<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 25 มิย. 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ...............>>>>

เชียงใหม่วันหยุดยาว 3 วันเกิดอุบัติเหตุ 72 ครั้ง ตาย 7 ราย บาดเจ็บรวม 50 ราย


สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเชียงใหม่ เผยวันหยุดยาว 3 วันเกิดอุบัติเหตุ 72 ครั้ง  ตาย  7 ราย  บาดเจ็บรวม 50 ราย  พบเป็นชาย 6 ราย หญิง 1 ราย สาเหตุรถจักรยานยนต์โดน 6 ราย โดนรถยนต์ชนท้าย 1 ราย ส่วน 10 ข้อหาหลักถูกจับมากสุดไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถ รองลงไม่สวมหมวกนิรภัย ส่วนเมาแล้วขับมีไม่มาก 

นายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสํานักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สรุปการเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในช่วงวันหยุดยาว 5 วันช่วงเข้าพรรษา ตั้งแต่วันที่ 16 -19 กรกฎาคม 2559 เกิดอุบัติเหตุจำนวน 72 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 7 รายเป็นผู้ขับขี่ทั้งหมด มีผู้บาดเจ็บรวม 50 ราย ผู้มีความเสียหายจากทรัพย์จำนวน 139,800 บาท ส่วนผู้เสียชีวิต 7 รายเป็นชาย 6 ราย หญิง 1 ราย อายุ 20 - 41 ปี สาเหตุเกิดจากถูกรถเก๋งและกระบะเฉี่ยวชน และชนท้ายรถ ห้วงเวลาหลัง 00.00 น. 5 ราย มีช่วงเช้าและสาย เพียง 2 ราย เป็นคนในพื้นที่จำนวน 3 ราย นอกพื้นที่ 4 ราย เป็นบนถนนหลวงแผ่นดินทั้ง 7 ราย 
อย่างไรก็ตามการกวดขันตามมาตรการ 10 ข้อหลัก ทั้ง 3 วัน รถทั้งหมดถูกเรียกตรวจจำนวน 14,850 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ กว่า 7 พันคัน ,รถกระบะ 3 พันกว่าคัน ,รถเก๋ง เกือบ 3 พันคัน ,รถโดยสารสาธารณะ 6 กว่าคัน มีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาต่างรวมจำนวน 3,433 ราย เป็นข้อหาไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถมากที่สุด 1,335 ราย ,รองลงมาไม่สวมหมวกนิรภัย 1,309 ราย ,ขับขี่เร็วเกินกำหนด 196 ราย และพบว่าเมาสุราขับรถจำนวน 73 ราย โดยเป็นการตั้งด่านบูรณาการจำนวน 29 จุด ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังใช้มาตรการเข้มงวดในการดูแลความอดภัยทางถนนเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากถนนสายหลักและสายรอง ในช่วงวันหยุดสุดท้ายพรุ่งนี้ที่คาดจะมีการเดินทางกลับมาของประชาชนโดยเฉพาะเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปทำงานต่อ ขณะนี้มีการตั้งด่านกวดขันวินัยด้านจราจรของเจ้าหน้าที่ในถนนสายหลักและสายรอง จนกว่าจะหมดช่วงวันหยุดยาวเข้าพรรษา

ขอบคุณแหล่งที่มาของภาพและข่าว
ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น