<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 3 ธันวาคม 60 )....ภาคเหนืออากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ....................>>>>

กองทัพภาคที่ ๓ โดยแม่ทัพน้อยที่ ๓ แถลงแผนการตัดทำลายไร่ฝิ่นปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ที่จังหวัดเชียงใหม่



กองทัพภาคที่ ๓ โดยแม่ทัพน้อยที่ ๓  แถลงแผนการตัดทำลายไร่ฝิ่นปีงบประมาณ ๒๕๖๑  ที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมลงพื้นที่ตัดทำลายไร่ฝิ่นร่วมกับ รอง เลขาธิการ ป.ป.ส. ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองพื้นที่ดอยสามหมื่น  บ้านป่าโหล – บ้านสันป่าเกี๊ยะ ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จำนวน  ๒ ไร่  ภาพรวมฝิ่นปีนี้ลดลงกว่าร้อยละ  ๒๐ ผลจากสภาพอากาศที่แปรปรวน
 พลโทวิจักขฐ์  สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ ๓ และผู้บัญชาการกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ ๓ ได้มอบหมายให้ พลโทสมพงษ์  แจ้งจำรัส แม่ทัพน้อยที่ ๓ และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ ๓ เป็นประธานการประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมทองจัตุ กองกำลังผาเมือง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่    โดยมี นายชลัยสิน   โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. นางทิพาพร   ทัศนภักดิ์ ผอ.สถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด ( สพส. ) นายพรพัฒน์   สุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค ๕  และพล.ต.ต.ภาณุเดช   บุญเรือง รอง ผบภ.๕,  ฝ่ายปกครอง,  สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๙ จังหวัดเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ เพื่อวางแผนอำนวยการ ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติงานหน่วยในโครงการกำจัดพืชเสพติด ระดับพื้นที่ของ กองทัพภาคที่ ๓ และประสานการปฏิบัติกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ในห้วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ ถึง เดือนเมษายน ๒๕๖๑
       แม่ทัพน้อยที่ ๓ และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ ๓ กล่าวว่า จากข้อมูลการสำรวจและการตัดทำลายไร่ฝิ่นในปีที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่น ได้แก่ พื้นที่ท่าสองยาง - ปิตุคี อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่ระมาด, อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก, พื้นที่แปเปอร์ - นาเกียน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ห้วยน้ำเย็น - ทุ่งต้นงิ้ว    อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก โดยเฉพาะในห้วงที่ผ่านมา พื้นที่เขตรอยต่อ      อำเภออมก๋อย  จังหวัดเชียงใหม่ กับอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก มีการลักลอบปลูกฝิ่นเพิ่มมากขึ้น สาเหตุ      มาจากในพื้นที่อำเภออมก๋อย ได้มีการเข้าดำเนินงานในมาตรการต่างๆ ของภาครัฐจากหลายส่วน เพื่อลดปัญหาการลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ จึงทำให้ผู้ลักลอบปลูกฝิ่นได้ย้ายพื้นที่ลงมาลักลอบปลูกฝิ่นหนาแน่นทางตอนล่าง ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
 ส่วนในช่วงบ่าย  แม่ทัพน้อยที่ ๓ และรองผู้บัญชาการกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพภาคที่ ๓ พร้อมนายชลัยสิน   โพธิเจริญ รองเลขาธิการ ป.ป.ส., นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ  ผู้อำนวยการส่วนสำรวจพืชเสพติด สถาบันสำรวจและติดตามการปลูกพืชเสพติด ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตัดทำลายไร่ฝิ่นพื้นที่ดอยสามหมื่นบ้านป่าโหล – บ้านสันป่าเกี๊ยะ ต.กึ๊ดช้าง อ.แม่แตง จำนวน ๒ ไร่ พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคให้ชาวบ้านบ้านป่าโหลซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ชนเผ่าลาหู่หรือมูเซอ ที่มาร่วมตัดทำลายไร่ฝิ่น จำนวน ๕๐ ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่












เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดตัว “ปีใหม่” สมาชิกใหม่ลูกยีราฟ ต้อนรับปี 2018



สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับสมาชิกใหม่ “น้องปีใหม่” ลูกยีราฟ (Giraffa) เพศเมีย จำนวน 1 ตัว เพื่อมอบเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่า       – ต้อนรับปีใหม่ 2018 ให้กับนักท่องเที่ยว และได้รับเกียรติจาก นางเนตรนภา สุทธิธรรมดำรง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เป็นประธานเปิดตัวสมาชิกใหม่ ณ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
นางเนตรนภา สุทธิธรรมดำรง ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร  รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี  เปิดเผยว่า เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงเทศกาลต้อนรับ      วันปีใหม่ 2018 เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีจึงได้มอบของขวัญพิเศษให้กับนักท่องเที่ยว  ซึ่งตั้งชื่อตามเทศกาลสำคัญที่ใกล้จะถึงนี้ว่า “น้องปีใหม่” ซึ่งเป็นลูกยีราฟ (Giraffa) เพศเมีย จำนวน 1 ตัว เกิดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2560 จาก “พ่อมอส” อายุ 16 ปี และ “แม่จอย” อายุ 15 ปี ขณะนี้ “น้องปีใหม่” ลูกยีราฟ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดี และแม่จอยก็ได้เลี้ยงลูกเองตามธรรมชาติ  โดยก่อนหน้านี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีสามารถเพาะพันธุ์ยีราฟ สายพันธุ์ reticulate มาแล้ว จำนวน 3 ตัว ซึ่งทุกตัวเกิดจากพ่อ “มอส” และแม่ “จอย” อายุ 15 ปี และมี “น้องปีใหม่” เกิดขึ้นเป็นตัวที่ 4
ยีราฟ (Giraffa) สายพันธุ์ reticulate นี้ เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่นจะมีลักษณะและพฤติกรรมเหมือนกับยีราฟสายพันธุ์ทั่วไป แต่มีความแตกต่างกันที่ลวดลายมีขนาดใหญ่ มีเส้นสีขาวตัดเส้นอยู่รอบๆ และบางลายจะปรากฏเป็นสีแดงเข้ม  ตั้งท้องนานประมาณ 400 วัน  ปัจจุบันยีราฟสายพันธุ์ reticulate เหลือเพียงประมาณ 8,500 ตัว ในโลกเท่านั้น ซึ่งนับเป็นจำนวนที่น้อย เมื่อเทียบกับระยะเวลาการตั้งท้องที่นานถึง 400 วัน และเกิดลูกเพียงครั้งละ 1 ตัวเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจชมความน่ารักของสมาชิกใหม่ “น้องปีใหม่” ลูกยีราฟตัวน้อย  สามารถเข้าชมได้ที่ บริเวณห้องอาหารยีราฟ และสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โทร. 053-920000, 053-999000








พ่อเมืองเชียงใหม่สวมบทชาวนาลงแขกเกี่ยวข้าว"ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ"


พ่อเมืองเชียงใหม่สวมบทชาวนาลงแขกเกี่ยวข้าว"ปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ"ร่วมกับจิตอาสาและชาวบ้านกว่า 500 คน เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ได้ร่วมกับสืบสานประเพณีในการลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งข้าวสารที่ได้จะนำไปทำบุญตักบตรในวันที่ 5 ธันวาคมและแจกจ่ายให้กับเด็กด้อยโอกาส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
4 ธ.ค. 2560 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีลงแขกเกี่ยวข้าวตามโครงการจัดงานเทศกาลข้าวใหม่จังหวัดเชียงใหม่ กิจกรรมชาวนาน้อย ร้อยเคียวเกี่ยวข้าว ร่วมกับจิตอาสาทำดี ชาวบ้าน นักเรียน และ อปท.ในพื้นที่บ้านท่า ตำบลสันผีเสื้อ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 500 คน เป็นการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้เข้าร่วมสนองพระราชดำริ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสนับสนุนส่งเสริมและสร้างความร่วมมือขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสมัครเข้าร่วมสนองพระราชดำริและดำเนินการจัดกิจกรรมจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากรท้องถิ่น ทั้งทางด้านกายภาพ ชีวภาพ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาเพื่อรักษา และอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป ซึ่งผืนนาแปลงนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ทำกิจกรรมสืบเนื่องทุกปีในการปลูกวันแม่เกี่ยววันพ่อ
อย่างไรก็ตามกิจกรรมชาวนาน้อย ร้องเคียวเกี่ยวข้าว ครั้งนี้ ยังเป็นกิจกรรมเพื่อให้ประชาชน เกษตรกร ตลอดจนเยาวชนในพื้นที่ได้อนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมือง วิถีชีวิถีชีวิตชาวนาให้กับคนรุ่นใหม่ร่วมกันสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของการลงแขกเกี่ยวข้าวแบบวิถีพื้นเมือง สำหรับข้าวที่เกี่ยวได้แล้วนำไปสีเป็นข้าวสารจะนำไปทำบุญตักบาตรเนื่องในวันที่ 5 ธันวาคม วันเฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ 9 พร้อมนำไปแจกจ่ายให้กับเด็กด้อยโอกาส ผู้ยากไร้ และผู้ป่วยติดเตียงในพื้นที่ตำบลสันผีเสื้อ เพื่อร่วมกันถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ด้วย
กมล เครือนิล ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน






พ่อเมืองเชียงใหม่ตรวจติดตามความเรียบร้อยพระเมรุมาศจำลอง ภายหลังดำเนินการแล้วเสร็จ



พ่อเมืองเชียงใหม่ตรวจติดตามความเรียบร้อยพระเมรุมาศจำลอง ภายหลังดำเนินการแล้วเสร็จ เตรียมตกแต่งพื้นที่และรายละเอียดด้านต่างๆ ในการประกอบราชพิธีฯ โดยการตกแต่งเน้นความเป็นล้านนา และดอกไม้สีเหลืองให้เต็มพื้นที่ โดยเฉพาะดอกดาวเรืองกว่า 6 หมื่นต้นมาตกแต่งคาด 20 ตค.นี้จะแล้วเสร็จทั้งหมด

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาตรวจการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง ณ  ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ จุดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ของจังหวัดเชียงใหม่ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  การก่อสร้างแล้วเสร็จ 100 %  ส่วนการตกแต่งพื้นที่โดยรอบขณะนี้จัดเตรียมพรรณไม้ต่างๆ โดยเฉพาะดอกดาวเรืองกว่า 6 หมื่นต้น ที่เตรียมนำมาตกแต่งให้แล้วเสร็จ คาดจะเสร็จสิ้นทั้งหมดวันที่ 20 ตุลาคมนี้ 
สำหรับสถานที่เผาดอกไม้จันทน์ จะอยู่ในบริเวณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยตั้งอยู่ห่างจากพระเมรุมาศจำลอง 100 เมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการแกะแบบก่อสร้าง และเริ่มดำเนินการก่อสร้างฐานราก ซึ่งจะทำตามรูปแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีขนาดฐานราก 8 × 8 เมตร ขนาดของเตาเผา 1.20 × 2.40 เมตร
ส่วนการตกแต่งลายละเอียดต่างๆ คงเน้นดอกไม้สีเหลือง และความเป็นล้านนาให้มากที่สุด ให้มีความสวยงามงดงาม ในพื้นที่การจัดงานพระราชพิธีฯ ถวายดอกไม้จันทน์ ของจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนวันที่ 24 ตุลาคมจังหวัดเชียงใหม่จะจัดพิธีซ้อมใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมอีกครั้ง 
กมล เครือนิล ทีมข่าว"ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัเดตนิวส์ รายงาน







ประธานชมรมรักวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายเฉลิม สารแปง ยื่นหนังสื่อต่อผู้ว่าฯกรณี การปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน


ประธานชมรมรักวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายเฉลิม สารแปง ยื่นหนังสื่อต่อนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ทางหน่วยงานราชการจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนการจัดงานประเพณียี่เป็งเมืองเชียงใหม่ อนุญาตให้มีการปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน ผู้ว่าย้ำ ไม่ได้ห้ามแต่ต้องปฎิบัติตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 6 ต.ค.2560 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเฉลิม สารแปง ประธานชมรมรักวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพิพานพง วงค์วัจนสุนทร ผู้ทรงคุณวุฒิสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่,พ.จ.ท.สาคร ปีกอง ผู้จัดการงานควบคุมจราจรทางอากาศยาน(เขตประชิดสนามบินภูมิภาค)ศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และคณะ ได้เข้ายื่นหนังสื่อต่อนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ทางหน่วยงานราชการจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนการจัดงานประเพณียี่เป็งเมืองเชียงใหม่ อนุญาตให้มีการปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน และให้มีการงดการบินในห้วงเวลาดังกล่าว และมาตรฐานในการผลิตและจำหน่ายโคมลอย โคมไฟ หรือว่าวไฟที่เหมาะสม
 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ในช่วงเทศกาลเดือนยี่เป็งของทุกปี ตั้งแต่วัน2-3 พ.ย.ของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนมากในช่วงเทศกาลงานประเพณียี่เป็ง ดังนั้นตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 27/2559 เรื่องมาตรการป้องกันเหตุและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2559 ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นใน มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัย และการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดแบะปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม)หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ซึ่งผ่านความเห็นชอบร่วมกันของคณะกรรมการจังหวัดเชียงใหม่ และสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.2559 
ห้ามมิให้ผู้ใด จุดและปล่อย หรือกระทำการใด หรือโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่ และได้ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ ,ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำอย่างใด เพื่อให้โคมไฟ โคมลอย โคมควัน(ว่าวฮม)หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ได้มีการกำหนดให้กระทำได้ในห้วงระยะเวลา 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 2 -3 พ.ย. ให้กระทำได้ในวันลอยกระทง (กระทงเล็ก) ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทยของทุกปี โดยให้จุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 น.ถึงเวลา 01.00 น.ของวันถัดไป ยกเว้น เฉพาะการปล่อยโคมควัน(ว่าวฮม)ให้กระทำการจุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึงเวลา 12.00 น. (ปี พ.ศ.2560 ตรงกับวันที่ 3 พ.ย.2560 ) และให้กระทำในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ของทุกปี (กระทงใหญ่)โดยให้จุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 น.ถึงเวลา 01.00 น.ของวันถัดไป (ปี พ.ศ.2560 ตรงกับวันที่ 4 พ.ย.2560) และให้กระทำได้ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า – ต้อนรับปีใหม่ ในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี โดยให้จุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 น.ถึง 01.00 น.ของวันถัดไป 
ทางด้านนายเฉลิม สารแปง ประธานชมรมรักวัฒนธรรมเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการที่ตนเองพร้อมคณะได้เข้าพบและยื่นหนังสือต่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขออนุญาตปล่อย โคมลอย โคมไฟ โคมควัน(ว่าวฮ่ม) ในช่วงงานเทศกาลประเพณียี่เป็ง ระหว่างวันที่ 2-3 พ.ย.2560 ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับหนังสือขออนุญาต ดังกล่าวแล้ว โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้การสนับสนุนการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนการจัดงานประเพณียี่เป็ง หรืองานลอยกระทง และได้ตักเตือนหน่วยงานทั้งของภาครัฐ เอกชน ที่มีการจุดและปล่อยโคมไฟ โคมลอย โคมควัน(ว่าวฮม)ให้ระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัย การเกิดไฟไหม้ บ้านเรือน อาคาร สถานที่ต่างๆ ต้องมีการวางแผนป้องกันเหตุทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน  และนักท่องเที่ยว ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมในช่วงงานประเพณียี่เป็ง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ ของชาวเชียงใหม่ อีกด้วย.
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน