<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป ภาคเหนือ วันนี้ ( 22 พค. 2561 )....มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง และลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม........................>>>>

หน่วยงานทหารในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคลองแม่ข่า



 หน่วยงานทหารในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคลองแม่ข่า โดยได้กำจัดวัชพืช ขุดลอก และปรับสภาพสองฝั่งคลอง เพื่อให้สามารถไหลผ่านได้สะดวกขึ้น

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 เวลา 13.30 น. มณฑลทหารบกที่ 33 ร่วมกับสำนักงานพัฒนาภาค 3 และหน่วยงานทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคลองแม่ข่า บริเวณซอยมหาโชค (ด้านหลังตลาดบ้านท่อ) ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำลังทหาร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในท้องถิ่น และจิตอาสา จำนวน 370 คน ร่วมกันกำจัดวัชพืช ขุดลอกคลอง เก็บขยะและทำความสะอาดบริเวณสองฝั่งคลอง เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูคลองแม่ข่า ที่ถือเป็นสายนำสำคัญของเมืองเชียงใหม่ ให้กลับมามีสภาพดีขึ้น
ทั้งนี้ มีการแบ่งการทำงานออกเป็น 3 ช่วง โดยในช่วงที่ 1 เป็นคลองธรรมชาติ มีความยาว 5 กิโลเมตร กับอีก 500 เมตร ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้มีการสนับสนุนเรื่องของนำมันเชื้อเพลิง และทางสำนักงานพัฒนาภาค 3 ร่วมกับทางมณฑลทหารบกที่ 33 เข้าดำเนินการพูดคุยกับราษฎรในพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่วนในช่วงที่ 2 ระยะทาง 8 กิโลเมตร กับอีก 250 เมตร เป็นคลองคอนกรีตเสริมเหล็ก และช่วงที่ 3 เป็นคลองธรรมชาติระยะทาง 8 กิโลเมตร กับอีก 250 เมตร
สำหรับ กิจกรรมจิตอาสาพัฒนาคลองแม่ข่า เป็นการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งบางพื้นที่ต้องใช้เครื่องมือที่มีความพิเศษ เนื่องจากสภาพลำคลองแม่ข่านั้นในช่วงแรกสภาพสองฝั่งทางเป็นสภาพคอนกรีตทั้งหมด ความกว้างทั้งลำคลองซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายช่วงโดยเฉลี่ยกว้างแค่ไม่เกิน 5 เมตร ทำให้รถรถแม็คโครใหญ่ไม่สามารถดำเนินการได้ ประกอบกับลำคองส่วนใหญ่มีสิ่งปลูกสร้างเข้าไปลุกล้ำเขต จึงต้องส่งเจ้าหน้าที่และเครื่องมือพิเศษเข้าไปขุดลอก เพื่อนำสิ่งปฏิกูล ที่อุดตันในท่อออกมา ทำให้กระแสน้ำสามารถไหลผ่านได้สะดวกขึ้น
กมล เครือนิล ทีมข่าว ทีนี่เชียงใหม่ Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








รองปลัดกระทรวงทรัพฯ เปิดการประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑล



รองปลัดกระทรวงทรัพฯ เปิดการประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่  11 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้กับประเทศต่างๆ และสามารถนำไปปรับใช้กับการบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

นายพงศ์บุญย์ ปองทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่  11 ( 11 th Southeast Asin Biosphere Reserves Network Meeting ) ที่ โรงแรมดวงตะวัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายประจวบ กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ บุคลากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มเครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลใกล้เคียง ในภูมิภาคแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และเอเชียใต้จาก 12 ประเทศ จำนวน 120 คน เข้าร่วมประชุม เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ นำเสนอผลงานความก้าวหน้า นวัตกรรม ด้านการดำเนินงานของพื้นที่สงวนชีวมณฑลในแถบประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับเครือข่ายประเทศผู้สนับสนุนการดำเนินงาน
สำหรับ โครงการมนุษย์และชีวมณฑล เป็นโครงการที่เริ่มโดยองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือยูเนสโก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหาแนวทางในระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ผ่านพื้นที่สาธิตที่เรียกว่าพื้นที่สงวนชีวมณฑลปัจจุบันมีอยู่
จำนวน 669 แห่งใน 120 ประเทศทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยมีพื้นที่สงวนชีวมณฑล 4 แห่ง อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 1 แห่ง คือ พื้นที่สงวนชีวมณฑลแม่สา - คอกม้า นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสักห้วยทาก จังหวัดลำปาง , พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่สงวนชีวมณฑลระนอง จังหวัดระนอง ทั้งนี้ ได้เตรียมผลักดันให้เกิดพื้นที่สงวนชีวมณฑลอีก 2 แห่ง คือ ที่อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ และ ที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยคาดว่าจะได้เผยแพร่ผลการดำเนินงานของประเทศไทยในประเทศต่างๆ ได้รับทราบ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการบริหารจัดการพื้นที่สงวนชีวมวลของไทยให้เกิด
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
กมล เครือนิล ทีมข่าว ทีนี่เชียงใหม่ Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน







อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯชวนชาวเชียงใหม่ KICK OFF ร่วมปลูกต้นไม้ฟื้นฟูบ้านป่าแหว่ง 27 พค.นี้



ธัญญา เนติธรรมกุล  อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ชวนชาวเชียงใหม่ KICK OFF ร่วมปลูกต้นไม้เพื่อช่วยฟื้นฟูบริเวณป่าบ้านป่าแหว่งด้วยกัน 27 พ.ค.นี้ ยันพร้อมดูแลพื้นที่ทันทีหากมีนโยบาย จะให้ขยายเขตเป็นอุทยานฯก็ไม่ยาก รอความชัดเจนเท่านั้น 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พค. 61 โรงแรมดวงตะวันเชียงใหม่  อ.เมือง จ. เชียงใหม่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน  ระหว่างที่มาประชุม เครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 11  ในกรณีของบ้านป่าแหว่ง ว่า การเข้าทำการเริ่มฟื้นฟูผืนป่า บริเวณพื้นที่สร้างบ้านพักตุลาการที่เชิงดอยสุเทพ ในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ขอเชิญชาวเชียงใหม่มาร่วมกันนำร่องฟื้นฟูปลูกต้นไม้เพื่อคืนผืนป่าให้กลับมาดังเดิม ตามข้อสรุปในการแก้ไข ซึ่งจะมีการปลูกทั้งป่า หญ้าแฝกและร่วมกันทำฝายชะลอน้ำในจุดที่ทำได้ ส่วนพื้นที่ที่เป็นอาคาร ต้องรอการส่งมอบ ให้ชัดเจนก่อน และถ้าหาก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามที่ตกลงกันไว้ โดยมีความต้องการที่จะให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติ เข้ามาดูแล ก็จะเริ่มดำเนินการในทันที ซึ่งได้มีการทำแผนเสนอให้นายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ก็ต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง โดทางกรมฯยังยืนยันมีความพร้อมถ้าหากได้รับนโยบาย ทั้งเรื่องของการฟื้นฟูผืนป่า หรือ การจะพิจารณาขยายเขตอุทยานฯให้ครอบคลุม แต่ตอนนี้ก็ต้องรอให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ล่าสุดก็มีการตั้งคณะทำงาน เพื่อเข้ามาพิจารณาเรื่องนี้กันแล้ว ซึ่งก็เชื่อว่าจะมีแนวโน้มก็น่าจะเป็นไปในทางที่ดี
อย่างไรก็ตาามกรณีต้นไม้ใหญ่ที่เคยนำออกไปนั้น ไม่ขอกล่าวถึง แต่การฟื้นฟูปลูกต้นไม้ในครั้งนี้เป็นพื้นที่ป่าเต็งรัง จะนำพรรณไม้กล้าไม้ที่จะนำมาปลูกในครั้งนี้คัดเลือกหลากหลายชนิดไม้ประดู่ ไม้พยอม ไม้เต็งรังเป็นต้น นำมาปลูกให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นเดิมมากที่สุด เน้นย้ำของให้ทุกภาคส่วน ภาคประชาชน และสื่อมวลชน
มาร่วมกันปลูกต้นไม้ในครั้งนี้ 
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (22 พค.61) ทหารจาก มทบ.33 จำนวน 100 นายพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรฯ อีก 50 นายได้เข้าดำเนินการเตรียมพื้นที่ในบริเวณบ้านพักตุลาการ เพื่อให้พร้อมสำหรับวันที่ 27 พค. นี้
กมล เครือนิล ทีมข่าว ทีนี่เชียงใหม่ Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน







ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เรียกประชุมหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาคประชาชนแก้ปัญหาป่าแหว่ง



ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เรียกประชุมหน่วยงานภาครัฐและเครือข่ายภาคประชาชน หารือแนวทางก่อนการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการ พร้อมเชิญชวนชาวเชียงใหม่ ร่วมกันปลูกต้นไม้ Kick Off 27 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2561 เวลา 15.00 น. ที่ ห้องประชุมที่ทำการปกครอง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เพื่อหาแนวทางการดำเนินการก่อนการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้เสนอรายชื่อคณะกรรมการที่จะตั้งเข้ามาแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นทางการ และนายกรัฐมนตรีรับทราบและลงนามแล้ว โดยแนวทางใหม่ที่ประสานลงมา คือให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการต่อสิ่งปลูกสร้างหลังการเข้ารังวัดพื้นที่ ในส่วนของปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมีหนังสือถึงปลัดมหาดไทย ให้สั่งการมายังจังหวัดเชียงใหม่แต่งตั้งคณะกรรมการ
นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จะมีคณะกรรมการอำนวยการเป็นคณะใหญ่ และมีคณะทำงานย่อยอีก 2 คณะทำงาน ในส่วนของคณะทำงานจัดการกับสิ่งปลูกสร้าง จะเน้นโครงสร้างวิศวกรสิ่งปลูกสร้าง ธรณีวิทยา ระบบน้ำ พร้อมทั้งศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งปลูกสร้าง ว่ามีความสุ่มเสี่ยงอะไรบ้าง การจะรื้อจะถอนต้องทำอย่างไร ส่วนคณะทำงานฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม จะดูแลเรื่องการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ทั้งระบบดิน น้ำ และป่าไม้ โดยคิดว่าเวลา 2 สัปดาห์คงเพียงพอในการศึกษาข้อเท็จจริงและประชุมคณะกรรมการใหญ่ หลังคณะกรรมการย่อยสรุปมา ซึ่งขณะนี้ได้เร่งหาผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งระบบดิน น้ำ และป่าไม้ รวมทั้งหน่วยงานจากภาครัฐให้ครอบคลุมอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติงาน หากได้รายชื่อคณะกรรมการครบถ้วน ก็สามารถแต่งตั้งได้ทันที พร้อมกับวางแนวทางและอำนาจหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ด้าน นายศิริพงษ์ นำภา ป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ร่างคำสั่งเบื้องต้นของคณะกรรมการระดับจังหวัดที่จะตั้งขึ้น อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ 1.ในเรื่องของการศึกษาข้อเท็จจริงข้อกฎหมาย เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนะแนวทางการดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ การฟื้นฟูสภาพป่าจากกรณีก่อสร้างบ้านพักตุลาการ 2.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติงานตามความจำเป็น 3.เชิญผู้แทนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริงและจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตามความจำเป็น 4.เสนอแนะและจัดทำแผนดำเนินการในส่วนของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่และฟื้นฟูสภาพ ต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป 5.ปฏิบัติงานอื่นๆ ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
สำหรับ ในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.00 น. จะเริ่มการเข้าไปปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูป่าดอยสุเทพ โดยใช้ชื่อว่า “โครงการปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าดอยสุเทพ เนื่องในวันต้นไม้ประจำปีของชาติ” ซึ่งจะมีการปลูกต้นไม้ใหญ่ จำนวน 35 ต้น สลับกับหญ้าแฝก พร้อมปลูกต้นไม้รอบๆ พื้นดินที่ไม่อยู่ในเขตอาคารบนพื้นที่ 23 ไร่ จำนวน 300 กล้า เบื้องต้นได้ประสานเชิญ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางมาเป็นประธานในพิธี โดยคาดว่าจะมีประชาชนและหน่วยงานเข้าร่วมกว่า 2,000 คน
ขณะที่ นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่อยากได้หลังมีการตั้งคณะกรรมการ คือสัญญาและแบบแปลนการก่อสร้าง เพราะเป็นห่วงเรื่องระบบโครงสร้าง รวมไปถึงเรื่องของมิติทางจารีต ประเพณี และความรู้สึกของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากคุณค่าทางจิตใจ คงจะอ้างข้อกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ พร้อมกันนี้ ขอเชิญชวนประชาชนชาวเชียงใหม่ ไปร่วมกันปลูกป่าและทำฝายด้านบนเหนือลำห้วย ในวันที่ 27 พฤษภาคม นี้







ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ตรวจสอบพบใบขับขี่ปลอมโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่เชียงใหม่



ผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ตรวจสอบพบใบขับขี่ปลอมโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน หลังจากที่ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการตรวจพบว่าได้มีใบขับขี่ปลอม แพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยจากการตรวจสอบพบว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจพบเป็นจำนวนมาก และจากข้อมูลยังพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพจะรับทำใบขับขี่ปลอมให้กับคนไทยในราคาใบละ2,000-5,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนจะมีการจำหน่ายในราคา ใบละ 20,000 บาท สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติเป็นอย่างมาก

ที่ห้องประชุมชั้น 2 สำนักงานขนส่งเชียงใหม่ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พลเอกวิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย นายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน จังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขนส่งเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการมิจฉาชีพปลอมใบอนุญาติขับขี่ปลอมหลอกขายให้กับประชาชนของไทยและนักท่องเที่ยวชาวจีน โดยในเบื้องต้นทางสำนักงานขนส่งได้มีการเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในการสอบเพื่อขออนุญาตใบขับขี่ ส่วนในเรื่องของปัญหาการปลอมแปลงใบขับขี่นั้น ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบและดำเนินการฝนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
อย่างไรก็ตามได้หารือว่ากทำให้ลดปัญหาการซื้อใบขับขี่ปลอมจากกลุ่มมิจฉาชีพลงไปได้ หากมีการรับรองระหว่างทางการไทยและจีนของใบอนุญาติขับขี่รถของสองประเทศถึงความร่วมมือใช้ใบอนุญาติขับขี่รถหว่างไทยและจีน ทำให้กระบวนการของใบอนุญาติขับขี่ดีขึ้น พร้อมให้มีการจัดทำหลักสูตรการสอบใบขับขี่ของชาว
ต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ควรจะเสริมจัดหาอาสาสมัครล่ามภาษาจีนเข้ามาช่ววยเหลือในการมาขอสอบใบอนุญาติขับขี่ของไทย 
นายเหริน ยี่เซิง กงสุลใหญ่สถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ประเทศจีนการทำใบขับขี่ถือว่าทำยาก และต้องเก่งจริงๆรัฐบาลจีนจึงจะออกใบขับขี่ให้ ดังนั้นการที่นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย และจ.เชียงใหม่ในช่วง 2 ปี มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวมาเที่ยว จ.เชียงใหม่ปีละ 2 ล้านคน และในปีต่อไปคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นอีก 5 แสนคน และยังเชื่อมั่นอีกว่าทุกๆปีนักท่องเที่ยวชาวจีนจะเพิ่มปีละ 5 แสนคนต่อเนื่อง ดังนั้นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวให้ประชาชนจีนได้รับทราบถึงการท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้นรัฐบาลจีนได้ทำอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประชาสัมพันธ์การเข้ามาใช้บริการต่างๆในประเทศไทย และรวมถึงการใช้บริการรถเช่าชนิดต่างๆก็บอกเตือนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แจกแผ่นพับตามสถานที่สำคัญต่างๆและที่สนามบินต่างๆทั่วประเทศจีนด้วย และผลการสำรวจนักท่องเที่ยวจีนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบว่า นักท่องเที่ยวจีนประสบอุบัติเหตุในประเทศไทยลดลงตามลำดับถือว่าน่าประทับใจ แต่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งตนในฐานะรัฐบาลจีน ขอเสนอให้ทำ MOU ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนในการใช้มาตราฐานเดียวกันในการออกใบอนุญาติขับขี่ และใช้มาตราการจับกุมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันนั้นจะได้หรือไม่ ขอให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศหารือและทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อสรุปต่อไป
นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ขนส่งเชียงใหม่ ได้มีการตรวจพบประชาชนในพื้นที่เชียงใหม่ บางรายได้มีการนำใบขับขี่ปลอม มาทำการต่อใบอนุญาตขับขี่ที่สถานีขนส่ง โดยล่าสุดได้มีการตรวจพบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีน ตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบจับกุมแก๊งค์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อยากฝากเตือนไปยังประชาชน ไม่ควรจะทำการว่าจ้างกลุ่มมิจฉาชีพในการทำใบขับขี่ ซึ่งถ้าหากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ ท่านจะมีความผิดในฐานเจตนาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ