<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 20 กันยายน 2561 )...พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณด้านรับลมมรสุมของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ........................>>>>

แถลงข่าวการจัดงาน หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2



การแถลงข่าวการจัดงาน “หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2
นายอภิวัฒน์ ธีระวาสน์ พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายอรรถชากัมปนาทแสนยากร นายอำเภอดอยสะเก็ด นางสาวทัศนีย์ ยะจา ประธานเครือข่ายศิลปินโอทอปแห่งประเทศไทย นายปิยะ สุวรรณพฤกษ์ รองประธานเครือข่ายศิลปินโอทอปแห่งประเทศไทย และ นายเชวง โล่ห์เจริญสุข ประชาสัมพันธ์เครือข่ายศิลปินโอทอปแห่งประเทศไทย ดำเนินการแถลงข่าวการจัดงาน “หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2 โดยมี นายธวัช  ใสสม หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางลัดดา พรหมเมือง หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ นางสุรีย์พร รุ่งเรือง พัฒนาการอำเภอดอยสะเก็ด และสื่อมวลชน เข้าร่วมแถลงข่าวการจัดงานฯ ณ.เชียงใหม่ศิลาดล บ้านดวงดี หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเป้า อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดงานในครั้งนี้
ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการศิลปิน OTOP โดยดำเนินการคัดเลือกศิลปินOTOP เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผลการดำเนินงานศิลปิน OTOP โดยคัดเลือกผลงานศิลปิน OTOP ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จำนวน 100 คน และ ปี พ.ศ. 2560 จำนวน 32 คน รวมทั้งสิ้น 132 คน จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่มีการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการแสดง ศิลปหัตถกรรม ประติมากรรม ซึ่งลงทะเบียน OTOP ใน ปี พ.ศ.2557-2558 หรือปี พ.ศ. 2559-2560 จากทั่วประเทศ
ในปี พ.ศ. 2561 เครือข่ายศิลปิน OTOP แห่งประเทศไทย ได้ระดมทุนจากกลุ่มเครือข่ายฯ ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดงาน “หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2”ระหว่างวันที่ 21 – 23  กันยายน  2561 ณ เชียงใหม่ศิลาดล  บ้านดวงดี หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเป้า อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยยกทัพ “เครือข่ายศิลปิน OTOP” จำนวน มากกว่า 100 ชีวิต จากทั่วประเทศ ร่วมจัดแสดงผลงานเพื่อสืบสานมรดกภูมิปัญญา และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ จะได้มีแนวคิดในการสานต่อมรดกอันล้ำค่านี้สืบไป
ทั้งนี้ ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน จากกรมการพัฒนาชุมชน และ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาและช่วยส่งเสริมสนับสนุน ขับเคลื่อนเพื่อให้เป็นต้นแบบความเข้มแข็งยัง เครือข่าย กลุ่ม องค์กร อื่นๆต่อไป
วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลงานของศิลปิน OTOP อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายศิลปิน OTOP โดยกิจกรรมที่จัดภายในงานประกอบด้วย
(1) การจัดแสดงนิทรรศการผลงานของศิลปิน OTOP จากทั่วประเทศ
(2) การจำหน่ายสินค้าของศิลปิน OTOP  จากทั่วประเทศในราคาพิเศษ
(3) การเปิดแกลลอรี่แสดงผลงานของศิลปิน OTOP
(4) แสดงผลงานบนบ้านไม้เรือนไทย แสดงหัตถศิลป์ด้าน งานเครื่องปั้นดินเผา งานผ้า งานเบญจรงค์ งานเครื่องประดับ งานจักสาน งานทองเหลือง งานเครื่องถม งานไม้ งานเครื่องหนัง พร้อมพบกับไฮไลท์ผลิตภัณฑ์เด่น โดยเชียงใหม่ศิลาดล ฯ จะนำผลงานคอลเลคชั่นพิเศษ ชุดของตกแต่งเครื่องปั้นดินเผาเคลือบศิลาดลด้วยเทคนิคพิเศษแห่งแรกในประเทศไทย มูลค่าหลักล้านบาทมาร่วมแสดงในวันงานดังกล่าว
การจัดงาน“หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2” ทางจังหวัดเชียงใหม่ และ ศิลปิน OTOP ได้รับเกียรติจาก นายอภิชาติ  โตดิลกเวชช์  อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้ง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ทั้ง 3 ท่าน ร่วมพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 17.00 น. ณ เชียงใหม่ศิลาดล บ้านดวงดี หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเป้า อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชนส่งเสริมสนับสนุน และผู้ประกอบการหรือ ภาคประชาชน ความรู้ ความสามารถ และมีความพร้อม ช่วยกันขับเคลื่อนงาน จะส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมงาน "หัตถ์ศิลป์ ศิลปิน ครั้งที่ 2 "ได้ที่ 089-991-2901 หรือ www.facebook.com/เครือข่ายศิลปินโอทอป หรือ ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ 0-5311 2647-8
ข่าวโดย : สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ 0 – 5311 2647 – 8 ต่อ 51







รมช.เกษตรฯ รมว.ท่องเที่ยวฯ เปิดงานเกษตรอินทรีย์ ที่ ห้วยฮ่องไคร้



รมช.เกษตรและสหกรณ์ และรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดงานมหกรรมเกษตรอินทรีย์ รวมพลังร้อยใจทุกภาคส่วนในพื้นที่ ครั้งที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ และร่วมกันลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือจำนวน 13 จังหวัด

เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2561 เวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “มหกรรมเกษตรอินทรีย์ รวมพลังร้อยใจทุกภาคส่วนในพื้นที่” ครั้งที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ และได้ร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ระดับกลุ่มจังหวัด 3 กลุ่มจังหวัด ได้แก่ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน และลำปาง) กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (เพชรบูรณ์ ตาก พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์) และกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 (อุทัยธานี กำแพงเพชร นครสวรรค์ และพิจิตร) โดยมีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของแต่ละจังหวัด ขยายผลครอบคลุมทั้ง 13 กลุ่มจังหวัด 56 จังหวัด ภายใต้การกำกับติดตามการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดการร่วมบูรณาการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัด รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับกลุ่มเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์จากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในนโยบายเกษตรอินทรีย์ของรัฐบาลและแนวทางการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์โดยยึดหลักการทำงานเชิงพื้นที่เป็นหลักต่อไป

โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเกษตรอินทรีย์และการแสดงสินค้าเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มเกษตรกร , การเสวนาการขับเคลื่อนงานบูรณาการโครงการอาหารปลอดภัยในโรงพยาบาล และสถานศึกษา ร่วมหนุนนำเกษตรกรอินทรีย์ โดยมีผู้แทนจากเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ สถาบันการศึกษา และกลุ่มเกษตรกรเครือข่ายเกษตรอินทรีย์จังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังข้อเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง 1 และ 2 เป็นต้น

สำหรับ จังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ โดยการร่วมบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วน โดยมีแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic Thailand การรับรองมาตรฐาน PGS จำนวนพื้นที่ 4,849.91ไร่ และมีตลาดเกษตรกรจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์ รวมจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1.) ตลาดเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ 2.) ข่วงเกษตรอินทรีย์จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณคลองชลประทาน ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ 3.) ตลาด Farmer's Market Chiangmai ในบริเวณกาดชุมชนเชียงใหม่อาหารปลอดภัย โครงการจริงใจ มาร์เกตเชียงใหม่ ถนนอัษฏาธร อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 4.) ตลาดนัดเกษตรปลอดพิษ อาหารปลอดภัย (Clean, Green, & Safe Agricultural Farms) ไร่แม่เหียะ มหาวิทยาลัยชียงใหม่ 5.) ตลาดนัดเกษตรปลอดพิษ อาหารปลอดภัย (Clean, Green, & Safe Agricultural Farms) กาดโก้งโค้ง มหาวิทยาลัยชียงใหม่ และ 6.) กาดแม่โจ้ 2477 (ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์)

กมล เครือนิล ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








เทศบาลนครเชียงใหม่ปลูกบัวเพื่อแก้ไขบำบัดน้ำเน่าเสียและปรับภูมิทัศน์รอบคูเมือง



เทศบาลนครเชียงใหม่ปลูกบัวเพื่อแก้ไขบำบัดน้ำเน่าเสียและปรับภูมิทัศน์รอบคูเมืองเชียงใหม่ได้เสียงตอบรับดี รองนายกฯ เผยหลังทดลองลงต้นบัวไป 6 จุดก่อนหน้านี้จากการตรวจคุณภาพเริ่มดีขึ้น พร้อมการถ่ายเทให้น้ำไหลเวียน ตอนนี้ต้นบัวเริ่มแพร่และออกดอกสวยงาม เตรียมปลูกบัวกระด้งลงเพิ่มให้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเซลฟี่และปรับภูมิทัศน์รอบคูเมืองให้สวยงามจากดอกบัว 

พลโท ภานุ โรจนวสุ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมนายวิสาขะ ปัญญาช่วย  ผอ.ส่วนช่างสุขาภิบาล สำนักการช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่ ลงพื้นที่คูเมืองเชียงใหม่ บริเวณฝั่ง
ทิศใต้ ของข่วงประตูท่าแพ ขณะเจ้าหน้าที่นำบัวสาย จำนวน 15 กอ มาลงปลูกเพิ่มเติม เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำคูเมือง และปรับปรุงภูมิทัศน์รอบคูเมือง ให้น้ำมีคุณภาพที่ดี จึงได้นำต้น
บัวลงปลูกจำนวน 7 จุด คือแจ่งหัวริน ด้านหน้าร้านช้างม่อยกาแฟ หน้าสวนสาธารณะสวนบวกหาด ประตูเชียงใหม่ แจ่งขะต๊ำ และคูเมืองด้านทิศใต้ของข่วงประตูท่าแพ 

พลโท ภานุ โรจนวสุ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่าการทดลองปลูกดอกบัวสายพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งได้การสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 นำมาลงปลูกเบื้องต้น 7 จุด ซึ่งต้นบัวสาย หรือบัวแดงพันธุ์สีชมพู เป็นพันธุ์พื้นเมือง เริ่มขยายพันธุ์ให้เพิ่มขึ้นหลายจุดก่อนหน้านี้ ซึ่งบัวถือเป็นพืชขนาดใหญ่ที่สามารถนำไปใช้บำบัดน้ำเสียมีลักษณะลอยน้ำ บัวที่นำลงมาทดลองปลูกจะช่วยปรับปรุงคุณภาพน้ำ จึงใช้บัวสาย เพราะเหมาะกับการปลูกในบ่อหรือสระน้ำ ใบบัวจะช่วยบดบังแสงแดดและลดความเข้มของแสงที่ส่องลงไปในน้ำ ซึ่งแสงเป็นปัจจัยสำคัญช่วยกระตุ้นให้เกิดการแพร่ระบาดของสาหร่ายน้ำ ที่เป็นสีเขียวอย่างที่ผ่านมา ตอดลจนมีคุณสมบัติช่วยกรองของเสีย ดูดซับแร่ธาตุ สารอาหารและสารอินทรีย์ที่ปนมากับน้ำ เช่นสารประกอบฟอสเฟต สารประกอบไนเตรด และสารประกอบอื่นๆ ที่เจือปนมากับน้ำ จนทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย หลังจากมีการนำบัวมาปลูกและมีการปรับปรุงคุณภาพน้ำถ่ายเทให้ไหลเวียน ซึ่งผลการตรวจวัดพบว่าหลายจุดมีคุณภาพดีขึ้น และบัวมีการเจริญเติบโตขยายพันธุ์ได้เพิ่มขึ้น 

อย่างไรก็ตามบัวหลายจุดที่เริ่มออกดอกสวยงาม จนได้เสียงตอบรับต่อชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเพราะมีความสวยงามแล้วทำให้ภูมิทัศน์ในคูเมืองเปลี่ยนไป โดยจากนี้จะน้ำบัวกระด้ง หรือ บัวพันธุ์วิคตอเรีย มาปลูกเพิ่มคาดจะลงบริเวณคูเมืองสองฝั่งของข่วงประตูท่าแพ เพราะเป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติและเป็นจุดศูนย์กลางจุดเช็คอินของเมืองเชียงใหม่ ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวได้เพิ่มจุดถ่ายภาพเซลฟี่ แต่จะมีการควบคุมการแพร่ของต้นบัวเพราะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นักท่องเที่ยวจะใช้น้ำสาดเล่น 

กมล เครือนิล ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








รองผู้ว่าฯเปิดงานรวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทยภาคเหนือ



รองผู้ว่าฯเปิดงานรวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทยภาคเหนือ

ที่ กรีนนิมมาน ซีเอ็มยู เรสซิเด็นท์ นายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธานเปิดงานรวมพลังสื่อสร้างสรรค์สังคมไทย ปี 2561 ภาคเหนือ โดยมีนายวสันต์  ภัยหลีกลี้ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และองค์กรร่วมจัดทั้งกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์   สถาบันการศึกษา  องค์กรด้านสื่อพลเมือง และสื่อมวลชนท้องถิ่น  องค์กรประชาสังคม ชุมชน หน่วยงานรัฐ  เพื่อร่วมกันรังสรรค์ แนวคิด  แนวทาง พัฒนาความร่วมมือของสื่อและผู้บริโภคในการผลักดันเรื่องสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  ให้กำลังใจผู้ผลิตสื่อ โดยการมอบรางวัลสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ภาคเหนือ   รวมทั้งมีกิจกรรมต่างๆในงานทั้งการเสวนา  เวิร์คช็อบต่างๆ ที่จะส่งเสริมแนวคิด   เนื้อหาและกระบวนการของคนทำงานสื่อให้มากขึ้น 

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า นับวัน สื่อที่มีอยู่จะมีความหลากหลายในเนื้อหา  และคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาก  การมีมือถือที่ไฮเทค ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ มีเฟสบุ๊ค ยูทูป ทำให้เรากลายเป็นผู้ผลิตสื่อได้ด้วยการไลฟ์ การแชร์ หรือการโพสต์ข้อความ  ยิ่งทำให้พวกเราต้องให้ความสนใจในประเด็นสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ให้มากขึ้น  มิฉะนั้นสื่ออาจสร้างผลกระทบไม่น้อย    อีกทั้งการรู้เท่าทันสื่อ ก็เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้บริโภคสื่อในปัจจุบันด้วย

ทั้งนี้ภายในงานได้มีการมอบรางวัลสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ปี 2561 ภาคเหนือ เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจให้คนทำสื่อที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไป
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน






รองพ่อเมืองฯสรุปสถานการณ์น้ำ ชื่นชมชลประทานเชียงใหม่ช่วยผ่านวิกฤติ



รองพ่อเมืองฯสรุปสถานการณ์น้ำ ชื่นชมชลประทานเชียงใหม่ บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบช่วยผ่านวิกฤติ เตรียมถอดบทเรียนเพื่อเป็นแนวทางในอนาคต ฝากเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกอย่าหลงเชื่อข่าวลือให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเป็นหลัก เพราะภาครัฐพร้อมป้องกันดูแลชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หาแนวทางที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประชาชนให้น้อยที่สุด

นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายจานุวัตร เลิศศิลป์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ นายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำในหลากในพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่สำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ล่าสุดสถานการณ์มวลน้ำก้อนใหญ่ได้ไหลผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ไปแล้ว ส่งผลให้สภาวะน้ำในลำน้ำแม่แตง ลำน้ำปิงตอนบน ลำน้ำแม่ริม และลำน้ำปิงที่ไหลผ่านตัวเมืองเริ่มเข้าสู่สภาพวะปกติ แต่ทางชลประทานเชียงใหม่ยังคงเฝ้าติดสถานการณ์ ในพื้นที่ด้านท้ายของน้ำที่ไหลไปจนกระทั่งปริมาณน้ำจะพ้นจากประตูระบายน้ำแม่สอย อำเภอจอมทองจังหวัดเชียงใหม่ และไหลลงสู่เขื่อมภูมิพล จังหวัดตาก ซึ่งการบริหารจัดการในครั้งนี้ผ่านพ้นไปได้เพราะสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านน้ำ นำมาใช้แก้ไขวิกฤติไม่ให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และน้ำเข้าท่วมเขตเมืองเชียงใหม่ในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามทางจังหวัดเชียงใหม่ ขอฝากเตือนประชาชนให้อ่านข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนของภาครัฐให้ครบถ้วน อย่าฟังหรือสร้างกระแสข่าวลือที่ทำให้ประชาชนสับสน 
ที่สำคัญการแจ้งเตือนของภาครัฐนั้นทำให้เกิดการเตรียมพร้อมโดยเฉพาะใน 4 ขั้นตอนของการแจ้งเตือนคือ การประกาศข่าวสาร การแจ้งเตือน การเตือนภัยและขั้นตอนการอพยพ การทำงานของภาครัฐได้มีการบริหารจัดการดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก  พร้อมนำการแก้ไขปัญหานี้ถอดบทเรียนกันอีกครั้ง  ส่วนพายุเบบินคา ได้เพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล จำนวน  9.6 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนแม่กวงอุดมธาราจำนวน  6.8 ล้าน ลบ.ม. 

กมล เครือนิล ทีมข่าว"ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน