<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 13 สค.59 )....พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักรวมทั้งฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 2 วา ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 ส.ค.ไว้ด้วย ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ ..........>>>>

Amazing Chiangmai เที่ยวผาสิงห์เหลียวปรากฏการณ์เสาหินธรรมชาติ


เที่ยวผาสิงห์เหลียวชมวิวด้านบนของเสาดินธรรมชาติสูงที่สุดในประเทศไทยที่บ้านตาล ตำบลบ้านตาล อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติการทรุดตัวของผืนดินจนกลายเป็นรอยชั้นของหินสลับและแท่งดินลักษณะคล้ายเสาหิน คล้ายกับแพะเมืองผีจังหวัดแพร่ ด้านบนสุดมีหินรูปร่างคล้ายสิงห์กำลังเหลียวอยู่ และบางจุดมีรูปร่างคล้ายกับกำแพงโรมัน 

โดยผาสิงห์เหลียวตั้งอยู่บ้านตาลเหนือ บ้านตาล อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะเป็นเสาดินแข็งที่มีหมวกหลากหลายรูปทรงที่ตั้งตระหง่านอยู่อย่างโดดเด่น มองเห็นอย่างชัดเจน มีรูปร่างด่านบนสุดคล้ายสิงห์กำลังเหลียวอยู่ ผาสิงห์เหลียว เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติทางธรณีวิทยาโดยมีการทรุดตัวของแผ่นดิน จนเกิดเป็นรอยชั้นของหินสลับกันสวยงามมาก มีตำนานกล่าวว่าแม้กระทั่งพญาราชสีห์ยังต้องเหลียวมองความสวยงามของผาแห่งนี้ ผาสิงห์เหลียว เป็นเสาดินที่สูงที่สุดในประเทศไทยมีความสูงถึง 50 เมตรกินพื้นที่บริเวณกว้างเกือบๆ 100 ไร่ เสาดินที่ผาสิงห์เหลียวนั้นจะเป็นแบบเดียวกับที่แพะเมืองผี คือ เป็นดินลูกรัง เสาถูกยึดด้วยเนื้อดินเหนียวลูกรังปนกรวดหิน เสาดินที่ผาสิงห์เหลียวนั้น มีหลากหลายรูปร่าง รูปทรง ทำให้จินตนาการไปได้มากมาย ทั้งที่คล้ายกับกำแพงโรมัน ที่สูงร่วม 30 เมตร หรือเสาดินที่สูงที่สุดในประเทศ ทำเล ที่ตั้งที่รายล้อมไปด้วยผืนป่าเต็งรัง จึงทำให้สวนเสาหินแห่งนี้ ดูดีกว่าที่อื่นสามารถมองหน้าผาแห่งนี้จากมุมสูงได้และช่วงฤดูฝนใบไม้สีสดทำให้สีของหน้าผาที่ตั้งตระหง่านตัดกับสีของใบไม้ที่ปกคลุมป่าผืนนี้อย่างชัดเจน ถ้าหากเป็นช่วงป่าเต็งรังเปลี่ยนสีราวเดือนมกราคมก็จะเห็นป่าเปลี่ยนสีและเสาดินสวยงามไปอีกแบบหนึ่งด้วย


สำหรับการเดินทางไปผาสิงห์เหลียวเริ่มต้นจากอำเภอฮอด ใช้ถนนสายฮอด-ดอยเต่า หรือทางหลวงหมายเลข 1103 มุ่งหน้ามาทาง อำเภอดอยเต่าระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านตาล เข้าไปจนถึงบ้านตาลใต้ เลี้ยวซ้ายตรงทางแยก ผาสิงห์เหลียวอยู่ห่างหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะถึงผาสิงห์เหลียวหลังจากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถเดินลงตามบันไดไปถ่ายรูปที่บริเวณระเบียงด้านล่างซึ่งเป็นจุดที่มองขึ้นไปบนหน้าผาจะเห็นหินที่มีรูปร่างคลายสิงห์เหลียวชัดเจนที่สุด นอกจากนี้หากต้องการถ่ายรูปผาสิงห์เหลียวระยะไกล ก็มีทางเท้าให้เดินไปทางทิศเหนือจะเห็นผาสิงเหลียวอีกรูปหนึ่งคลายกำแพงโรมันอย่างชัดเจน 

ทีมข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน







สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง



สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์

15 สิงหาคม 2559
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง

จากกรณี ของ เฮลิคอปเตอร์ รุ่น UH-72 หรือ ลาโกต้า ซึ่งมี พล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 4 พร้อมผู้ติดตาม อีก 4 ท่าน ได้หายไปจากจอเรดาห์และขาดการติดต่อเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ของวันที่ 14 สค.59 ที่ผ่านมา ภายหลังกลับจากภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ อ.ป้างมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน
ล่าสุด ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ผบ.มทบ.33 เมื่อเวลา15.00 น.  ว่าได้พบผู้เสียชีวิต ทั้ง 5 ท่านแล้ว 
นับว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรอันทรงคุณค่าของกองทัพฯและประเทศชาติ
สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวผู้ที่เสียชีวิตทุกท่านมา ณที่นี้

กมล เครือนิล
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์  
เชียงใหม่แชนแนล - " ที่นี่....เชียงใหม่ " - Lanna Daily - Ha-Station

ฮ. ผบ.พล ร.4 กกล.นเรศวร หายจากจอเรด้าร์หลังบินขึ้นจากแม่ฮ่องสอน ทุกฝ่ายเร่งออกค้นหาขณะนี้ยังไร้วี่แวว


ด่วน !!!! ฮ. ผบ.พล ร.4 กกล.นเรศวร พล.ต. นพพร เรืองจันทร์ ยกตัวจากแม่ฮ่องสอนหลังช่วยน้ำป่า ขาดการติดต่อทางวิทยุ ทุกฝ่ายเร้งค้นหา กระแสข่าวยังสับสน ล่าสุดยังไม่พบ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 14 ส.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการเกิดเหตุการณ์จากกรณีพล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล แม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ รุ่น UH-72 หรือ ลาโกต้า ซึ่งมีพล.ต.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บัญชาการกองพลทหาราบที่ 4 ภายหลังกลับจากภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ดอยอินทนนท์ ที่อ.ป้างมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และกำลังมุ่งหน้ากลับมายัง จ.พิษณุโลก แต่ทางสถานีเรดาร์กองทัพอากาศ ดอยอินทนนท์ ตรวจพบว่า เฮลิคอปเตอร์ได้หายไปจากจอเรดาห์และขาดการติดต่อเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ที่ผ่านมา โดยมีผู้โดยสารทั้งหมด 5 คน เป็นนักบิน 2 คน ช่างเครื่อง 2 คน และผู้โดยสาร 1 คน ขณะนี้ทางหน่วยเฉพาะกิจกรรมทหารพรานที่ 36 ได้จัดกำลังค้นหาเป็นการเร่งด่วน  
ล่าสุดนายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่ทั้ง 18 หน่วยของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ พร้อมขยายกำลังกองพลทหารราบที่ 7 พร้อมด้วยกรมทหารพรานที่ 36 ราว 500 นาย ได้ดำเนินการออกลาดตระเวนภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ บริเวณพิกัด อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซึ่งคาดว่าเป็นจุดที่เฮลิคอปเตอร์ลงจอดฉุกเฉิน โดยจากการลงพื้นที่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา 3 จุดหลักได้แก่ บริเวณบ้านแม่ว้า , บ้านแม่หนิง และบ้านแม่มะลอ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ไม่ได้รับรายงานจากชาวบ้าน แต่จากรายงานพบว่า ชาวบ้านที่แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พบเห็นเฮลิคอปเตอร์บินส่ายไปมาและเป็นจุดสุดท้ายที่พบเจอ ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์จะยกตัวบินขึ้นสูงเพื่อหนีสภาพอากาศปิด อีกทั้งพิกัดที่เฮลิคอปเตอร์หายอยู่บริเวณบ้านแม่นาจร และแม่นาจร  
ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการกำลังวางแผนเพื่อระบุพิกัดให้แน่นอนชัด  ก่อนจะบีบพื้นที่การค้นหาให้เล็กลง ส่วนเรื่องที่พิกัดที่แน่ชัดของจุดที่เฮลิคอปเตอร์หายไปนั้น ยังไม่สามารถระบุได้แน่นอน ประกอบกับคืนนี้จะมีการตั้งวอล์ลูมที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สำหรับระดมทีมเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าของอุทยานเพื่อเป็นฐานหลักสำหรับการประสานงานด้านการค้นหาเฮลิคอปเตอร์ต่อไป 
ขณะที่ข่าวลือที่ว่ามีการพบเฮลิคอปเตอร์บริเวณห้วยป่าคา ต.ยั้งเมิน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่นั้น  นายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กล่าวต่อไปว่า คาดว่าจะเป็นเฮลิคอปเตอร์ค้นหาของทางกองทัพอากาศที่ออกค้นหาในช่วงเวลาประมาณ 11.00 – 12.00 น. ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์คนละรุ่นกับที่หายไป
ขอบคุณแหล่งที่มาของภาพ และข้อมูลข่าว
ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน










รอง ผอ.กอ.รมน.เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ปลูกป่าต้นน้ำแม่แวน บ้านขุแจ๋ หมู่ 8 ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ จำนวน 23,200 ต้น พื้นที่ 116 ไร่ ปีนี้ตั้งเป้าถึง 300,000 ต้น


รอง ผอ.กอ.รมน.เชียงใหม่-เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ปลูกป่าต้นน้ำแม่แวน บ้านขุแจ๋ หมู่ 8 ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ จำนวน 23,200 ต้น พื้นที่ 116 ไร่ ปีนี้ตั้งเป้าถึง 300,000 ต้น

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 ส.ค.บริเวณป่าต้นน้ำแม่แวน บ้านขุนแจ๋ หมู่ 8 ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พล.ต.กรีพล อุทิตสาร รอง ผอ.กอ.รมน.จ.เชียงใหม่ พร้อมนายศราวุธ ไทยเจริญ นายอำเภอพร้าว และนายกมลไชย คชชา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ และนายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา ร่วมกับชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชนชาวเขาเผ่าลีซอ ร่วมทำกิจกรรมปลูกป่าตามโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559
ชาวบ้านได้ต้อนรับโดยการเต้นจะคึ ของชาวไทยภูเขาเผ่าลีซอ บ้านขุนแจ๋ จากนั้นได้ประกอบพิธีเปิดกรวยถวายสักการะโดย พล.ต.กรีพล อุทิตสาร รอง ผอ.กอ.รมน.จว.เชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกรวย จากนั้นนำกล่าวคำถวายพระพรเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 84 พรรษา 12 สิงคมคม 2559 ร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา
นายกมลไชย คชชา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ กล่าวว่า อดีตพื้นที่ป่าบ้านขุนแจ๋แห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นภูเขา ปกคลุมด้วยป่าไม้ตามธรรมชาติเพื่อป้องกันน้ำกัดเซาะหน้าดิน แต่ปัจจุบันป่าต้นน้ำเกิดเสื่อมโทรมเนื่องจากมีผู้บุกรุกทำลายป่าจากคนต่างถิ่นเข้ามาครอบครองพื้นที่ป่าทำไร่เผาป่าล่าสัตว์ และเกิดไฟป่าซ้ำซากทุกปีทำให้ป่าถูกทำลายไปมากรวมทั้งหน้าดินก็เกิดการกัดเซาะของน้ำป่าจนเป็นเขาหัวโล้นมาจนถึงทุกวันนี้ 
"วันนี้ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ อุทยานแห่งชาติศรีล้านนา ร่วมกับกองอำนวยรักษาความมั่นคงภายใน จ.เชียงใหม่ อ.พร้าว ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอพร้าว อบต.แม่แวน ประชาชนบ้านขุนแจ๋ และมูลนิธิอิออนประเทศไทยที่ส่งเสริมสนับสนุนการปลูกป่าติดต่อกันมานานถึง 5 ปีแล้วในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีล้านนา ถือว่าเป็นการทำงานในรูปแบบประชารัฐทุกภาคส่วนร่วมมือกันปลูกป่าครั้งนี้จำนวน 23,200 ต้น พันธุ์ได้แก่ไม้ประดูส้ม ส้นสามใบ และมะขามป้อม เป็นต้น ในพื้นที่ 116 ไร่ บริเวณป่าต้นน้ำแม่แวน บ้านขุนแจ๋ หมู่ 8 ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ และภาคเอกชนเองโดยมูลนิธิอิออนประเทศไทย ยังจะดำเนินการปลูกป่าในพื้นที่อื่นๆให้ครบจำนวน 300,000 ต้นภายในปี พ.ศ.2559 อีกด้วย" นายกมลไชย คชชา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ กล่าว
ทางภาคเอกชนผู้สนับสนุนการปลูกป่าได้มอบคอมพิวเตอร์ และเครื่องทำน้ำเย็น ให้กับโรงเรียนบ้านขุนแจ๋ และมอบเงินงบประมาณในการส่งเสริมการปลูกป่าครั้งนี้ให้กับนายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา จากนั้น พล.ต.กรีพล อุทิตสาร รอง ผอ.กอ.รมน.จ.เชียงใหม่ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้แทนมูลนิธิอิออน ประเทศไทย
ต่อมา พล.ต.กรีพล อุทิตสาร รอง ผอ.กอ.รมน.จ.เชียงใหม่ นำข้าราชการ และกำนันผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งประชาชนและมูลนิธิอิออนประเทศไทยร่วมกันปลูป่าในพื้นที่ดังกล่าว เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปี 9 มิถุนายน 2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








รองผบ.ตร.เดือดจนท.สถานปฏิบัติธรรม สวนพนาวัฒน์ ยื้อไม่ให้เข้าตรวจ


รอง ผบ.ตร.เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่า พบ พื้นที่สถานปฏบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และ“ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้าง หรือ เผาป่าฯ”ก่อนเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระทำผิดจริง สั่งเพิกถอนพื้นที่โดยเร็ว อีกทั้งพบมีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณด้านหน้าสถานปฏิบัติธรรม  ด้านการบุกรุกพื้นที่ชาวบ้านเร่งเจ้าหน้าที่นำหลักฐานเข้าแจ้งความดเนินคดีตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สวนพนาวัฒน์ยื้อไม่ให้เข้าตรวจก่อน รอง.ผบ.ตร.เดือดใช้อำนาจบังคับใช้ตามกฎหมายเะร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้น
เวลา 10 .00 น. (วันที่11ส.ค.)ที่เทศบาลตำบลบ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ปหยัชว์บุญศรี รองผบชภ5 พล.ต.ต.พงสักก์ เชื้อสมบูรณ์. รองผบช.ภ.5  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเดินทางเข้าพื้นที่ด้วยเครื่องเฮลิคอปเตอร์ เข้าร่วมกันประชุมเปิด ยุทธการทวงคืนผืนป่าในการปราบปรามผู้บุกรุกที่สาธารณะและทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ ม.12ต.บ่อหลวง อ.ฮอดจ.เชียงใหม่ ,อุทยานธรรมแก้วกลางดอยเลขที่321 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่,สถานปฏิบัติธรมมสวนสุขสบายม.13 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่


พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ผอ. กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายในการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น โดยได้มีคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีที่ 324/2558 ลงวันที่ 29 ต.ค.58 กำหนดให้มีการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ที่มีพฤติการณ์เป็นผู้กระทำความผิด 16 มูลฐานความผิด และ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มี.ค.59 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ นั้น


จากการสืบสวน หาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พบว่าในพื้นที่ สถานปฏิบัติธรรม สวนพนาวัฒน์เลขที่ 355 ถ.ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 108 สายฮอด-แม่สะเรียง ม.12 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่มีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง บุกรุกที่สาธารณะและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้เข้าดำเนินการสืบสวน สอบสวน จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการเข้าตรวจพื้นที่ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ชาวบ้านได้รับความเดือร้อนในการบุกรุกที่ดินทำกินของชาวบ้านก่อนจะเดินทางเข้าตรวจพื้นที่ภายในศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ โดยพบว่าได้มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติธรรมขอตรวจสอบหมายศาลในการเข้าตรวจค้นพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปเจรจาอยู่เป็นเวลานานประมาณ5นาทีโดยยืนยันว่าจะให้เพียงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายมนได้เท่านั้นและให้ลงรายชื่อก่อนเข้าไปก่อนที่พล.ต.ต.ศรีวราห์ รองผบ.ตร. ได้ลงจากรถยนต์มาเจรจาด้วยท่าทีค่อนข้างโมโหเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ ไม่ยินยอมให้คณะเข้าไปด้านในก่อนที่จะหยิบหมายศาลแสดงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์อีกครั้งพร้อมทั้งใช้อำนาจหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฏหมายและอำนาจของเจ้าหน้าที่ทหารสั่งทำให้ทำการเปิดประตูเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์จึงยินยอมเปิดประตูให้เข้าไปภายในโดยให้เพียงคณะหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปเท่านั้นและห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในอีกด้วย ทั้งนี้ใช้เวลาเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ประมาณ30นาที่ก่อนจะเดินทางออกมาให้สัมภาษณ์
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้มาดูพื้นที่ของสถานปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ตามที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบและร้องทุกข์มา ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วนที่บุกรุกป่า พ.ศ.2484 กับป่าสงวน 07 โดยจากการตรวจสอบพบความผิดปกติตามที่กรมป่าไม้ได้ร้องทุกข์จริง อีกทั้งพบว่าบริเวณด้านหน้าของสถานปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ได้บุกรุกเขตป่าสงวนอีก ส่วนที่ทางส่วนพนาวัตรได้ติดตั้งป้าย รวมถึงเขตพื้นที่ทางหลวง ซึ่งก็ได้สั่งให้ดำเนินคดีเพิ่มเติม และส่วนที่จะดำเนินการต่อไปนอกจากส่วนที่บุกรุกแล้ว จะให้ตรวจสสอบการออกเอกสารสิทธิ์ จำนวน 478 ไร่ ในเบื้องต้นดูแล้วพบว่าเป็นเขตภูเขาสูง เป็นเขตป่าต้นน้ำ ปกติแล้วจะออกใบจองโฉนดไม่ได้ 





จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังทราบต่อมาว่า คนที่มีชื่อในใบจองครั้งแรก พบว่า ฐานะไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน เพราะที่ดินตามภูเขา จะออกใบจองได้เฉพาะผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินเท่านั้น และพบว่า การออกใบจองที่ดินดังกล่าว เป็นไปด้วยความไม่ชอบธรรม และทางสวนพนาวัฒน์ก็มาซื้อต่อที่ดินจากคนแรก ซึ่งได้ที่ดินมาด้วยความไม่ชอบทำโดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการเพิกถอนพื้นที่โดยเร็วและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในส่วนของการบุรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้านบ่อพระแวนพบว่ามีการบุกลุกพื้นที่ลำเหมืองของพื้นที่ป่าสงวนโดยขั้นตอนหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้ต้องนำหลักฐานเข้าไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป