซึ่งทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และมีการดำเนินการตามมาตรการของจังหวัด และของสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

ด้าน นางวราภรณ์ วรพงศธร ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า มาตรการตรวจเข้มของสภาพรถ ปกติจะมีการเรียกตรวจรถโดยสารสาธารณะที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ปีละ 2 ครั้ง แต่เนื่องจากในช่วงที่เกิดมลภาวะทางอากาศ หรือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 สำนักงานขนส่งฯ จึงได้มีมาตรการร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ สุ่มตรวจสอบเข้มข้นตามจุดต่างๆ ที่เป็นคิวรถโดยสารสาธารณะ โดยเฉพาะจุดขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวใช้บริการจำนวนมาก และเป็นทางเขาลาดชัน จะส่งผลให้ใช้การเร่งความเร็วมากกว่าปกติ เป็นสาเหตุทำให้เกิดควันดำมากขึ้น ซึ่งหากพบจะมีการตักเตือนเจ้าของรถให้ปรับปรุงตรวจสภาพรถให้เรียบร้อย ซึ่งเป็นมาตรการที่ทำร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ ในการดำเนินการตามมาตรการลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และการตรวจวัดค่าควันดำของรถโดยสารสาธารณะให้อยู่ในระดับค่าเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดปัญหามลพิษทางอากาศและเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้ใช้รถโดยสารสาธารณะ 

ทั้งนี้ จากการสุ่มตรวจรถโดยสาร พบรถยนต์ที่มีควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐาน จึงได้ต้องขอความร่วมมือเจ้าของยานพาหนะ ในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้อยู่ในสภาพปกติ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่

สุดาภรณ์ อินต๊ะธรรม /นันธิกา กิจปาโล /วิชญ์พล สุวรรณไพโรจน์ // ภาพ-ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








19 พ.ย. 2562

โครงการรับยาที่ร้านยา ลดความแออัดในโรงพยาบาล สร้างทางเลือกในการรับยาให้กับผู้ป่วย



โครงการรับยาที่ร้านยา ของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เป็นนโยบายลดความแออัดในโรงพยาบาล สร้างทางเลือกในการรับยาหลังพบแพทย์ให้กับผู้ป่วยสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่สมัครใจ ไม่ต้องรอคิวรับยา โดยแพทย์ต้องให้ความเห็นว่าผู้ป่วยมีอาการคงที่ สามารถร่วมโครงการรับยาที่ร้านยาได้ ซึ่งร้านยาที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นร้านยาแผนปัจจุบัน ข.ย.1 ที่มีเภสัชกรประจำร้าน และมีป้ายสัญลักษณ์ “ร้านยาชุมชนอบอุ่น” ที่หน้าร้าน 

ผู้ป่วยที่สามารถเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ต้องเป็นบุคคลที่ใช้สิทธิ์บัตรทอง ป่วยด้วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หอบหืด หรือโรคทางจิตเวช และแพทย์วินิจฉัยแล้วว่าผู้ป่วยสามารถรับยาที่ร้านยาได้ และผู้ป่วยสมัครใจไปรับยาที่ร้านยา ซึ่งยาที่ผู้ป่วยได้รับจากร้านยา จะเป็นยาที่จัดส่งมาจากโรงพยาบาล เป็นยารายการเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน และสิ่งสำคัญของโครงการ คือการเชื่อมต่อข้อมูลของผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลและร้านยา ที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยในการส่งข้อมูล โดยโรงพยาบาลจะจัดส่งเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นของผู้ป่วยให้กับร้านยา เพื่อให้จ่ายยาและให้คำแนะนำกับผู้ป่วยได้ ซึ่งจะมีการประเมินสุขภาพและความพึงพอใจหลังดำเนินโครงการ เพื่อปรับปรุงด้านบริการของโรงพยาบาล เช่น มีเวลาดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะโรคซับซ้อนมากขึ้น การควบคุมคุณภาพยาในหอผู้ป่วย เป็นต้น  

ในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ เภสัชกรหญิง พัชราวัลย์ มีศิลป์ เภสัชกรประจำศูนย์ยาสี่แยกข่วงสิงห์ เปิดเผยว่า ศูนย์ยาสี่แยกข่วงสิงห์ได้เข้าร่วมโครงการรับยาที่ร้านยา กับโรงพยาบาลสวนปรุง และโรงพยาบาลนครพิงค์ ซึ่งผู้ป่วยของโรงพยาบาลสวนปรุง เป็นผู้ป่วยจิตเวช อาทิ โรคอารมณ์ 2 ขั้ว โรคซึมเศร้า โรคนอนไม่หลับ และผู้ป่วยของโรงพยาบาลนครพิงค์ จะเป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคไขมัน ความดัน ขณะนี้มีผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการของโรงพยาบาลสวนปรุง  10 กว่าราย ได้รับยาไปแล้ว และกำลังรอรับยาต่อเนื่องอีกประมาณ 10 กว่าราย ส่วนโรงพยาบาลนครพิงค์ กำลังเริ่มดำเนินการและมีผู้ป่วยเข้าร่วมโครงการแล้ว 

นอกจากนี้ เภสัชกรหญิง พัชราวัลย์ มีศิลป์ ในฐานะนักวิจัยเกี่ยวกับรหัสยา และระบบเชื่อมต่อโรงพยาบาลกับร้านขายยา ยังได้ร่วมกับอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดทำ E-leaning และส่งเนื้อหาให้เภสัชกรร้านขายยาที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เรียนรู้และทำข้อสอบ เมื่อทำข้อสอบผ่าน จะได้ใบรับรอง และนำใบรับรองมายื่นขอเข้าร่วมโครงการได้ ซึ่งร้านยาที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นร้านยาที่ผ่านเกณฑ์ GDP ซึ่งเป็นมาตรฐานของร้านยา และจะต้องมีเภสัชกรประจำร้านยา 8 ชั่วโมง

นันธิกา กิจปาโล/จุฑารัตน์ น้ำพ่วง/วิชญ์พล สุวรรณไพโรจน์  ข่าว-ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน





กองทัพภาคที่ 3 ขับเคลื่อนการป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันร่วมกับวิทยากรจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดเชียงใหม่



กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ขับเคลื่อนการป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันร่วมกับวิทยากรจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.62 เวลา 10.00 น. พล.ต.อำนาจ ศรีมาก รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย นายสิรภพ สระแก้ว ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. เข้าหารือ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางการป้องกันปัญหาไฟป่าและหมอกควันร่วมกับวิทยากรจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร.จังหวัดเชียงใหม่

รองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการใหญ่ จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ได้มีนโยบายในการนำประชาชนจิตอาสาในชุมชน ร่วมทำงานกับวิทยากรจิตอาสา พระราชทาน 904 วปร.ระดับจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชนเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งทุกจังหวัดมีวิทยากรจิตอาสาอยู่แล้ว เพื่อให้จิตอาสาเข้ามาร่วมทำงานในชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะจิตอาสาหมู่บ้านดับไฟ ทั้งนี้กองทัพภาคที่ 3 มีแผนที่จะนำเสนอโครงการในการจัดกิจกรรม อบรมประชาชนในเรื่องมาตการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในพื้นที่ทั้ง 9 จังหวัด จังหวัดละ 2 พื้นที่ โด เน้นพื้นที่เสี่ยงของแต่ละจังหวัดเพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกัน

ซึ่งการป้องกันไฟป่าและหมอกควันนั้นจะต้องเริ่มจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนเป็นสำคัญ โดยทางกองทัพภาคที่ 3 จะเป็นศูนย์ระดับภาคฯ ในการประสานงานกับจังหวัด ซึ่งการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในปีนี้ จังหวัดเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะบูรณาการแผนงานทั้งหมด โดยกองทัพจะเป็นหน่วยขับเคลื่อนให้จังหวัดเป็น CEO ที่มีประสิทธิภาพ

กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน