<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 6 ตุลาคม 2564 ) เวลา 06.00 น. วันนี้ถึง 06.00 น.ของวันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ.... มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 5-15 กม./ชม. กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่ อัปเดตนิวส์ รายงาน. แหล่งที่มาของข้อมูล : กรมอุตุนิยมวิทยา - https://www.tmd.go.th/thailand.php .....................................................>>>>

ตำรวจภูธรภาค 5 ควบคุมตัวผู้ต้องหา ถ่ายคลิปลามกขายผ่านช่องทางออนไลน์ ขยายผล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

      ตำรวจภูธรภาค 5 ควบคุมตัวผู้ต้องหา ถ่ายคลิปลามกขายผ่านช่องทางออนไลน์
ขยายผล ตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

  ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์  กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. ให้ทำการสืบสวนและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี และที่ประชาชนให้ความสนใจ
  วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ปิยะ  ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.วีรชน  บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ร่วมแถลงผลการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว ที่ประชาชนในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้ร้องเรียนและให้ทำการตรวจสอบ กรณีมีชายหญิงคู่หนึ่งได้ถ่ายคลิปลามกที่บริเวณ สายต้นยาง เชียงใหม่-ลำพูน หน้าแขวงการทาง ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นั้น

     ซึ่งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายได้ทำการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ผ่านช่องทางออนไลน์เว็บไซต์ของต่างประเทศ ได้แก่ เว็บไซต์ Onlyfans , เว็บไซต์ fansly , แอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์ โดยจะมีชื่อที่ใช้ในการโฆษณาคือ “Thaipornhuber” หรือ “Khwan_tphb” ซึ่งมีคลิปสื่อลามก อนาจาร ประมาณ 70 คลิป สืบทราบว่าผู้ร่วมกระทำผิดประกอบด้วย 
1.นายสัชฌุกร สินรุ่งเรืองสุข  อายุ 35 ปี  
2.น.ส.พิชชาภัทร์ ปินตาเสน อายุ 37 ปี 
โดยผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องหาที่ 2 ซึ่งเป็นแฟนกัน จะเลือกสถานที่ถ่ายทำตามพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เช่น ตามโรงแรมต่างๆ , บริเวณริมถนน , บริเวณที่พักริมทาง เป็นต้น และเน้นการทำคอนเทนต์ โดยแสดงการมีเพศสัมพันธ์นอกสถานที่ หรือ แสดงบทบาทสมมติ เป็นอาชีพต่างๆ เมื่อทำการถ่ายทำและตัดต่อเสร็จ ผู้ต้องหาที่ 1 จะทำการอัพโหลดผ่านช่องทางเว็บไซต์ Onlyfans , เว็บไซต์ fansly , แอพพลิเคชั่นทวิตเตอร์และมีรายได้จากการสมัครเป็นสมาชิกของประชาชนที่สนใจสมัคร โดยเริ่มทำตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคม 2563 ถึงปัจจุบัน มีรายได้ประมาณเดือนละ 50,000 – 70,000 บาท

     โดยคลิปที่ปรากฏตามข่าว ได้ถ่ายทำเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2564 และเผยแพร่ในเดือนมิถุนายน 2564 ต่อมาจึงได้ติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ให้มารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ในคดีอาญาที่ 708/2564  และทำการแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองคนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายไว้เรียบร้อยแล้ว  จำนวน 3 ข้อหา คือ
1.กระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ตาม ป.อาญา มาตรา 338 
2.เพื่อประโยชน์เพื่อประสงค์แห่งการค้าฯ นำเข้า ผลิต เผยแพร่สื่อลามกอนาจารฯ  ตาม ป.อาญา มาตรา 287(1) 
3.นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4)
     โดยได้ทำการตรวจยึด คอมพิวเตอร์โนตบุ๊ค 1 เครื่อง ,ฮาร์ดดิส 2 เครื่อง ,โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องพร้อมซิมการ์ด ,เสื้อผ้า 20 ชุด ,สมุดบัญชีธนาคาร 15 บัญชี ,บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 2 ใบ ไว้เป็นของกลางในคดีเพื่อขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดต่อไป 







หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมืองบูรณาการหน่วยงานท้องถิ่นสกัดแรงงานผิดกฎหมาย 15 คน บริเวณ สวนผลไม้ท้ายหมู่บ้าน อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่

 

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมืองบูรณาการหน่วยงานท้องถิ่นสกัดแรงงานผิดกฎหมาย 15 คน บริเวณ สวนผลไม้ท้ายหมู่บ้าน อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่

  วันที่ 4 ต.ค.64  พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า  กองร้อยทหารม้าที่ 3   หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ฐานปฏิบัติการบ้านหลวง นำกำลัง 1 ชุดปฏิบัติการบูรณาการหน่วยงานท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้านบ้านหลวง และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านออกลาดตระเวน ตรวจสอบพื้นที่ บริเวณ สวนผลไม้ท้ายหมู่บ้าน บ.หลวง หมู่ 5 ต.แม่งอน อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตรวจพบกลุ่มแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 15 คน อายุระหว่าง 15 – 30 ปี เป็นชาย 8 คน หญิง 
7 คน  ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า กลุ่มแรงงานต่างดังกล่าวเดินทางมาจากประเทศเมียนมา โดยมีชายไม่ทราบชื่อ สัญชาติจีนเป็นคนนำพาเข้ามาบริเวณช่องทางท้ายหมู่บ้านปางม้า และเดินลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติ อ้อมผ่านด่านตรวจสามแยกอ่างขาง เพื่อมารอขึ้นรถไปทำงานใน กรุงเทพฯ โดยจ่ายค่านำพาคนละ 29,000 บาท ซึ่งกองร้อยทหารม้าที่ 3   หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 กองกำลังผาเมือง ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ รพ.สต.ดอยอ่างข่าง ตรวจคัดกรองตามมาตรการ ก่อนส่งให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย 
   ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า  ปัจจุบันกองกำลังผาเมือง ได้จัดกำลังจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4  เพื่อสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติด การลับลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะ ใน 5 อำเภอชายแดนของจังหวัดเชียงใหม่ ด้านตรงข้าม อำเภอเชียงดาว, อำเภอฝาง, อำเภอแม่อาย ,อำเภอไชยปราการและอำเภอเวียงแหง    ขณะเดียวกันบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจตระเวนชายแดนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดร่วม พร้อมการจัดกำลังออกลาดตระเวน ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และเส้นทางตามธรรมชาติ  ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองและเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย







กองกำลังผาเมืองสรุปผลการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ปี 64

 

กองกำลังผาเมืองสรุปผลการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ปี 64 ยึดยาบ้ากว่า 25 ล้านเม็ด เฮโรอีน 67 กิโลกรัม และไอซ์ 669 กิโลกรัม โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผลการตรวจยึดยาบ้าและเฮโรอีนมากที่สุด 

      พล.ต.นฤทธิ์ ถาวรวงษ์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า   จากภารกิจในการป้องกันประเทศ การสกัดกั้นการลักลอบค้ายาเสพติดตามแนวชายแดนของกองกำลังผาเมือง ที่มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับชายแดนไทย – เมียนมา และติดกับ สปป.ลาว โดยที่ผ่านมากองกำลังผาเมืองได้วางมาตรการในการสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด ด้วยการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ การลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ การปิดล้อมตรวจค้นตลอดจนการซุ่มโจมตีของกำลังในพื้นที่   โดยในห้วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงปัจจุบัน ตรวจพบการกระทำผิด จำนวน 435 ครั้ง สามารถจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 533 คน กลุ่มขบวนการเสียชีวิต จำนวน 5 คน ตรวจยึดยึดยาบ้ากว่า 25 ล้านเม็ด เฮโรอีน 67 กิโลกรัม และไอซ์ 669 กิโลกรัม โดยชายแดนจังหวัดเชียงใหม่ตรวจยึดยาบ้าและเฮโรอีนมากที่สุด  ในขณะที่ชายแดนจังหวัดเชียงรายตรวจยึดไอซ์ มากที่สุด

      ในส่วนของการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ห้วงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงปัจจุบัน ตรวจพบการกระทำผิด  175 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา  624 คน, ผู้นำพา  56 คน  ตลอดจนใช้กลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย - เมียนมา (TBC ฝ่ายไทย) ในการอำนวยความสะดวกผลักดันบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา กลับออกนอกราชอาณาจักร  2,559 คน ทั้งนี้หน่วยยังสามารถจับกุมคนไทยที่ลักลอบ เข้า - ออก ประเทศโดยผิดกฎหมาย  120 คน ขณะที่ปัจจุบันมีคดีของผู้นำพาฯ จำนวน  32 คดี คดีถึงที่สุด 18 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการ 14 คดี 

     ทั้งนี้จากสถานการณ์ความไม่สงบและสถานการณ์ทางการเมือง รวมถึงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การปราบปรามยาเสพติดภายในประเทศเมียนมาลดลง และถูกจำกัด  แต่ชนกลุ่มน้อยและกลุ่มขบวนการ ยังคงมีความพยายาม ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามายังประเทศไทยในพื้นที่ด้านจังหวัดเชียงใหม่  และจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งยังใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางผ่าน ในการลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งเป็นผลมาจากความพยายามในการเสริมสร้างกำลังและการขยายเขตอิทธิพลของกองกำลังชนกลุ่มน้อย ในเขตประเทศเพื่อนบ้าน

   อย่างไรก็ตาม จากความร่วมมือของทุกหน่วยที่ปฏิบัติภารกิจ ตลอดปีงบประมาณ 2564  ส่งผลให้การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด การสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังผาเมือง สามารถลดการนำเข้ายาเสพติดตลอดจนการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ที่จะเข้าสู่พื้นที่ตอนในได้สำเร็จ ตามเจตนารมณ์ของกองทัพบกและกองทัพภาคที่ 3 เพื่อให้ปัญหายาเสพติดและการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายหมดไปจากภาคเหนือ











สำนักงานชลประทานที่ 1 จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ดูงานชลประทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564

 


สำนักงานชลประทานที่ 1 จัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร ดูงานชลประทาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ในพื้นที่โครงการชลประทานและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา เขตสำนักงานชลประทานที่ 1

     เมื่อวันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น. นายอภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 1 พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานชลประทานที่ 1  นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ลงพื้นที่ดูงานโครงการชลประทานเชียงใหม่ เพื่อรับฟังผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ภาพรวมสถานการณ์น้ำในพื้นที่โครงการฯ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำในอนาคต ตลอดจนแผนการพัฒนาชลประทานระยะ 20 จังหวัดเชียงใหม่ ณ โครงการชลประทานเชียงใหม่ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ นายสิรภพ แท่นมณี หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน พร้อมด้วยข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโครงการชลประทานเชียงใหม่ให้การต้อนรับ 

       สำหรับโครงการชลประทานเชียงใหม่ แบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบออกเป็น 8 ส่วน โดยมีฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1-8 เป็นผู้รับผิดชอบ 25 อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ มีโครงการชลประทานประเภทอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก จำนวน 176 แห่ง แก้มลิง 1 แห่ง ฝาย 450 แห่ง ประตูระบายน้ำ 5 แห่ง สถานีสูบน้ำ ระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำและอื่น ๆ รวม 402 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้มีพื้นที่ทำการเกษตรที่เหมาะสม ทุกภาคส่วนได้รับน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตลอดจนราษฎรได้รับความสูญเสียเนื่องจากภัยอันเกิดจากน้ำลดลง ทั้งนี้ได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ กรอบการพัฒนาระยะยาว และยุทธศาสตร์กรมชลประทานทั้ง 6 ประการ สำหรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จะประเมินตามศักยภาพของลุ่มน้ำ ในช่วงที่เกิดน้ำแล้ง จะดำเนินการเพิ่มน้ำต้นทุน ให้มีกระจายน้ำและการบริหารจัดการน้ำตามโครงการต่าง ๆ ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมทางโครงการชลประทานเชียงใหม่มีแผนป้องกันพื้นฟูสภาพต้นน้ำ ฟื้นฟูแหล่งน้ำ พัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำ ระบบระบายน้ำ ซึ่งจะมีระบบป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน ตลอดจนพื้นที่รับน้ำนองและแก้มลิง  ในช่วงที่เกิดน้ำเสียตามแหล่งน้ำต่าง ๆ จะมีการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้กับประชานชน พร้อมทั้งเพิ่มปริมาณน้ำเพื่อเจือจางน้ำเสีย รวมถึงการกำจัดวัชพืชที่จะเป็นอุปสรรคในการเดินทางของน้ำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดน้ำเน่าเสียเช่นกัน 

       ส่วนการคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำในอนาคตของจังหวัดเชียงใหม่ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 4 กิจกรรมหลักๆ ได้แก่การอุปโภค-บริโภค 95.64 ล้านลูกบาศก์เมตร การรักษาระบบนิเวศน์ 130.91 ล้านลูกบาศก์เมตร การเกษตร (ในเขตพื้นที่ชลประทานและนอกเขตพื้นที่ชลประทาน) 1,942.34 ล้านลูกบาศกเมตร และอุตสาหกรรม 16.06 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้ง 4 กิจกรรม 2,184.95 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดการณ์ว่าในอีก 20 ปี (พ.ศ.2580) จะเพิ่มขึ้นอีก 1,534.84 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเท่ากับ 3,719.79 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 70.24% สำหรับแผน-ผลการเพาะปลูกพืชฤดูฝนปี 2564 ในพื้นที่เขตความรับผิดชอบของโครงการชลประทานเชียงใหม่ได้วางแผนไว้ 81,366 ไร่ ปัจจุบันดำเนินการตามแผนแล้ว 75,491 ไร่ คิดเป็น 92.77% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตามทางโครงการชลประทานเชียงใหม่ ยังคงมีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งกำชับให้บุคลากรผู้รับผิดชอบร่วมลงพื้นที่เพื่อชี้แจงสถานการณ์น้ำและเหตุการณ์สำคัญ เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจและแจ้งเตือนเหตุการณ์กรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ตลอดจนมีการรณรงค์ให้ใช้น้ำฝนเป็นหลักและใช้น้ำชลประทานเสริมเพื่อจะได้กักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งหน้าอีกด้วย















ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เชียงใหม่ พุ่ง พบรายใหม่ถึง 96 ราย / 13 ก.ย.64

 

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ พุ่งสูง พบรายใหม่ถึง 96 ราย โดย 95 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัด ติดตามรายละเอียดจากการแถลงเย็นนี้

สถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ วันนี้ (13 ก.ย.64) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนมากถึง 96 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัดถึง 95 ราย ส่วนอีก 1 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากต่างจังหวัด ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 อยู่ที่ 3,244 ราย ยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 490 ราย แยกเป็นโรงพยาบาลสนามจังหวัดเชียงใหม่ 191 ราย โรงพยาบาลสนามเฉพาะกิจ (แม่ตื่น) 18 ราย โรงพยาบาลรัฐ 109 ราย โรงพยาบาลเอกชน 168 ราย และโรงพยาบาลต่างจังหวัด 4 ราย โดยศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ จะแถลงรายละเอียดในเย็นวันนี้

สำหรับผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 383 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 99 ราย และอาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 8 ราย ส่วนยอดผู้เสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 38 ราย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมระลอกเดือนเมษายนของจังหวัดเชียงใหม่ (ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน) มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้วทั้งหมด 7,413 ราย และรักษาหายแล้ว 6,876 ราย 

ส่วนการบริหารจัดการวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้มีผู้ประสงค์เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 909,985 คน มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 501,347 คน คิดเป็นร้อยละ 39.75 ของเป้าหมาย แบ่งเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฉีดแล้ว 151,483 คน คิดเป็นร้อยละ 46.23 กลุ่ม 7 โรคเรื้อรังฉีดแล้ว 63,333 คน คิดเป็นร้อยละ 52.28 และกลุ่มประชาชนทั่วไป ฉีดแล้ว 812,403 คน คิดเป็นร้อยละ 35.27

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่/ข่าว

13 กันยายน 2564