<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 8 ตุลาคม 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ....................>>>>

นักเรียนกว่าพัน ฮือไล่ ผอ. โรงเรียนดังเชียงใหม่ โวยบริหารไม่โปร่งใส


"ที่นี่....เชียงใหม่" นักเรียนกว่าพัน ฮือไล่ ผอ. โรงเรียนดังเชียงใหม่ โวยบริหารไม่โปร่งใส ถลุงงบจับจ่ายซื้อของราคาสูงเกินจริง พูดจาหยาบคาย เรียกร้องให้ย้ายพ้นตำแหน่งภายใน 24 ชั้่วโมง ขณะที่ ผอ.สพม.34 รุดเจรจาย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
 เหตุการณ์นักเรียนปิดประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 16 ก.ย.58 โดยทางผู้สื่อข่าวได้ทราบมาว่าที่บริเวณภายในโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ ได้มีนักเรียนภายในโรงเรียนจำนวนหลายร้อยคนทำการรวมกลุ่มประท้วงเพื่อขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนเนื่องจากไม่พอใจในการดำเนินการบริหารโรงเรียนและมีการนำเงินงบประมาณไปใช้ในทางที่ไม่โปร่งใส โดยนักเรียนกลุ่มใหญ่ได้ทำการถือป้ายประท้วงที่มีข้อความขับไล่และต่อว่าผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว อีกทั้งมีแกนนำนักเรียนพูดเกี่ยวกับเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหารงานที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น และไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของนักเรียนภายในโรงเรียน โดยเหตุการณ์ได้ยืดเยื้อนานกว่า 1 ชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ต้องเข้ามาดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุมในครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเด็กนักเรียนและผู้อยู่ในเหตุการณ์ 
 ทั้งนี้หลังจากการชุมนุมผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงทางเจ้าหน้าที่ สพม. ต้องเรียกทางผู้บริหารและตัวแทนนักเรียนเข้าพูดคุยไกล่เกลี่ยในห้องประชุมในเวลาต่อมา ขณะเดียวในส่วนของการชุมนุมได้มีกลุ่มผู้ปกครองบางส่วนเดินทางมารับบุตรหลานของตนออกจากโรงเรียน เพื่อไม่ให้มีส่วนร่วมกับการชุมนุม เนื่องจากเกรงจะมีผลกระทบกับการเรียนในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามล่าสุดทางโรงเรียนได้ยกเลิกการเรียนการสอนในวันนี้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับเด็กนักเรียนแล้ว ขณะที่เด็กนักเรียนบางส่วนได้กลับห้องเรียนเนื่องจากมีการสอบวัดผลด้านความรู้ในบางรายวิชา 
 ด้านของนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มชุมนุมระบุถึงเหตุการณ์นี้ว่า การที่นักเรียนวัฒนโนพายัพเชียงใหม่ได้ออกมาประท้วงในครั้งนี้เนื่องจากพบความไม่โปร่งใสในการบริหารของผู้อำนวยการ นำงบประมาณของโรงเรียนไปใช้ในด้านที่ไม่มีประโยชน์ เช่น การนำงบไปซื้อเบาะรถใหม่ โดยให้เหตุผลว่า เบาะเดิมนั้นนั่งไม่สบาย การเบิกงบประมาณจำนวนหนึ่งไปซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด แต่ผลปรากฏว่าได้เครื่องต้มกาแฟราคา 6 หมื่นมาแทน โทรทัศน์จอแอลซีดีที่จะมีการตั้งไว้ด้านหน้าโรงเรียน และอีกหลายเรื่องที่ไม่ขอเอ่ยถึง
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลาต่อมาประมาณ 10.30 น. ทาง นายสิทธิชัย มูลเขียน ผอ.สำนักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 ได้เดินทางเข้าชี้แจงกับทางกลุ่มนักเรียนที่ทำการชุมนุมถึงแนวทางการดำเนินการว่า จากการดำเนินการประชุมร่วมกับทางคณะครูและตัวแทนของนักเรียนเบื้องต้นได้ข้อสรุปในส่วนของการเรียกร้อง โดยประการแรกกับการกล่าวหาและข้อมูลเท็จจริงต่างๆ ที่ได้ทำการประชุมกันเมื่อครู่นี้ โดยทาง สพม.จะได้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ทางผู้อำนวยการ นิคม สินธุพงษ์ ถูกกล่าวหาใน 9 ประเด็น ซึ่งข้อกล่าวหาที่ทางนักเรียนและกลุ่มชุมนุมได้สรุปให้กับทางผู้เกี่ยวข้องเมื่อประมาณ 1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา และประการที่สอง เพื่อความเป็นธรรมทาง สพม. จะทำการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่ ผอ.นิคม สินธุพงษ์ ได้ถูกกล่าวหานั้นมีข้อเท็จจริงอย่างไร เพราะจะต้องไม่ฟังความข้างเดียวที่ถูกกล่าวหาไว้
 ขณะเดียวกันในส่วนของเรื่องที่นักเรียนได้เรียกร้องให้ทาง ผอ.นิคมฯ ได้ย้ายออกจากโรงเรียนภายใน 24 ชั่วโมง นั้น ด้วยในระบบราชการไม่สามารถทำได้ทันที โดยกระบวนการและเพื่อให้ความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งการย้ายนั้นจะต้องทำเรื่องจากโรงเรียนหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง แต่เพื่อความเหมาะสมทางตนก็จะได้ใช้อำนาจที่เป็นตำแหน่งของตนให้ทาง ผอ.นิคมฯ ได้ไปปฎิบัติหน้าที่ในที่ใดที่หนึ่งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมก่อน ส่วนในเรื่องของการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น จะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปและขอให้ทางกลุ่มนักเรียนที่ชุมนุมได้แยกย้ายกลับไปเรียนตามปกติในช่วงบ่าย
 อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางนักเรียนได้รับข้อเสนอที่พอใจ พร้อมทั้งได้สลายการชุมนุมเพื่อเข้าเรียนต่อในช่วงบ่ายแต่สำหรับด้านผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นทาง ผอ.เขตฯ ได้สัญญาว่าจะให้ไปปฏิบัติราชการในสถานศึกษาอื่นก่อน และจะได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการที่เป็นธรรมต่อไป

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








เชียงใหม่พบเด็กขวบกว่าหัวโตผิดปกติ วอนคนใจบุญช่วยเหลือ


"ที่นี่....เชียงใหม่" ขอความช่วยเหลือด้วยครับ
พบเด็กวัย 1 ขวบ เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติศรีษะโตเส้นรอบวงกว่า 100. ซม. ขณะที่ด้านมารดาเผยต้องการเลี้ยงดู ให้ความรัก แม้ไม่สามารถรักษา หรือยื้อชีวิตได้ในระยะยาว พร้อมวอนผู้ใจบุญให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษา 

 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 ก.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับการประสานจาก นายกุนทน ใจคะจัด ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และ นายอุดม ไชยชนะ กำนันตำบลหนองหอยว่า ที่บ้านเลขที่ 61/7 ม.4 ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีเด็กแรกเกิดป่วยเป็นโรคศรีษะใหญ่ผิดปกติหรือที่เรียกว่า โรคน้ำคั่งในโพรงสมอง หลังทราบเรื่องทางผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางเข้าตรวจสอบ ที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเมื่อมาถึงพบเด็กที่มีอาการป่วย ทราบชื่อคือ ด.ช.ภูตะวัน สุภาพันธ์ อายุ 1 ขวบ 8 เดือน มีลักษณะศรีฐะใหญ่ผิดปกติวัดขนาดรอบเส้นรอบวงมากกว่า 100 เซ็นติเมตร โดยมี นางเสาวรัตน์ สุภาพันธ์ อายุ 31 ปี มารดาของเด็ก พร้อมทั้ง นายอนันตชัย สุภาพันธ์ บิดา คอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยจากการตรวจสอบพบว่าเด็กที่ป่วยเป็นโรคนี้เริ่มมีขนาดศรีษะที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีบาดแผลกดทับที่หลังศรีษะจากน้ำหนักของศรีษะที่ขยายใหญ่ขึ้นอีกด้วย 
 โดยทาง นางเสาวรัตน์ สุภาพันธ์ มาดาของเด็ก ระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้ทราบว่าลูกชายของตนมีอาการป่วยตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ประมาณ 3-4 เดือน ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบของทีมแพทย์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ก็ได้ระบุว่าอาการป่วยของน้องไม่สามารถที่จะรักษาให้หายเป็นปกติได้ รวมทั้งเมื่อคลอดออกมาอาจจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน แต่เมื่อตนทราบดังนั้นก็ไม่ถอดใจที่จะคลอดน้องออกมา เนื่องจากตนมีความเชื่อในเรื่องของกฎแห่งกรรมที่ว่าหากน้องภูฯ เกิดมาชดใช้กรรมก็อยากให้ชดใช้กรรมไปร่วมกับตนให้หมดในชาตินี้ ตนจึงพยายามเลี้ยงดูและให้ความรักอย่างถึงที่สุด จนกว่าน้องจะไม่สามารถอยู่ต่อไปได้ ขณะเดียวกันในส่วนของการรักษาตนก็ทราบดีว่าไม่สามารถจะรักษาให้หายเป็นปกติได้ ตนจึงตัดสินใจนำตัวน้องออกมาจากการรักษาของทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา เพื่อนำมาดูแลรักษาอาการของน้องด้วยตนเองที่บ้านซึ่งอยู่ติดกับที่ทำงานของสามี แต่เนื่องจากค่าใช้ประกอบกับที่พักอาสัยเดิมมีอากาศร้อน ซึ่งทำให้น้องมีอาการชัก ตนจึงต้องขอความช่วยเหลือจากญาติ และย้ายเข้ามาพักอาศัยที่บ้านน้องสาวเพื่อเลี้ยงดู 
 ทั้งนี้สำหรับความเดือดที่ตนต้องการขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน คือในเรื่องของค่าใช้จ่าย ในการเลี้ยงดูและรักษาอาการของน้อง ที่ตกอยู่ประมาณเดือนละ 5-6 พันบาท แต่จากการทำงานของสามีเพียงลำพังไม่เพียงพอที่จะหาค่าใช้จ่ายส่วนดังกล่าวมาได้ และหากผู้ที่มีจิตศรัทธาท่านใดต้องการให้ความช่วยเหลือสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือได้ที่หมายเลขบัญชี 020-0-3762626-2 ชื่อบัญชี นางเสาวรัตน์ สุภาพันธ์ ธนาคารออมสินสาขาหนองหอย หรือสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้ความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข โทรศัพท์ 084-8088568 นางเสาวรัตน์ สุภาพันธ์

ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน




สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานบัตรขอบคุณให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานบัตรขอบคุณให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีส่วนร่วมและสนับสนุนในการจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา

วันนี้ ( 14 ก.ย. 58 ) เวลา 11.00 น. ณ ห้องโถชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประกอบพิธีรับบัตรขอบคุณพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ตามที่รัฐบาลได้จัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558 ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า “Bike For Mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2558 ณ พระราชวังดุสิต และในส่วนภูมิภาค รวม 76 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ประสบผลสำเร็จและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในการนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานบัตรขอบคุณให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีส่วนร่วมและสนับสนุนในการจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 12 สิงหาคม 2558

วันที่ 16 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นวันสำคัญของคนไทยอีกวันหนึ่ง ที่ได้มาร่วมกันแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ความจงรักษ์ภักดีต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยการร่วมกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ ตามปณิธานของฝ่าละอองธุลีพระบาท ด้วยทรงเห็นว่า กิจกรรมปั่นจักรยานเป็นการออกกำลังกายที่ดี เป็นการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนให้มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้เกิดความสามัคคีแก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า โดยจังหวัดเชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 10,000 คน และในวันนี้ได้ทรงพระโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานบัตรขอบคุณให้แก่จังหวัดเชียงใหม่ ที่มีส่วนร่วมและสนับสนุนในการจัดกิจกรรมดังกล่าว ให้ประสบผลสำเร็จและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ภาพข่าวโดย ณัฏฐ์ สินันตา /ศิรประภา บุญถีชินวิวัฒน์ 
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ 
ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน







ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ " ฉบับที่ 3




ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ " 

ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 14 กันยายน 2558
     พายุดีเปรสชั่นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน “หว่ามก๋อ” (VAMCO) แล้ว มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนามประมาณ 350 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 15.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง ในช่วงวันที่ 15 – 16 กันยายน 2558 โดยจะมีผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงวันที่ 16 – 17 กันยายนนี้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตอนกลาง ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย
        อนึ่ง ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ยังคงทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกได้ในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
        ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 05.00 น.
        กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558 เวลา 11.00 น.
        (ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย
        (นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)
        อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา