<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 18 กพ. 60 )....ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ...............>>>>

สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดสวนสไตล์ฝรั่งเศสแหล่งเซลฟี่แห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว



"ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดแหล่งเซลฟี่แห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวมีความหลากหลายของสวน ปลาฉลามยักษ์ ดอยสุเทพ และวิวตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนสวนสไตล์ฝรั่งเศสอย่างยิ่งใหญ่ ได้สวนนงนุช นักจัดสวนระดับประเทศมาตกแต่งให้อย่างงดงาม

รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์ เป็นประธานเปิดสวนพักผ่อนสไตล์ฝรั่งเศส ด้านหน้าเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยมีนายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เชียงใหม่ เข้าร่วมงานจำนวนมาก สำหรับสวนดังกล่าวนั้น ก่อนหน้านี้เคยเป็นสวนกุหลาบ ต่อมาทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ให้เจ้าของสวนชื่อดังในเชียงใหม่ "สวนนงนุช" มาจัดสวนให้ โดยได้เน้นความสมดุลของพรรณไม้และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ปิดล้อมด้วยต้นไม้ใบเขียว ที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงเลขาคณิต รวมทั้งดอกไม้สีสันต่างๆ เพื่อให้กลายเป็นที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว และมุมถ่ายภาพสวยๆ ที่สามารถเซลฟี่ตนเองกับวิวทิวทัศน์ ที่เหมือนกับอยู่ในสวนต่างประเทศ และยังเป็นการกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ นอกจากจะได้ชมสัตว์นานาชนิด หลากหลายสายพันธุ์ ยังได้ชมสวนที่สวยงามอย่างไรก็ตามยังมีอีกจุดที่ได้ั้งภาพสวน ภูเขาดอยสุเทพ แถมได้ปลาฉลามยักษ์ ตั้งอยู่ด้านหน้าเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ที่มีพันธุ์ปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็นอุโมงค์ปลาที่ยาวที่สุดในโลก พร้อมกันนี้ยังเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาร่วมลุ้นการตั้งท้องของแพนด้าหลินฮุ่ย อีกด้วย ซึ่งมาที่สวนสัตว์เชียงใหม่ แห่งเดียวได้แต่ประสบการณ์ ได้ภาพหลากหลายมุมสำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟีได้ความหลากหลายของความสวยงามจากจุดนี้ ยังมีวิวของตัวเมืองเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ได้ชื่นชมอีกด้วย 
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News รายงาน






ขอเชิญลูกศิษย์ลูกหา และผู้ใจบุญใจกุศล ร่วมทำบุญงานรำลึก “พ่อครูคำ กาไวย์” ศิลปินแห่งชาติ พ่อครูกลองสะบัดชัย



      ขอเชิญลูกศิษย์ลูกหา และผู้ใจบุญใจกุศล ร่วมทำบุญงานรำลึก “พ่อครูคำ กาไวย์” ศิลปินแห่งชาติ พ่อครูกลองสะบัดชัย และขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อส่งเสริมการศึกษาโรงเรียนหางดงสังฆราษฎร์อุปถัมภ์ ณ วัดกำแพงงาม ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่  พร้อมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งทอดถวายในวันเดียวกัน   การจัดงานรำลึก “พ่อครูคำ  กาไวย์” มีการจัดต่อเนื่องเป็น ปีที่ 3 งานรำลึกการจากไปของพ่อครูคำ กาไวย์  ในปีนี้จัดขึ้น ในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ทางเจ้าภาพได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์ อำเภอหางดง และความกรุณาจาก  หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอหางดง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำฝ่ายปกครอง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอหางดง เพื่อจัดทำผ้าป่าสามัคคีเพื่อส่งเสริมการศึกษา สำหรับพระภิกษุ-สามเณร  จำนวน 186 รูป
     กำหนดแต่งดาองค์ผ้าป่าสามัคคี และทอดถวาย ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย พ่อครูคำ  กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2535 บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงการตีกลองสะบัดชัย, การฟ้อนเจิง ของคณะลูกศิษย์ พ่อครูคำ กาไวย์ จากทั่วทุกสารทิศ เวลา 10.00 น. น้อมจิตรทอดถวายผ้าป่าสามัคคี  ร่วมถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสามเณร จำนวน 160 รูป โดยพร้อมเพรียงกัน
     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกเวลาที่ พ่อหลวงรินทร์ กาไวย์ โทร. 0813-666 -905, พระมหาณัฐพล  ฐิตธมฺโม โทร.0899-551-507 หรือร่วมงานอนุโมทนาบุญได้ที่ ศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย พ่อครูคำ  กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2535 บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม






ดอกทิวลิปกว่า 2 หมื่นต้น พร้อมบานสะพรั่งงดงาม ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 41



" ที่นี่....เชียงใหม่ " ดอกทิวลิปกว่า 2 หมื่นต้น พร้อมบานสะพรั่งงดงาม ภายในส่วนจัดแสดง สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ร่วมกับมวลดอกไม้นานานพันธุ์ เพื่ออวดสายตานักท่องเที่ยว ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้เร่งนำดอกทิวลิปและมวลดอกไม้นานาพันธุ์ลงพื้นที่ส่วนจัดแสดงภายในสวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ดอกไม้ทุกชนิดเบ่งบานได้ทันในช่วงการจัดการมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 41 ที่จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ โดยในปีนี้เป็นปีพิเศษ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้นำดอกทิวลิป 2 หมื่นกว่าต้น มาจัดแสดงในพื้นที่นิทรรศการสวนไม้ดอกไม้ประดับ “ใต้ร่มพระบารมี 70 ปีแห่งการครองราชย์” เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมและบันทึกภาพแห่งความทรงจำตลอดการจัดงาน 
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์, ดนตรีในสวน(Orchestra), การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา, ตื่นตาตื่นใจกับ Light & Sound water hologram, การประกวดนางงามบุปผชาติและนางงามบุปผชาตินานาชาติ และการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก 25 อำเภอ
และที่เป็นไฮไลท์สำคัญ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ยังจะได้พบความอลังการขบวนแห่รถบุปผชาติที่สวยงามตระการตา กว่า 22 ขบวน ภายใต้แนวคิด “ดอกไม้สะพรั่งงาม เทิดนามองค์ภูมิพล” และการประกวดวงโยธวาทิตดีกรีแชมป์โลกของจังหวัดเชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. จากสะพานนวรัฐ ไปยังสวนสาธารณะหนองบวกหาดกลางเมืองเชียงใหม่ เพื่อจัดแสดงตลอดการจัดงาน ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก
ขอบคุณภาพข่าวจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่










อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นำซังข้าวโพดแปลงเป็นพลังงานชีวมวล แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า



"ที่นี่....เชียงใหม่" พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ อบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม โดยการนำซังข้าวโพด มาแปลงเป็นพลังงานชีวมวล แทนที่การเผาทิ้งในที่โล่ง  เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่า

1 ก.พ. 2560 เวลา 09.00 น. ที่ บ้านนาฮ่อง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ นายธีระศักดิ์ จรัสศรีวิสิษฐ์ พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ เปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดเหลือทิ้งจากการปลูกข้าวโพด ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดปี 2560 โครงการผลักดันระบบขนส่งมวลชน วางผังเมือง และออกมาตรการลดการเผาในพื้นที่โล่งทุกชนิด โดยมีนายสมคิด ปัญญาดี ผอ.สำนักงานส่วนสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ นายบวร สุริยะชัยพันธ์ นายก อบต.บ้านนาจร อ.แม่แจ่ม และนายกนายสุทัศน์ บานเย็น นายกเทศมนตรีตำบลปิงโค้ง อ.เชียงดาว ร่วมกิจกรรม ซึ่งโครงการฯจัดขึ้น เพื่อลดปัญาหมอกควันของอำเภอแม่แจ่มและจังหวัดเชียงใหม่ โดยนำวัสดุเหลือทิ้งจากการปลูกข้าวโพด มาแปลงเป็นพลังงานชีวมวล โดยใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน เพื่อตัดโอกาสกองวัสดุเหลือทิ้งจากการปลูกข้าวโพดที่มีอยู่มากมาย ไม่ให้ถูกเผาทิ้งในที่โล่งแจ้ง และปลูกฝังสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่ให้ยอมรับ และสนับสนุนโครงการด้านพลังงานที่ถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ประกอบกับเพื่อดำเนินงานตามนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่ ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ที่มีนโยบายขอความร่วมมือให้สำนักงาน พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้เตาเผาถ่าน  แก่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสนใจจะจัดหาเตาเผาถ่าน สำหรับภายในงาน มีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่มจากซังข้าวโพดด้วยเตาเผาถ่าน  และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการเผาถ่านจากซังข้าวโพดด้วย เตาเผาถ่าน 200 ลิตร ชนิดลดควัน ซังข้าวโพดจากเตาเผาถ่าน จำนวน 50 ตัน  โดยมีผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจากอำเภอแม่แจ่ม เกือบ 100 คน ร่วมการอบรมในครั้งนี้ 
ทั้งนี้พื้นที่แม่แจ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้มีเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่ต้องเผาทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงต้องตระหนักถึงแนวทางที่จะกำจัดเศษวัสดุเหล่านี้อย่างถูกวิธี ไม่ให้เกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อม การสร้างองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโลโลยีพลังงานในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน เป็นทางเลือกที่ดีอีกช่องทางหนึ่งในการหยุดการเผาทิ้งในที่โล่งแจ้ง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหมอกควันอย่างมากในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับเศษสิ่งวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยหวังให้นำความรู้ไปขยายผลในพื้นที่ เพื่อให้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าลดน้อยลง
สำหรับปัญหาหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะเดือนธันวาคมถึงเมษายนของทุกปี และนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี สาเหตุใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ชีวมวลในที่โล่งแจ้งจากแหล่งวัสดุใหญ่ๆ 3 ส่วน ได้แก่ การเผาป่า การเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และการเผาขยะ ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แพร่กระจายในบรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของชุมชนอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ทำให้เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข และด้านสิ่งแวดล้อมตามมา ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งชุมชน กำนันผู้ใหญ่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ร่วมกันบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในเชียงใหม่ ไม่ให้มีความรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านๆมา

กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








" ที่นี่....เชียงใหม่ " โลกโซเชี่ยลชื่นชมเด็กขยันขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ช่วยแม่



" ที่นี่....เชียงใหม่ "  โลกโซเชี่ยลชื่นชมเด็กขยันขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ช่วยแม่
น้องอัน อัน เด็กหญิงวัย 9 ขวบสุดขยันขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ช่วยแม่ทุกเย็น หลังจากเลิกเรียนเป็นเวลานานเกือบ 2 ปีโดยน้องอัน อันจะมาเฝ้าร้านเองทุกวัน ซึ่งแม่จะเตรียมรถเข็นและทอดปลาท่องโก๋ ต้มน้ำเต้าหู้ ไว้ให้ส่วนน้องจะดูแลร้านเอง ตักน้ำเต้าหู้ใส่ถุงและขายเองอย่างคล่องแคล่ว ทุกเย็นสร้างความประทับใจและน่าเอ็นดูให้กับผู้ผ่านไปมาบริเวณดังกล่าว
โลกโซเชี่ยลแห่ชื่นชมความขยันของหนูน้อยขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ที่หน้าโรงพยาบาลอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ บ้านปากกอง ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดย Page Facebook ที่ใช้ชื่อว่า อ้ายคำง้างฟ้า ไดโพสต์ชื่นชมความขยันของหนูน้อยวัย 9 ขวบช่วยพ่อแม่ขายน้ำเต้าหู้อยู่หน้าโรงพยาบาลสารภี หลังจากนั้นได้แวะอุดหนุนและสอบถามรายละเอียดทราบว่าชื่อ เด็กหญิงสุทัสสา คำมุงคุณ หรือน้อง อัน อัน วัย 9 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดปากกอง ตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ที่ใช้เวลาหลังจากเลิกเรียน ทำการบ้านและช่วยดูแลน้องแทนคุณแม่ เสร็จก็จะออกมาขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ที่บริเวณดังกล่าวทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงประมาณ 21.30 น.ซึ่งน้องอัน อัน ตักน้ำเต้าหู้ในหม้อและเต้าฮวยที่กำลังร้อนๆใส่ถุงขายให้กับลูกค้าอย่างคล่องแคล่วไม่แพ้ผู้ใหญ่ ถึงแม้น้องอัน อัน จะตัวเล็กต้องใช้ไม้กระดานทำเป็นม้านั่งมาต่อตัวให้สูงถึงรถขายของ มองแล้วน่าเอ็นดูและน่าชื่นชมในความขยันของน้องเมื่อเทียบกับเด็กวัยเดี่ยวกัน
จากการสอบถามนางสาวธัญมน คำมุงคุณ แม่ของน้องอัน อัน ทราบว่า สามีเปิดร้านขายแบตเตอรี่และซ่อมรถยนต์ ใกล้กับโรงพยาบาลสารภี บางครั้งต้องออกไปซ่อมรถให้ลูกค้านอกร้าน ส่วนตนเองเป็นแม่บ้าน ตอนเย็นก็จะขายน้ำเต้าหู้ อยู่หน้าโรงพยาบาลสารภี เนื่องจากน้อง อัน อัน เป็นลูกสาวคนโตมีน้องสาว 2 คนอายุ 2 ขวบกว่าอีกคนเพิ่งคลอดได้ 3 เดือน ช่วงที่แม่คลอดลูกสาวคนกลาง แม่ต้องดูแลน้อง พ่อจึงให้น้อง อัน อัน มาช่วยขายน้ำเต้าหู้ ตั้งแต่นั้นมาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีน้อง อัน อัน สามารถขายของเองได้ เพียงแต่ให้แม่ทอดปลาท่องโก๋ ต้มน้ำเต้าหู้ และเตรียมร้านไว้ให้ หลังจากนั้นน้อง อัน อัน ก็จะขายน้ำเต้าหู้เองได้ ซึ่ง บางครั้งยังช่วยเลี้ยงของคนกลางระหว่างที่แม่ ดูแลน้องคนเล็กในบ้านอีกด้วย

กมล เครือนิล ทีมข่าว " ที่นี่....เชียงใหม่ " สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน
www.teeneechiangmai.net