<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 8 ตุลาคม 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ....................>>>>

สคส พระราชทาน 2556




ส.ค.ส. พระราชทานปี พ.ศ.๒๕๕๖
"ขอจงมีความสุข ความเจริญ"
ความเมตตาเป็นคุณธรรมนำความสุข
ช่วยปลอบปลุกปรุงใจให้พรรษา
ความกตัญญูรู้คุณผู้เมตตา
ทวีค่าของน้ำใจไมตรีเอย"

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยานนาน

สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์

CMupdatenews Crop.

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖..Happy New Year 2013



สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๖
Happy New Year 2013
สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์

แสดงความห่วงใยกับ ส.ค.ส.หนึ่งใบ



เรื่องเล่าชาวเชียงใหม่...(จันทร์นี้ยาวนิดทนอ่านหน่อยนะขอรับ..)
เพิ่งกลับมาถึงบ้าน..ไปมาหลายจังหวัดในไม่กี่วัน....ปาย.แม่ฮ่องสอน...เทิดไทย..เชียงราย....พะเยา...ลำปาง...
กลับมาบ้านที่สันทราย..เชียงใหม่
เห็นคนไปท่องเที่ยวกันแล้วชื่นใจ..เมื่อวานอยู่ที่แม่จัน..ทางขึ้นดอยแม่สะลองโรงแรมเต็มรถราก็มากมาย...
วันนี้ (24 ธค) เชียงรายติดมากลงจากเทิดไทยมาก่อนเข้าเมืองรถทัวร์เพียบทั้งที่เป็นวันจันทร์..เออฝนตกด้วย...
ขับรถไปคนเดียวคิดไปเรื่อย..เห็นผู้คนมากมายมีความสุขกับการกินการเที่ยวในที่ต่างๆ
หวนให้นึกถึงทางใต้ของเรา....จริงๆนะ...
สงสารทหาร...ตำรวจ..ครู..หมอ...พยาบาล...ข้าราชการ..รวมถึงชาวบ้าน
พวกเขาเหลานั้น...จะมีความสุขไหมกับปีใหม่ทั่กำลังจะมาถึง...
ปีใหม่...ทหารตำรวจที่ไปประจำการที่สามจังหวัดชายแดนจะได้กลับไปกอดลูกเมียที่บ้านไหม....?
ผมว่าช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการแสดงความเป็นห่วงเป็นใยกับภาคใต้ของเรา..โดยเฉพาะผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่
อยู่ที่นั่น
.....ส่ง สคส.ให้พวกเค้าซักคนละใบไหม?
หาข้อมูลมาให้...ไปที่ไปรษณีย์หรือ.เซเว่นฯก็ได้ไกล้บ้านคุณนะแหละ
กระทรวงกลาโหมฯทำ.ส.ค.ส.ใบละ 10 บาท..เค้าจ่าหน้าไว้เรียบร้อยแล้วนะ..เขียนชื่อที่อยู่ของตัวเองเท่านั้น
เงินรายได้มอบให้โรงพยาบาลทหารผ่านศึกอีกส่วนหนึ่งบำรุงขวัญกำลังใจทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้
แต่ถ้าต้องการส่งเป็นพิเศษ
ตามนี้เลย
ขอเชิญชวนร่วมกันส่งโปสการ์ดบัตร อวยพรปีใหม่
ให้อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัด ภาคใต้
เพื่อกำลังใจ ให้กับ เจ้าหน้าที่ ผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน ไทยทุกๆท่าน
---ค่าย จุฬาภรณ์ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส 96000
---ค่าย สิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160
---ค่าย อิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94170
---ฐานปฏิบัติการ ตชด. ธรณิศ ศรีสุข ต.เขื่อนบางลาง อ. บันนังสตา จ.ยะลา 95130
---ฐานปฏิบัติ การ ตชด. บ้านสายสุราษฎร์ ต.เขื่อนบางลาง อ. บันนังสตา
จ.ยะลา 95130
---ฐาน ปฏิบัติการ ตชด. 444 ต.โต๊ะตีเต อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี 94150
---หน่วย เฉพาะกิจ ที่ 21 ที่ว่าการ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 94160
---หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 22 วัดควนนอก อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี 94190
---หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 23 วัดหลักเมือง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000
---หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 24 ศูนย์ฝึกอาชีพวัดช้างไห้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี 94180
---หน่วยเฉพาะกิจ ที่ 25 สำนักงานสงฆ์ทุ่งยางแดง อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี 94140
---หน่วย เฉพาะกิจ ที่ 26 วัดโชติรส อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี 94220
---กรมทหารพราน ที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี 94170
คนละนิดครับ....เพื่อนพ้องน้องพี่...พร้อมใจกันนะครับ...เพื่อคนที่เค้าลำบากตรากตรำเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องประเทศของเราไว้..

"ไม่มีพวกเค้า..เราไปลอยทะเลกันหมดแล้ว.....ให้ตายซิพับผ่า".

....Mr.K.Dj.อั๋น.24 ธค.2555


CMupdatenews : เชียงใหม่อัปเดตนิวส์: ส.ค.ส 2556 สมเด็จพระเทพฯ

CMupdatenews : เชียงใหม่อัปเดตนิวส์: ส.ค.ส 2556 สมเด็จพระเทพฯ: ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยานนาน สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์ CMupdatenews Crop.

ส.ค.ส 2556 สมเด็จพระเทพฯ


ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน


ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยานนาน

สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์

CMupdatenews Crop.

ในหลวงของคนไทย


ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน


"คำอวยพร และคำปฏิญาณสัญญาณ ที่พวกท่านได้กล่าวนั้น เป็นที่ประจักษ์ใจมาก ขอขอบใจ ท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน ที่พรั้งพร้อมกันมาด้วยความปรารถนาดี และไมตรีจิต ความปรารถนาดี และความพร้อมเพรียงกันของทุกคน อย่างที่ได้เห็นในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น มีความเชื่อเสมอว่า ความเมตตา ปรารถนาดีของท่านนี้ เป็นปัจจัยอย่างสำคัญที่จะทำให้ความพร้อมเพรียงให้เกิดขึ้น มีขึ้นทั้งในหมู่คณะ และในชาติบ้านเมือง แต่ถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมอันนี้อยู่ในจิตใจ ก็จะมีความหวังได้ว่า บ้านเมืองไทยไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัย และธำรงมั่นคงต่อไป ได้ตลอดรอดฝั่ง อย่างแน่นอน
ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนไตรและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่าน รักษาชาติไทย ให้มีแต่ความผาสุขร่มเย็น ตลอดไป..."

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม
วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕




ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
.................................................................
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์.
CMupdatenews Crop.

"บารัค โอบามา" เข้าเฝ้าฯ ในหลวง ที่ รพ.ศิริราช



วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2555 เวลา 18:14 น.

"ในหลวง" โปรดเกล้าฯ ให้ประธานาธิบดีสหรัฐ "บารัค โอบามา" และคณะ พร้อมนายกฯ ปู เข้าเฝ้าฯ ที่ รพ.ศิ

ริราช ทรงมีพระราชปฏิสันถารและทรงพระราชทานของขวัญแก่ผู้นำสหรัฐและคณะด้วย

วันนี้ (18 พ.ย.) เวลา 16.53 น. ณ ห้องประชุมสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 14 โรงพยาบาลศิริราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นางฮิลลารี คลินตัน รมว.การต่างประเทศ นางคริสตี้ แอนน์ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคณะ เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสที่นายบารัค โอบามา เยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย. นี้ มีนายชัยยงค์ สัจจิพานนท์ เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา และนายณรงค์ฤทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รองเลขาธิการพระราชวัง ฝ่ายที่ประทับ เข้าเฝ้าฯ ด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับนายบารัค โอบามา นางฮิลลารี คลินตัน จากนั้นทรงมีพระราชปฎิสันถารกับประธานาธิบดีสหรัฐและคณะ ก่อนที่จะพระราชทานของขวัญแก่ประธานาธิบดี และนายบารัค โอบามา ถวายของขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วนายบารัค โอบามาและคณะ กราบบังคมทูลลา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การรักษาความปลอดภัยภายใน รพ.ศิริราช และบริเวณโดยรอบโรงพยาบาลเป็นไปอย่างเข็มงวด เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหารกว่า 300 นายคอยดูแลความเรียบร้อย ท่ามกลางประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวต่างมารอชมประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แต่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องด้วยระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐและคณะ ได้เดินทางต่อไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทย และหารือกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากนั้นจะมีการแถลงข่าวร่วมกัน และรัฐบาลเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่ประธานาธิบดีสหรัฐและคณะ






ขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก :http://www.dailynews.co.th/royal/167419
และ http://www.newsrama2.com/news/topic-46112.html

สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

" Little Town " Big SOUND In City.





มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะผู้ปกครองจังหวัดเชียงใหม่กว่า 200 รูป


มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะผู้ปกครองจังหวัดเชียงใหม่กว่า 200 รูป

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการถวายความรู้แด่พระสังฆา- ธิการระดับคณะผู้ปกครองจังหวัดเชียงใหม่ "พระสงฆ์ผู้นำการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน" มีพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะและรองเจ้าคณะตำบลของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วม 268 รูป
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้(5 พ.ย.55) ที่ศาลาเบญจสัตตยายุศรีวิชัยนุสรณ์ วัดศรีโสดา(พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระเทพโกศล เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ กล่าวต้อนรับพระสังฆาธิการที่เข้าร่วมโครงการเสริมความรู้ถวายแด่พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะผู้ปกครองจังหวัดเชียงใหม่ และ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เปิดโครงการถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะผู้ปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสำนักเสริมศึกษาและบริการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา 5 ธันวาคม 2555 และเพื่อเฉลิมฉลองปีพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มีพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะตำบล และรองเจ้าคณะตำบล เข้าร่วม 268 รูป ซึ่งจะทำให้พระสังฆาธิการ นำความรู้ที่ได้รับไปเผยแพร่ต่อพระภิกษุสามเณรในปกครองและวัดตนเองเพื่อสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญาตามหลักพุทธธรรมและบำเพ็ญประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและสังคม รวมทั้งนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาวัด อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย และการดูแลสุขภาพของพระสงฆ์อีกด้วย ในการจัดถวายความรู้แด่พระสังฆาธิการ ครั้งนี้ พระธรรมคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดปุทมคงคา กรุงเทพฯได้เดินทางมาเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ เรื่องการบริหารและการพัฒนาวัดในจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีการบรรยายให้ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น กฎหมายน่ารู้สำหรับพระสงฆ์ การบูรณาการกิจกรรมและการบริหารกิจการวัด พระสงฆ์กับการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประจำถิ่น และพระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพ เป็นต้น



ขอบพระคุณข่าวโดย ชูโชค ทองตาล่วง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413


เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเยี่ยม ราษฎรที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัด เชียงใหม่



           วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 31 บ้านแม่ปาน ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โดยเสด็จด้วย โอกาสนี้ได้พระราชทานเข็มเครื่องหมายแก่ กรรมการ อนุกรรมการ และแก่อาสาสมัคร รวมถึงพระราชทานสิ่งของแก่ตัวแทนนักเรียน และชาวบ้านจากนั้น ทรงเยี่ยมราษฎรที่ไปเฝ้ารับเสด็จ พร้อมประทานของเล่นแก่เด็กเล็ก และทรงเยี่ยมการปฏิบัติงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. ที่โปรดให้ไปบริการตรวจรักษาโรคแก่ประชาชนที่เจ็บป่วย บ้านแม่ปาน มีราษฎร 183 หลังคาเรือน จำนวน 547 คน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และรับจ้างทั่วไป หมู่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง เมื่อเจ็บป่วยจะไปใช้บริการที่โรงพยาบาลแม่แจ่ม ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 7 กิโลเมตรสำหรับวันนี้ มีประชาชนจากบ้านแม่ปาน และบ้านใกล้เคียงไปรับบริการตรวจรักษาจำนวน 179 คน ส่วนใหญ่เจ็บป่วยด้วยโรคระบบกล้ามเนื้ออักเสบ และรักษาด้านทันตกรรม 42 คน  ในการนี้ ทรงเยี่ยมผู้ป่วยนำเฝ้า จำนวน 9 คน อาทิ มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง, ไม่มีรูทวารตั้งแต่เกิด, เบาหวาน, มะเร็งตับ, โรคเกาต์ และไวรัสตับอักเสบ C, โรคเท้าปุก กับพัฒนาการช้า ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยากไร้เจ็บป่วยด้วยโรคที่ต้องรับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ ที่มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย โดยโปรดให้ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำภูมิภาค และโรงพยาบาลที่กรุงเทพมหานคร พร้อมประทานเงินสำหรับเป็นค่าเดินทางแก่ผู้ป่วยและครอบครัว
                จังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดแพทย์อาสาลำดับที่ 1 ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2512 ปัจจุบันมีสมาชิก ประกอบด้วย แพทย์, ทันตแพทย์, พยาบาล และเจ้าหน้าที่สนับสนุนรวม 2,757 คน ซึ่งที่ผ่านมาได้สนองพระราชปณิธานในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. และหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้าไปยังหมู่บ้านต่างๆ รวม 63 หมู่บ้าน มีผู้ป่วยไปรับการรักษากว่า 5,700 คน รวมทั้งจัดกิจกรรมด้านทันตกรรมแก่นักเรียน ตามโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวม 12 แห่ง


ขอขอบพระคุณภาพจาก Jim Phathai ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ 
และข้อมูลข่าวโดย CH7 News
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน


พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

เลขา ป.ป.ส.นำทีม ตำรวจ ทหาร ป.ป.ส.-D.E.A.ยึดทรัพย์ยา 1,000 ล้านบาท เครือข่ายจีนฮ่อ ลีซอ เชียงดาว-เชียงใหม่ ส่งจำหน่ายภาคใต้มาเลเซีย




เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 ตุลาคม 2555 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร.และเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ที่ปรึกษา สบ.10 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.5 พล.ต.สมศักดิ์ บรรเจิดกุล ผบ.กกล.ผาเมือง พ.ต.อ.สาธิต เกตานนท์ รอง ผบก.ตชด.ภาค 3 นายสุขุม โอภาสนิพัทธ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส.นายวิชัย ไชยมงคล ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกับหน่วยปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา ( D.E.A.) นำกำลังกว่า 100 นาย บุกเข้าตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินบ้านเลขที่ 501/68 หมู่ 3 หมู่บ้านพิมุกต์ 1 ถนนเชียงใหม่ แม่โจ้ สายเก่า ต.สันทรายหลวง อ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมจับกุมนายถาวร สมจิตร หรือ นายอาจง แซ่หลู่ (แซ่ลู่) หรือนายภานุ ปาบือ อายุ 33 ปี ชาวชาวเผ่าลีซอ บ้านแกน้อย ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในระดับ Master Mind หรือ ผู้บริหารจัดการขบวนการค้ายาเสพติดในภาคเหนือรายสำคัญ นายเอกอมร หรือ อ้วน แซ่หยาง อายุ 23 ปี บ้านเลขที่ 50 หมู่ 9 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

ขณะที่เข้าไปตรวจค้นเพื่อเปิดประตูบ้านปรากฎว่าผู้ต้องหาได้ล็อคกุญแจไว้ อย่างแน่นหนา ดี โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดกุญแจประตูรั้ว ประตูบ้าน และประตูห้องนอน ภายในห้องนอนพบเงินสดจำนวน 2.5 ล้านบาท ซ่อนอยู่ในลิ้นชักพลาสติกที่หัวเตียง พร้อมรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า 2 คัน จอดอยู่ภายในโรงจอดรถ ซึ่งนายอาจงให้การว่าเงินที่พบเตรียมไว้สำหรับใช้จ้างวานคนลำเลียงยาเสพติด ส่วนรถยนต์มีคนนำมาฝากไว้นานแล้ว

ทั้งนี้เมื่อ 3 วันก่อน เจ้าหน้าตำรวจสืบสวยสอบสวนตำรวจภูธรภาค.5 สามารถสืบสวนขยายผลจับกุมนักค้ายาเสพติดเครือข่ายของนายอาจงได้ 4 คน ประกอบด้วยนายขันธ์ชัย เขตรักษา อายุ 39 ปี บ้านเลขที่ 610 หมู่ 9 ต.หนองบัวระเหวง อ.หนองบัวระเหวง จังหวัดชัยภูมิ นายหิรัญ ยาเขต อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 164/6 ถ.เจริญประเทศ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นายแวอูเซ็ง แวยามา อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 73/4 หมู่ 9 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส นายชนุดม ชุติวัฒโภคิน หรือนายจรัญ หรือนายอาซาผะ เลายี่ป๋า อายุ 29 ปี เลขที่ 699/27 หมู่ 12 ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 200,000 เม็ด ขณะลำเลียงยาบ้าทั้งหมดผ่านด่านโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ และเจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบมายังเพรียวอพาร์ทเม้นท์ ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ บ้านพักใน ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ และบ้านพักใน ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จึงนำมาสู่การเข้าตรวจอายัดทรัพย์สินในวันนี้

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า ทรัพย์สินที่ยึดได้ในวันนี้ประกอบด้วยรถยนต์เก๋ง รถยนต์กระบะ ยี่้ห้อโตโยต้า ยี่ห้อเชพโรเลท และยี่ห้ออีซูซุ รวม 9 คัน ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นรถรับส่งนักเรียน รถแทรคเตอร์ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 5 คัน โทรศัพท์มือถือ 8 เครื่อง เงินสด 3 ล้านกว่าบาท ทองรูปพรรณ 14 บาท สมุดบัญชีธนาคาร 9 บัญชี มีเงินหมุนเวียนรวม 200 ล้านบาท บัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิต 3 ใบ สิ่งปลูกสร้างบ้านพร้อมที่ดิน 4 หลัง ที่ดินสวนยางพาราและไร่ข้าวโพด 8 แปลง รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท เฉพาะนายอาจงเพียงคนเดียว ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในชื่อของภรรยา ลูก และญาติพี่น้อง

"นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายเมียลูกหลานและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหลาย คน จึงเชื่อว่าทรัพย์สินที่ต้องตามอายัดมีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เฉพาะบัญชีเดียวซึ่งเป็นของภรรยาน้อยมีเงิน 39 ล้านบาท ที่ถูกโอนมาจากสุไหงโกลก และถอนเงินที่จังหวัดเชียงใหม่ นำไปติดต่อสั่งซื้อยาเสพติดจากต่างประเทศ ก่อนนำยาส่งกระจายในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ปริมณฑล และชุมชนคลองเตย กรุงเทพฯ และบางส่วนได้ไปจำหน่ายข้ามฝั่นไปยังประเทศมาเลเซียอีกด้วย โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาอดทนเฝ้าติดตามพฤติกรรมมานานจนกระทั่งสาวมาถึงตัว ได้ โดยใช้บ้านในหมู่บ้านพิมุกต์ 1 จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่พักยาและเพื่อกระจายไปยังจุดต่าง ๆ ตามลูกค้าสั่งมา
พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผบช.ภ.5 กล่าวว่า เลขาฯ ป.ป.ส.เน้นให้เราเร่งขยายผลที่ตัวการใหญ่ลงไปจนถึงรายย่อย ครั้งนี้เราจับอาจงได้ถือว่าเป็นตัวการใหญ่อันดับต้นๆ ของภาคเหนือ นอกจากนี้ยังค้างอีก 4-5 เครือข่ายที่ ปปส.และตำรวจภูธรภาค.5 ได้ติดตามพฤติกรรมการเคลือนไหวมานานแล้ว และเมื่อได้โอกาสจะเข้าไปทำลายเครือข่ายลักษณะนี้เช่นเดียวกัน

พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.5 กล่าวว่า นายอาจงเป็นเกษตรกรดีเด่นของชุมชน แต่เป็นผู้ประสานงานสั่งซื้อยาเสพติดจากกลุ่มผู้ผลิตนอกประเทศเข้ามาจำหน่าย ในประเทศไทยและส่งออกไปมาเลเซีย รวมทั้งรับเงินค่ายามาจากกลุ่มลูกค้าส่งกลับไปยังกลุ่มผู้ผลิตนอกประเทศ และนายเอกอมรมีหน้าที่เบิกถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มและธนาคารไปมอบให้นายอาจง ส่วนนายชนุดมและนายขันธ์ชัย เป็นคนจัดหากลุ่มผู้ลำเลียงไปส่งลูกค้า โดยจะขับรถนำสำรวจเส้นทางระหว่างการลำเลียง นายหิรัญ คือมือขนหรือผู้ลำเลียง ส่วนนายแวอูเซ็ง ทำหน้าที่ติดต่อซื้อยาจากนายอาจง เป็นตัวประกันค่ายาเสพติดตามคำสั่งของนายอิสมาดี อูเซ็ง ครั้งนี้ถือว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับได้ครบขบวนการฯ
เลขา ปปส.กล่าวอีกว่า หลังจากนี้ จะให้ ปปส.ตำรวจภูธรภาค.5 ให้ตำวจภภูธรทุกพื้นที่สำรวจกลุ่มขบวนการซื้อบ้านจัดสรรและที่ดินทิ้งไว้โดย ไม่ได้มาทำประโยชน์อะไร ให้เร่งหาเจ้าของของสอบที่ไปที่มาของการเงินของบุคคลเหล่านี้ หากได้ทรัพย์สินจากการค้ายาเสพติดไดให้ยึดทรัพย์สินทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับ ปปง.ให้ดำเนินคดีกลุ่มปวงพันยาเสพติดโดยการยึดทรัพย์สินรวมทั้งผู้คนที่ไม่ อาชีพเป็นหลักแหล่งที่แน่นอนและมีรถหรู่ ๆใช้ มีบ้านราคาแพงอยู่ให้ ปปง.ตรวจสอบทั้งหมด โดยจะเริ่มภายในเร็ว ๆ นี้

สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน 



พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

เชียงใหม่เปิดบ้านอุ่นใจศูนย์ประสานโครงการ "ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน"ภายใต้แผนปฏิบัติการปิดล้อม X-Ray เชิงรุก 90 วัน






จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบรามยาเสพติดภาค 5 เปิดบ้านอุ่นใจ ศูนย์ประสานโครงการ "ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน"ภายใต้แผนปฏิบัติการปิดล้อม X-Ray เชิงรุก 90 วัน ที่บ้าน          สันลมจอย หมู่ 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
เมื่อเวลา 09.00 น.วันนี้(20 ต.ค.55) ที่โรงเรียนบ้านโป่งน้อย หมู่ 13 บ้านสันลมจอย ต. สุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดป้ายศูนย์ประสานงานโครงการชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืนภายใต้แผนปฏิบัติการปิดล้อม X-Ray เชิงรุก 90 วัน ของศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ โดยจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส.   ภาค 5 ได้คัดเลือกบ้านสันลมจอย หมู่ 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่เป้าหมายเปิดบ้านอุ่นใจในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน พร้อมกับส่วนกลางที่จัดขึ้น ที่ชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยมี นายกรัฐมนตรี(นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เป็นประธาน แผนปฏิบัติการปิดล้อม X-Ray เชิงรุก 90 วัน            มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดปัญหายาเสพติดจากผู้ค้ารายย่อยในชุมชน นำผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดในชุมชนเข้ารับการบำบัดรักษาให้มากที่สุด เฝ้าระวังและติดตามช่วยเหลือผู้ผ่านการบำบัดให้มีอาชีพ การงาน การศึกษาและไม่กลับไปมีพฤติการณ์ซ้ำอีก คนในชุมชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติดและอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถเฝ้าระวังและป้องกันปัญหายาเสพติดได้ บ้านสันลมจอย     หมู่ 13 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา และโครงการคุ้มบ้านพัฒนา ประชาเป็นสุข หมู่บ้านแห่งนี้มีประชากร 1,665 คน สถานการณ์ภาพรวมตั้งแต่ปี 2551 มีสถานการณ์การค้าและการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ในระดับรุนแรง มีแหล่งจำหน่ายในชุมชน กลุ่มผู้เสพมีทั้งกลุ่มวัยทำงานที่อายุมากกว่า 39 ปี และเยาวชนนอกสถานศึกษา สถานการณ์เฉพาะ ปรากฏข่าวสารผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดจำนวน 6 ราย เป็นรายใหญ่ 1 คน รายย่อย 5 คน จำนวนผู้เสพ 18 คน ผู้ผ่านการบำบัด 30 คน ผู้ถูกคุมประพฤติ 27 คน มีหมายจับ 1 คน เยาวชนกลุ่มเสี่ยง 18 คน ประชากรแฝงประมาณ 1,500 คน และข้อมูลจากการร้องเรียน 1 คน ตัวยาที่แพร่ระบาด ได้แก่ ยาบ้า กัญชา และ ยาไอซ์



สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน 

พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

กรรมาธิการด้านกีฬาคนพิการฯ และสมาคมกีฬาคนพิการฯ พอใจการเตรียมการของเชียงใหม่ เจ้าภาพกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 31 "เวียงพิงค์เกมส์" ต้นปีหน้า


                  ประธานอนุกรรมาธิการกีฬานักเรียน นักศึกษา เยาวชน ผู้สูงอายุและคนพิการ วุฒิสภา และสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย พอใจการเตรียมการของจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 31 "เวียงพิงค์เกมส์" โดยเฉพาะงานประชาสัมพันธ์ที่ทำควบคู่กับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 "เชียงไหม่เกมส์"

เมื่อเวลา 19.30 น.วันนี้(18 ต.ค.55) ที่ห้องประชุมร้านอาหารเชียงใหม่การ์เด้นท์แลนด์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายปรเทพ สุจริตกุล ประธานอนุกรรมาธิการกีฬานักเรียน นักศึกษา เยาวชน ผู้สูงอายุและคนพิการ วุฒิสภา นายสุชาติ แจสุรภาพ อนุกรรมาธิการฯ และนายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ประชุมร่วมกับสมาคมกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ผู้ฝึกสอนกีฬาคนพิการจังหวัดเชียใหม่ และประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ หารือการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 31 “เวียงพิงค์เกมส์" ซึ่งกำหนดจัดการแข่งขันในระหว่างวันที่ 15-19 มกราคม 2556 ในโอกาสที่สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย ได้เดินทางมาสำรวจสนามแข่งขันและสถานที่ฝึกซ้อม ร่วมกับผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการจัดการแข่งขันของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งในภาพรวมจังหวัดเชียงใหม่ มีการเตรียมความพร้อมค่อนข้างสมบูรณ์ในเรื่องสนามการแข่งขันและสนามฝึกซ้อม โดยทางสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย พอใจการดำเนินงานของฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์การจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ คู่ขนานไปกับการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 41 “เชียงใหม่เกมส์ในการประชุมดังกล่าวยังได้มีการหารือในเรื่องการกำหนดจัดพิธีเปิด-พิธีปิดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ เพื่อให้มีความเหมาะสมสวยงาม สามารถดึงดูดความสนใจและสร้างความประทับใจแก่นักกีฬาคนพิการและประชาชนผู้เข้าชม
ประธานอนุกรรมาธิการด้านกีฬาคนพิการฯ ให้สัมภาษณ์ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ว่า ตนเองมีความเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมของจังหวัดเชียงใหม่กับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติครั้งนี้ และพร้อมเทใจให้กับจังหวัดเชียงใหม่ เพราะตนเป็นศิษย์เก่าและเคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาก่อน ขอให้เจ้าภาพได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการจัดการแข่งขันเช่นเดียวกับกีฬาแห่งชาติ โดยคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีและความเท่าเทียมของคนพิการ เพราะคนพิการไม่ต้องการความเห็นใจจากสังคม แต่ต้องการโอกาสในการแสดงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ ขอให้มีการดูแลในเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ แก่นักกีฬาคนพิการและเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้เน้นหนักเพื่อ   เชิญชวนให้มีผู้เข้าชมมาเชียร์นักกีฬาคนพิการที่เข้าร่วมการแข่งขันให้มากที่สุดเพื่อเป็นกำลังใจแก่ผู้พิการของไทยที่เป็นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับวงการกีฬาของไทยระดับนานาชาติและพาราลิมปิกมาแล้วมากมายหลายรายการ


สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน 

พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

 

ท่านผู้ว่าฯคนใหม่ของเมืองเชียงใหม่


ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่จังหวัดเชียงใหม่แล้ว มีข้าราชการและประชาชนรอการต้อนรับและเข้าแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนใหม่ เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว โดยได้เข้าไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง และรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ข้าราชการและประชาชนจำนวนมาก มารอต้อนรับและเข้าแสดงความยินที่ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัด


เมื่อเวลา 12.15 น.วันนี้(6 ต.ค.55) นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนใหม่ ซึ่งย้ายมาจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วย นางอินทิรา สุภาแสน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ คนใหม่ เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แล้ว โดย ได้เดินทางไปสักการะและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเชียงใหม่ เพื่อเป็นสิริมงคลและเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีงามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ทุกคนถือปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เริ่มจากการเข้าสักการะอนุสาวรีย์ช้างเผือก พญาปราบเมืองมารเมืองยักษ์ และพญาปราบจักรวาล เข้าสักการะวัดเชียงยืน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประตูช้างเผือก ที่เป็นประตูชัยที่เข้าสู่เมืองเชียงใหม่ เข้าสักการะอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ วัดสะดือเมือง และเข้าสักการะศาลพญาเม็งราย(ศาลเก่า) เสร็จแล้วได้เดินทางไปยังจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้ากราบไหว้ศาลพระภูมิและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เดินพบปะทักทายผู้มาคอยต้อนรับที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี นายชูชาติ กีฬาแปง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และ นายฤทธิ์พงศ์ เตชะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และประชาชน จำนวนมาก มาคอยต้อนรับบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คนใหม่ ได้ออกมาที่หน้ามุขจวน ฯ นายชูชาติ กีฬาแปง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวแสดงความยินดีเป็นการต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในนามของพี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงใหม่ จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวขอบคุณส่วนราชการและประชาชนที่เดินทางมาส่งตนเองจากจังหวัดเชียงราย และข้าราชการและประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ที่มาคอยต้อนรับ และกล่าวถึงแนวทางการทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ตนเองเป็นคนเชียงใหม่ พร้อมที่จะทุ่มเทกำลังกายและแรงใจพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ให้มีความเจริญก้าวหน้าให้เป็นเมืองศูนย์กลางหรือเมืองหลวงของภาคเหนือสานต่องานด้านวัฒนธรรมที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นนครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม และจะทำให้เชียงใหม่เป็นเมืองของประชาคมอาเซียนในอีกสองปีเศษข้างหน้าที่อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและประชาชน ได้เข้ามอบกระเช้าดอกไม้และของที่ระลึก เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่คนใหม่ สำหรับประวัติโดยสังเขป ของนายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2498 เป็นชาวอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จบการศึกษา ศิลปศาสตรบัณฑิต(รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(๒๕๒๐) รัฐศาสตรมหาบัณฑิต(การเมืองการปกครอง)มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(๒๕๔๑)การฝึกอบรม นอ. รุ่นที่ ๓๓,นปส. รุ่นที่ ๓๖,เคยดำรงตำแหน่ง นายอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร นายอำเภอสอง จังหวัดแพร่ นายอำเภอเชียงของ นายอำเภอแม่ลาว นายอำเภอแม่สาย นายอำเภอเชียงแสน นายอำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย นายอำเภอสารภี นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ,ปลัดจังหวัดลำปาง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ,รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สถานภาพ สมรสกับ นางอินทิรา สุภาแสน 




สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน 

พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413






ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “แกมี” (GAEMI)"



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุ “แกมี” (GAEMI)" 

ฉบับที่ 20 (293/2555) ลงวันที่ 06 ตุลาคม 2555
        เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (6 ต.ค. 2555) พายุโซนร้อน “แกมี” (GAEMI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง       มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 450 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 14.0 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 113.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 80 กม./ชม.
       พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 20 กม./ชม. คาดว่า พายุนี้จะจะมีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในวันที่ 6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนผ่าน
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง ของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 6-8 ตุลาคม 2555 บริเวณพื้นที่ตามเส้นทางเดินพายุและพื้นที่ใกล้เคียง มีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึง
       หนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือบริเวณจังหวัดอำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา และภาคตะวันออกบริเวณจังหวัด สระแก้ว และปราจีนบุรีก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในช่วงระยะนี้
       สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 7-9 ตุลาคม 2555 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และ
       เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
       อนึ่ง ร่องมรสุมกำลังปานกลางยังคงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเข้าสู่พายุ “แกมี”
       ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เวลา 05.30 น.
        (ลงชื่อ) สมชาย ใบม่วง
       (นายสมชาย ใบม่วง)
       รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
        รักษาราชการแทน อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
       

ภาค 5 "เจ๋ง" จับยาบ้ากว่าสี่แสนเม็ด

ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงข่าวการจับกุมขบวนการขนยาบ้า โดย สภ.พร้าว เชียงใหม่ เป็นผู้จับกุม ได้ผู้ต้องหาชาวม้ง 2 คน ของกลางกว่า 3.76 แสนเม็ด โดยจับกุมได้บริเวณจุดตรวจห้วยส้าน ถนนพร้าว-ไชยปราการ หมู่ 1 ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2555 เวลา 16.30 น. ณ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.สุเทพ เดชรักษา ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้แถลงข่าวการจับกุมขบวนการขนยาบ้า ประกอบด้วย นายภาค เลาย่าง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 53 หมู่ 13 ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และนายพฤหัส เลาย่าง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 167 หมู่ 13 ต.แม่ นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งทั้งสองคนเป็นชาวม้ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับ(ขอปิดนาม) แจ้งว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.ฝาง จว.เชียงใหม่ เพื่อนำไปจำหน่ายในเขตพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และสั่งการให้ดำเนินการตั้งจุดตรวจจุดสกัด ต่อมาเวลาประมาณ 18.00 น. ของวันที่ 9 ก.ย. 2555 เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจห้วยส้าน ถนนพร้าว-ไชยปราการ หมู่ 1 ต.สันทราย อ.พร้าว ได้มีชายสองคันขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กจ 3034 ลำปาง มาถึงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่เรียกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้น ชายคนขับรถดังกล่าวได้เร่งเครื่องยนต์ขับรถพุ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว จึงแจ้งให้สกัดจับรถยนต์ดังกล่าว และได้รีบติดตามรถยนต์คันที่หลบหนี จนกระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พร้าว ฯ ได้สกัดจับรถคันดังกล่าวข้างต้น ได้บริเวณถนนสี่แยกวัดกลางเวียง ถนนเขื่อนเพชร หมู่ 1 ต.เวียง อ.พร้าว จึงได้ควบคุมตัวและนำรถยนต์ มาทำการตรวจค้นและตรวจสอบที่ สภ.พร้าว ฯ ระหว่างทำการตรวจค้น พบว่าบุคคลทั้งสองขับขี่และนั่งมาในรถยนต์ ได้ถอดป้ายทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวมาเก็บไว้ที่เบาะด้านหลัง และได้สังเกตเห็นผู้ต้องหามีอาการพิรุธ จึงได้ทำการสอบสวนเบื้องต้น ถึงเหตุที่หลบหนี ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับการว่าจ้างมาขนยาเสพติด (ยา บ้า) มาจากพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้ผู้ว่าจ้างที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และในระหว่างที่หลบหนีเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องหาทั้งสองได้ช่วยกันยกกล่องลำไยที่บรรจุยาบ้า คนละ 2 กล่อง ที่ลักลอบขนมารวม 4 กล่อง ไปซุกซ่อนไว้ที่บริเวณกอไผ่ ข้างถนนสายบ้านห้วยส้าน – บ้านสันปง หมู่ 5 ต.สันทราย อ.พร้าว ฯ และได้ขับรถออกมาประมาณ 2 กม. ได้จอดรถและผู้ต้องหาที่ 2 ได้ ลงจากรถไปถอดป้ายทะเบียนออก เพื่ออำพรางและสะดวกในการหลบหนีได้ขับรถยนต์ต่อมาจนกระทั่งมาถึงบริเวณถนน สี่แยกวัดกลางเวียง ถนนเขื่อนเพชร หมู่ 1 ต.เวียง อ.พร้าว ฯ จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ตั้งจุดสกัดอยู่บริเวณดังกล่าวควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาไปชี้เส้นทางที่หลบหนีและที่ซุก ซ่อนยาบ้าของกลาง เมื่อไปถึงจุดที่ผู้ต้องหาชี้ว่าได้ซุกซ่อนยาเสพติดของกลาง จึงได้เข้าทำการตรวจสอบพร้อมผู้ต้องหา พบกล่องกระดาษที่ใช้บรรจุลำไย จำนวน 4 กล่อง วางเรียงกันอยู่ บริเวณข้างกอไผ่ซึ่งมีพงหญ้าปกคลุม เมื่อเปิดตรวจสอบดูภายในกล่อง พบยาบ้าห่อหุ้มด้วยพลาสติกใสแล้วพันด้วยสก็อตเทปสีน้ำตาล บรรจุซุกซ่อนอยู่ภายในกล่องกระดาษบรรจุลำไย จำนวน 4 กล่อง และเมื่อนำมาตรวจสอบภายหลังทราบว่ามียาบ้า จำนวนประมาณ 376,000 เม็ด จึงนำของกลางมาที่ สภ.พร้าว ฯ ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับว่ายาบ้า ดังกล่าวได้ร่วมกันรับจ้างลักลอบขน โดยผู้ต้องหาที่ 1 ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้างเป็นเงิน จำนวน 60,000 บาท และผู้ต้องหาที่ 2 ได้รับส่วนแบ่งค่าจ้าง 40,000 บาท จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ ผู้ต้องหาที่ 1 และ 2 ทราบ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พร้าว ฯ เพื่อดำเนินคดีต่อไป


ขอบคุณภาพข่าวจาก เล็ก ช้างพลาย นสพ.ภาคเหนือรายวัน และ VDO จาก CM108
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน 
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

เชียงใหม่จัดพิธีสืบดวงพระชาตาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร


จังหวัดเชียงใหม่จัดพิธีสืบดวงพระชาตาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555
วันนี้ ( 26 ก.ค. 55 )เวลา 09.09 น. ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดพิธีสืบดวงพระชาตาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 โดยมีหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ข้าราชการพลเรือน ตุลาการ อัยการ ทหาร ตำรวจ พนักงานรัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา สมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชน ร่วมแสดงความจงรักภักดี  น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์  ในงานมีพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา และเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมทั้งอ่านธรรมสืบดวงพระชาตา
หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุลเปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 รัฐบาลโดยคณะกรรมการอำนวยการเฉลิมพระเกียรติฯได้เชิญชวนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ให้มีส่วนร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ตามความพร้อมและเหมาะสม กรมการศาสนาเห็นว่า ตามโบราณประเพณี เมื่อบุคคลอันเป็นที่เคารพนับถือมีอายุครบปีนักษัตร หรือรอบปีที่เป็นวาระสำคัญๆ ควรที่จะได้มีการบำเพ็ญกุศลครั้งใหญ่ เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล ปราศจากโรคาพยาธิ มีความเจริญรุ่งเรือง อันเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ซึ่งเป็นเครื่องหมายของคนดีตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนาจึงได้จัดงานครั้งนี้ขึ้น.

สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน



พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413