<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 17 พค. 60 )....พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากอาจทำให้น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย ...............>>>>

“กรมอุตุฯ” เตือน 17-18 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคเหนือโดนเต็มๆ


“กรมอุตุฯ” เตือน 17-18 ฝนตกหนักถึงหนักมาก ภาคเหนือโดนเต็มๆ
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17 ถึง วันที่ 18 พฤษภาคม 2560) "
ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2560
บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้ โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้
ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์
ภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากอาจทำให้น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ไว้ด้วย
ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณชายฝั่งของประเทศเมียนมา และมีแนวโน้มจะเคลื่อนที่เข้าปกคลุมประเทศเมียนมาในช่วงวันที่ 17-18 พฤษภาคม 2560 ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น
ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 เวลา 11.00 น.
(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย
(นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา




พ่อเมืองเชียงใหม่เปิด “ปงยั้งม้า”และร่วมกิจกรรม “Go Green Ride a Horse”


 พ่อเมืองเชียงใหม่เปิด “ปงยั้งม้า”และร่วมกิจกรรม “Go Green Ride a Horse”  
 “ปงยั้งม้า”หรือ Pong Horse Park Country Style ศูนย์ฝึกม้าที่ไม่ใช่แค่สถานที่ฝึกม้าเท่านั้น ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่อยากท่องเที่ยวแบบผจญภัยด้วยการ “ขี่ม้า” ท่องเส้นทางธรรมชาติ
เมื่อไม่นานนี้ “ปงยั้งม้า” ยังได้จัดกิจรรม “Go Green Ride a Horse” โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเปิดงาน โดยมีแนวคิดในการขี่ม้าท่องธรรมชาติ พร้อมๆ กับปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มจำนวนต้นไม้ในป่า โดยจะเริ่มต้นครั้งแรกที่จำนวน 500 ต้น
“คุณพนม มาลีพัตร” เจ้าของ “ปงยั้งม้า” กล่าวว่าจากการที่ได้พาเยาวชนและลูกศิษย์ขี่ม้าไปตามเส้นทางธรรมชาติก็สังเกตเห็นว่าตลอดสองข้างทางยังมีพื้นที่สำหรับปลูกป่า อีกทั้ง “มูลม้า” ก็เป็นปุ๋ยอย่างดี ดังนั้นจึงมีแนวคิดที่จะส่งเสริมให้เยาวชนและผู้ที่รักการขี่ม้ามีจิตสำนึกรักธรรมชาติจึงผุดโปรเจค Go Green Ride a Horse ขึ้นมา ซึ่งไม่ใช่ทำโปรเจคขึ้นมาเฉยๆ หากแต่ยังจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพราะตลอดเส้นทางที่ปลูกต้นไม้นั้น ก็เป็นเส้นทางสำหรับการฝึกขี่ม้าดังนั้นจึงสามารถดูแลต้นไม้ได้อย่างต่อเนื่อง
“ปงยั้งม้า” อยู่ติดกับทุ่งนาเขียวชอุ่มและภูเขาดอยสุเทพตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ผู้ที่มาฝึกขี่ม้าที่นี่นอกจากจะเป็นการเพิ่มทักษะด้านขี่ม้าแล้วยังเป็นการพักผ่อนภายในตัวอีกด้วย ส่วนผู้ปกครองที่มาด้วยก็มีโซนร้านอาหารไว้บริการด้วยเมนูที่หลากหลาย
การเดินทางนั้น จากสี่แยกสะเมิงให้ขับไปทางบ้านฟ่อน วัดระยะทาง 6 กิโลเมตร พอดี ( บวกลบสัก 30 เมตร )  ก่อนถึงโค้งให้สังเกตปั๊มปตท.ประพันธุ์บริการ  ช่วงโค้งให้ชะลอรถเพราะทางเข้าจะอยู่โค้งที่สอง มองซ้ายมือไว้ครับจะมีป้ายบอกทาง “Pong Horse Park” ให้ขับไปอีก 700 เมตร ก็จะถึงแล้วครับ ให้ชัวร์กด GPS หรือทำความเข้าใจเส้นทางจาก Google Map ก่อนจะดีกว่าครับ.
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน







พิงคนครฯชวนเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีฟรี ..กับสายการบินชั้นนำ วันนี้ – 30 กันยายน 2560


สำนักงานพัฒนาพิงคนคร ชวนเที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีฟรี ..กับสายการบินชั้นนำ วันนี้ – 30 กันยายน 2560

          เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่  8 พฤษภาคม 2560 สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ร่วมกับ สายการบินไทย, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินไทยสไมล์ และสายการบินไทยไลอ้อน แอร์ แถลงข่าวการจัดแพ็กเกจส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ และเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยมี ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี พร้อมด้วยคุณพวงเพชร กุลทวี ผู้จัดการสำนักงานขายจังหวัดเชียงใหม่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), คุณนวพร ไกรสุทธิ์ Business Consultant Chiang Mai สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, คุณขวัญเนตร อิฏฐการุณย์ Senior Sale Executive Sales and Distribution สายการบินไทยสไมล์, คุณกัมปนาท สังขานนท์ ผู้จัดการสถานีเชียงใหม่ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ และ คุณทรรศมน แก้วเป็ง เจ้าหน้าที่ส่วนบริการท่าอากาศยาน จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าว ณ สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี 
          ดร.ศราวุฒิ  ศรีศกุน ผู้อำนวยการสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดเผยว่า เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัด   ที่มีท่าอากาศยานนานาชาติ มีความได้เปรียบในด้านของการท่องเที่ยว และเป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งของภาคเหนือที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว  ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่และเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จึงได้ร่วมกับสายการบินชั้นนำ คือ สายการบินไทย, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส, สายการบินไทยสไมล์ และสายการบินไทยไลอ้อน แอร์ จัดแพ็กเกจสุดคุ้ม โดยจัดบริการรถ รับ-ส่ง จากท่าอากาศยานเชียงใหม่ - เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ช่วงเวลา 16.30 - 19.00 น. และส่งผู้โดยสารกลับในบริเวณเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่   
           นอกจากนี้ยังได้มอบสิทธิพิเศษ ... เข้าเที่ยวชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ... สำหรับผู้ถือบัตรโดยสาร Bording Pass ของทุกสายการบิน สำหรับ 5 ท่านแรก ที่ใช้บริการรถรับ - ส่งของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี และสำหรับผู้โดยสาร คนที่ 6 เป็นต้นไป รับส่วนลด 20% ของราคาบัตรเข้าชม  และพิเศษสุดในการเข้าพัก Chiang Mai Night Safari Resort ในราคา 999 บาท/2 ท่าน (ราคาปกติ 1,800 บาท) พร้อมมอบบัตรเข้าชมเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ฟรี 2 ท่าน ซึ่งแพ็กเกจสุดคุ้มนี้สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2560 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี โทร. 053-999000, 053-999010



ภาคีเครือข่ายชุมชน ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ จัดกิจกรรม "หมุดไม้ หมายเมือง"


ภาคีเครือข่ายชุมชน ร่วมกับเทศบาลนครเชียงใหม่ จัดกิจกรรม "หมุดไม้ หมายเมือง" หวังเพิ่มพื้นที่สีเขียว คืนธรรมชาติให้กับเมืองใหญ่ นำร่องปลุกต้นคูน หรือต้นราชพฤกษ์ เกาะกลางถนนท่าแพ พร้อมต่อยอดโครงการคืนความสดใสให้กับเมืองเชียงใหม่ 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 เม.ย.60 ที่บริเวณภายในวัดแสนฝาง ถ.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายไพศาล สุรธรรมวิทย์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วย เครือข่ายชุมชน  เครือข่าย เขียว สวย หอม และภาคีเกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม "หมุดไม้ หมายเมือง" ที่เป็นกิจกรรมรณรงค์การปลูกต้นไม้ และดูแลต้นไม้เมืองเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มความร่มรื่น และสร้างบรรยากาศอันดีต่อภาพรวมเมืองเชียงใหม่ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งใน 5 โครงการย่อยภายใต้โครงการ Spark U Chiang Mai ที่มีจุดมุ่งหมายในการสร้างพื้นที่สีเขียวในตัวเมืองเชียงใหม่ให้เพิ่มมากขึ้น 
 โดยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้มีการนำ "หมุด" หมายแรกคือ การนำต้นคูน หรือต้นราชพฤกษ์ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำชาติ มาปลูกลงบนเกาะกลางถนน บริเวณด้านหลังวัดแสนฝาง เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวแห่งแรกริมถนนท่าแพ ที่ถือเป็นถนนสายหลักที่ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่น โดยมีการนำ "น้องฟาน" มาสคอต สัญลักษณ์ของโครงการมาร่วมสร้างสีสันและประชาสัมพันธ์การจัดโครงการในครั้งนี้อีกด้วย และนอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมดนตรีโดยวง "ดีเกฮูลู บูเก๊ะยารง" วงดนตรีเยาวชนจาก ต.แว้ง อ.แว้ง จ.นราธิวาส และการเสวนาเรื่อง "ความสำคัญของต้นไม้ใหญ่" โดยเทศบาลนครเชียงใหม่ พระสงฆ์ และประชาชนย่านประตูท่าแพ 
 ทั้งนี้ นายไพศาล สุรธรรมวิทย์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมที่ได้มีการจัดขึ้นในวันนี้ เป็นกิจกรรมที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ร่วมกับทางเครือข่าย เขียว สวย หอม จัดขึ้น โดยมีกลุ่มคนพลังรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ที่มีความสวยงามและมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน แต่ยังคงขาดการดูแล ดังนั้นทางเครือข่ายจึงได้ประสานกับทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ในการดำเนินโครงการเพื่อต้องการให้เมืองเชียงใหม่กลับมามีบรรยากาศที่สดชื่น ร่มรื่น เหมือนในอดีต โดยเฉพาะในเรื่องของต้นไม้ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในอดีตเมืองเชียงใหม่นั้นเคยมีต้นไม้มากมาย และจะเห็นนได้ว่าตามถนนหลักๆ หลายสายก็จะมีต้นไม้ใหญ่ และต้นไม้หลายจุดหายไปในปัจจุบัน และหากไม่ทำอะไรซักอย่างอาจจะทำให้บรรยากาศเหล่านนี้หายไป
 ขณะเดียวกันทางเครือข่ายก็ได้มาหารือกับทางเทศบาลนครเชียงใหม่เพื่อขอคำแนะนำในการที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียว หรือการปลูกต้นไม้ ที่ควรจะเริ่มจากจุดไหนก่อน ทางเทศบาลจึงได้แนะนำจุดที่เหมาะสมในการเริ่มดำเนินการครั้งนี้คือที่บริเวณถนนท่าแพ ด้านหลังวัดแสนฝาง ซึ่งในอดีตเคยเป็นประตูเมืองเดิม แต่บริเวณจุดนี้เป็นถนนท่าแพที่มีความสำคัญของเมือง ประกอบกับมีการจราจร และการสัญจรของยวนยานพาหนะที่หาแน่น รวมทั้งได้มีการสอบถามความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนในการดำเนินการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มความร่มรื่นก้ได้ข้อสรุปว่า ต้นคูน หรือต้นราชพฤกษ์ มีความเหมาะสมที่สุด โดยในช่วงฤดูแล้งก็จะผลิดอกสีเหลืองสวยงาม และไม่มีความสูงใหญ่มากนักอีกทั้งมีการดุแลที่ง่าย จึงมีมติร่วมกันว่านำต้นดังกล่าวมาปลูกโดยเริ่มจากบริเวณเพาะกลางถนนด้านหลังวัดแสนฝางเป็นจุดแรกของการเริ่มต้นครั้งนี้ นอกจากนี้การดำเนินการในขั้นตอนต่อไปจากนี้ ทางเครือข่ายได้มีการพูดคุยกับทางวัด ซึ่งถนนสายนี้มีวัดอยู่หลายแห่ง เพื่อขอปลูกต้นไม้บริเวณริมกำแพงวัดด้านใน เพื่อสร้างความร่มรื่น และคิดว่าเป็นเรื่องดีที่ควรพลักดันให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News. สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน







พ่อเมืองเชียงใหม่ ย้ำให้ทุกพื้นที่ ฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ


ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ย้ำให้ทุกพื้นที่ ฉีดพ่นน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ลดปัญหาฝุ่นละอองตามแผนที่กำหนด แต่พื้นที่ใกล้เครื่องวัดคุณภาพอากาศ ให้ฉีดพ่นได้ในระยะที่ คพ. ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบ ระบุเชียงใหม่ให้ความสำคัญต่อการดูแลสุขภาพของประชาชนเป็นหลัก ชูเวียงแหงโมเดล จับมือเผาเข้าค่ายปรับทัศนคติ นำตัวไปช่วยดับไฟป่าอย่างน้อย 7 วัน
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2560 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ที่ห้องศูนย์ประชุมวอร์รูมไฟป่า ชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ และได้มีการเชื่อมสัญญาณระบบวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ กับนายอำเภอทั้ง 25 อำเภอ เพื่อติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากได้สั่งการให้ทุกอำเภอสำรวจจุดเสี่ยงที่คาดว่าจะมีการเผา โดยในเขตป่าสงวน และพื้นที่ชุมชน ริมทางหลวง ซึ่งพบสถิติการเผาไหม้เพิ่มขึ้น
นายปวิณ กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์หมอกควันในจังหวัดเชียงใหม่ดีขึ้นมาก มีเพียงวันเดียวที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน ในวันที่ 24 มีนาคม 2560 ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 153 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และลดลงเหลือ 119 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ในวันถัดมา มีสถิติจุดความร้อนที่เกิดขึ้น 524 จุด นับตั้งแต่ประกาศห้ามเผา วันที่ 20 กุมภาพันธ์- 26 มีนาคม 60 ใกล้เคียงกับปี 2559 ในช่วงเวลาเดียวกัน อยู่ที่ 510 จุด มากกว่าปีที่แล้วเพียง 14 จุด โดยเชียงใหม่ตั้งเป้าที่จะลดจุด Hotspot ลงร้อยละ 20 ของปีที่แล้ว คือ ไม่เกิน 797 จุด
“ทุกมาตรการที่จังหวัดเชียงใหม่ได้ดำเนินการ ก็เพื่อดูแลรักษาสุขภาพของคนเชียงใหม่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ การฉีดพ่นละอองน้ำ ลดหมอกควันได้กำชับให้ทุกท้องถิ่น ทุกอำเภอดำเนินการตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง แต่ในพื้นที่ที่มีเครื่องวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษให้พิจารณาไม่ฉีดพ่นในระยะที่ใกล้เกิน 20 เมตร ตามระยะที่กรมควบคุมมลพิษ ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบต่อเครื่องวัด”
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ที่ยังเป็นห่วง และเน้นย้ำให้ชัดชุดลาดตระเวนต่อเนื่อง คือ พื้นที่ริมถนนหลวง พื้นที่ป่าที่ยังไม่มีการเผาไหม้ที่เกิดการสะสมของเชื้อเพลิง ที่อำเภอเชียงดาว, ไชยปราการ, พร้าว, แม่แตง, แม่วาง, วันป่าตอง, หางดง, สันทราย, สันกำแพง และแม่ออน แม้จะไม่พบการเผาไหม้ในปริมาณมาก แต่หากเกิดขึ้นควันไฟจะถูกพัดเข้าในเขตเมือง จึงต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ศูนย์วอร์รูมไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เป็นห่วงว่า ที่ผ่านมา 35 วันของการเฝ้าระวัง ชุดปฏิบัติการในพื้นที่ทำงานอย่างหนัก ในการลาดตระเวนและเฝ้าระวัง และเข้าดับไฟป่าเมื่อได้รับแจ้ง อะไรที่จังหวัดจะให้การสนับสนุนได้ก็จะดำเนินการเต็มที่ เพราะเวลาที่เหลืออีก 25 วัน ถือเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเข้มข้น
“ในการซุ่มจับกุม ผู้ลักลอบเผา ให้ทุกอำเภอ ยึดอำเภอเวียงแหงตัวอย่าง เมื่อจับกุมคนเผา ดำเนินคดีแล้ว ให้ประสานหน่วยทหารในพื้นที่ หรือชุดบรรเทาสาธารณภัย 12 ชุด ที่ประจำใน 11 อำเภอ นำตัวคนเผาป่าไปปรับทัศนคติ และพาเข้าไปดับไฟป่าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้รู้ถึงความลำบากในการเข้าดับไฟ”

กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน