<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 13 พย. 61 )...พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีปริมาณฝนลดลง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14-16 พฤศจิกายน 2561 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณเกาะบอร์เนียวจะเคลื่อนผ่านประเทศมาเลเซีย ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ........................>>>>

รองพ่อเมืองเชียงใหม่ “รองคมสัน” เปิดอาคารไทยนิยม ยั่งยืน บ้านดอนปิน



“รองคมสัน” เปิดอาคารไทยนิยม ยั่งยืน บ้านดอนปิน ผลสำเร็จของการบูรณาการทุกภาคส่วนในหมู่บ้าน งบก่อสร้างทะลุ 5 แสนระดมได้สร้างเสร็จตามกรอบเวลา รองพ่อเมืองแนะให้ดันวัดต้นปินเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้เพิ่มให้หมู่บ้าน

ที่วัดต้นปิน หมู่ที่ 5 แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดอาคารดอนปิน-วัดรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ (อาคารไทยนิยม-ยั่งยืน) และอาคารดอนปิน-นิวคอนเซ็ปร่วมใจ โดยมี นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ นายพิรุณ พลฤทธิ์ กำนันตำบลแม่เหียะ นางอำพร ธนากูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้านและประชาคมบ้านดอนปิน ผู้บริหารและสมาชิกสภา ทม.แม่เหียะ กลุ่มพัฒนาสตรีตำบลแม่เหียะ และประชาชนตำบลแม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ


นางอำพร ธนากูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ว่า อาคารดอนปิน-วัดรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ (อาคารไทยนิยม-ยั่งยืน) เป็นอาคารที่ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดให้ทุกหมู่บ้านได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตาม “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” หรือโครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาท โดยให้ทุกหมู่บ้านจัดทำโครงการที่เป็นความต้องการของประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งประชาคมหมู่บ้าน บ้านดอนปิน หมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ มีมติเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2561 ให้ดำเนินโครงการชื่อ โครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ บ้านดอนปิน พร้อมกับร่วมกันคิดรูปแบบอาคาร โดยให้เป็นอาคารแบบเปิดโล่งไม่มีเสากลาง กองช่าง เทศบาลเมืองแม่เหียะ ได้ทำการออกแบบให้เป็นอาคารขนาดความกว้าง 12.20 เมตร ยาว 12.25 เมตร พร้อมกับประมาณการค่าก่อสร้างเป็นเงินทั้งสิ้น 461,498 บาท

“ฝ่ายปกครองท้องที่ ได้เสนอโครงการและแบบก่อสร้างตามวงเงินค่าก่อสร้างดังกล่าวต่ออำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการพิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินโครงการตามเสนอได้ โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณโครงการไทยนิยม ยั่งยืนฯ จำนวน 200,000 บาท ส่วนที่เหลือให้ใช้เงินจากหมู่บ้านจ่ายสมทบ ระหว่างการก่อสร้างได้มีการปรับปรุงแบบก่อสร้างเปลี่ยนจากพื้นคอนกรีตขัดมันเป็นงานปูกระเบื้องพร้อมกับติดตั้งพัดลมในอาคารวงเงินก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 72,000 บาท โดยได้รับการบริจาคจากราษฎรในหมู่บ้านและจากวัดต้นปิน สรุปค่าก่อสร้างอาคารหลังนี้รวมทั้งสิ้น 522,000 บาท ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างตามโครงการฯ แล้วเสร็จตามเงื่อนเวลาที่โครงการไทยนิยม ยั่งยืน กำหนด” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ กล่าว


นางอำพรฯ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกอาคาร ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังป้ายวัดต้นปิน เดิมเป็นศาลากลางบ้านซึ่งก่อสร้างมานามมาก เสื่อมสภาพไปกาลเวลา โดยเฉพาะโครงสร้างหลังคา ฝ่ายปกครองท้องที่ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่เหียะ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ทำการปรับปรุงให้เป็นอาคารเอนกประสงค์ พร้อมกับจัดสถานที่เป็นที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน การก่อสร้างปรับปรุงไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งใช้เงินมากถึง 253,800 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากภาคเอกชนในหมู่บ้าน

“จะเห็นได้ว่าการดำเนินการทั้งโครงการก่อสร้างและโครงการปรับปรุงอาคารทั้ง 2 อาคาร เกิดจากความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ วัด และประชาชนบ้านดอนปิน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้านชุมชน และเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องการให้เกิดความสามัคคีขึ้นในทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นไป” นางอำพร ธนากูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ กล่าว


ด้านนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ผ่านมาทางกระทรวงมหาดไทย เป็นโครงการที่ต้องขับเคลื่อนประเทศให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน เป็นการร่วมมือกันในการขับเคลื่อนประเทศในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ ตำบล อาศัยความร่วมมือกันของหน่วยงานองค์กรเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความยั่งยืน คงไม่ต้องอธิบายความให้มากเกี่ยวกับโครงการนี้ เพราะว่าพื้นที่นี้ได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักการของโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ได้เป็นอย่างดี ทั้ง 2 อาคาร แม้จะไม่อยู่ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ทั้งหมด แต่ตอบโจทย์การดำเนินโครงการได้เป็นอย่างดี ว่าพื้นที่บ้านดอนปิน หมู่ที่ 5 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ดำเนินการภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน บรรลุถึงหลักการของโครงการได้
“อีกประการที่ได้ย้ำกับประชาคมบ้านดอนปินคือ การที่วัดต้นปินเป็นวัดเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนาน ควรที่หารือร่วมกันในการจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จากสถานที่ตั้งที่ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก ประกอบกับตำบลแม่เหียะใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ทั้งเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและอุทยานหลวงราชพฤกษ์ สามารถสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันได้ก็จะก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้บ้านดอนปินด้วยอีกทาง” นายคมสัน สุวรรณอัมพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าว
นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย หรือจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการผ่านมาทางฝ่ายปกครองท้องที่ ในส่วนของเทศบาลเมืองแม่เหียะจะให้การสนับสนุนช่วยการดำเนินโครงการให้สำเร็จโดยสมบูรณ์ เพราะไม่ว่าจะเป็นโครงการมาจากส่วนไหนหน่วยงานใด ประโยชน์ปลายทางผู้ที่จะได้รับคือประชาชน โครงการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารของบ้านดอนปิน หมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ เป็นตัวอย่างการบูรณาการทั้งภาครัฐ ฝ่ายปกครองท้องที่ วัด ประชาชน และเทศบาล ที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จได้ด้วยดีและอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด




ทต.เชิงดอยสร้างโคมผัดและบัวยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก



 เจ๋งมากขอบอก "คิดไม่ออกบอกลุงคำ" สุดยอดวิศวะนึก นักประดิษฐ์พื้นบ้าน ออกแบบโคมผัดและบัวยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งจะใช้ในงานเทศกาล
โกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ของเทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทำขึ้นจากแบบในซึ่งอยู่ในหัวไม่มีการร่างแบบใช้เวลา 1 เดือนเศษ เน้นสวยงาม ปลอดภัย ระบบน็อคดาวน์ ถอดแยกไปประกอบได้

สำหรับความอลังการในงานเทศกาลโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 3 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 23 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณหนองบัวพระเจ้าหลวง ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทางเทศบาลฯได้สร้างโคมผัดแบบล้านนา พร้อมดอกบัวสีชมพู ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมาสามารถหมุน หุบบานได้ จากฝีมือนักประดิษฐ์พื้นบ้าน จบเพียงชั้นป.4 ของลุงคำ หรือ นายทวี ทะลาบุญ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214 บ้านห้วยบ่อทอง หมู่ที่ 10 ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังเตรียมประกอบทดสอบของโคมผัดและบัวหมุนได้ เพื่อนำไปโชว์ในอีก 1 สัปดาห์ก่อนจะถึงเทศากาลยี่เป็ง ลุงคำ กล่าวว่าตนเองได้รับแนวคิดจากนายเฉลิม สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย เมื่อ 1 เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งอยากให้มีความสวยงาม ใหญ่อลังการ เพื่อโชว์แขกบ้านแขกเมืองที่จะมาเที่ยวในงานโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ และจะต้องหมุนได้ ลอยน้ำได้ก็ใช้เวลาคิดอยู่สักระยะโดยไม่มีแบบแปลนอะไรคิดแบบขึ้นมาเอง จนมาได้โคมผัดขนาดกว้าง  6 เมตร สูง 6.50 เมตร นอกจากการออกแบบต่างๆ ให้สวยงามแล้ว ค้องคงทนและมีความปลอดภัยหากนำไปใช้เพราะต้องใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนโครงสร้างหลักมาจากเหล็ก ก่อนจะทำออกมาจนเกือบแล้วเสร็จ เหลือเพียงการขนย้ายไปประกอบและทดสอบในสถานที่จริง

ส่วนดอกบัวที่เป็นโจทย์ยากเพราะต้องหมุน ลอยน้ำ ปลอดภัย ทนต่อการใช้งานเวลาหมุนตลอดเวลา ก่อนจะคิดขนาดออกมากว้าง 6 เมตร สูงรวมกลีบบัว 2 ชั้น ชั้นบน 16 กลับ และชั้นล่าง 8 กลับ หมุนแล้วจะหุบและบานได้ ต้องรับน้ำหนัก ทนทานลอยน้ำ ที่สำคัญต้องปลอดภัยเพราะใช้กระแสไฟเป็นพลังงานในขับเคลื่อน โดยใช้มอเตอร์สามเฟสที่ทนทานต่อการหมุนอยู่ตลอดเวลา ตั้งรอบการหมุนให้เหมาะสม จนทำให้ตอนนี้เกือบแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพียงนำไปประกอบลงในน้ำเพราะทั้งสองชิ้นนี้สามารถแยกเพื่อให้สะดวกต่อการขนย้าย เรียกว่าเป็นแบบน๊อคดาวน์ ส่วนราคารวมตกที่ 150,000 บาท นี้เป็นเพียงตัวทดลองจากนี้หากมีให้ประดิษฐ์ขึ้นมาจะถูกพัฒนามีราคาแพงกว่านี้ อย่างไรก็ตามลุงจบการศึกษาชั้นป. 4  แต่ชอบการเรียนรู้จดจำการเป็นช่างออกแบบต่างๆ ก็ใช้การฝึกฝนมาตลอด ได้ผลิตอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ มาจนถูกเรียกว่าสถาปนึก วิศวะนึก ชาวบ้านจะบอกว่า คิดอะไรไม่ออกมาบอกลุงคำ ยอมมีคำตอบให้เหมือนโคมผัดและดอกบัว ที่ทำเป็นครั้งแรกโดยขึ้นออกแบบมาเอง

ด้านนายเฉลิม สารแปง กล่าวว่าตัวโคมผัดนี้ เป็นแบบล้านนา ที่จะใช้รูป 12 นักษัตร ตมความเชื่อ แต่เนื่องจาากหนองบัวพระเจ้าหลวงแห่งนี้ มีความทรงต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงเสด็จมา จึงได้ใช้ภาพการเสด็จมาติดไว้ที่โคมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช







นักเรียนชราบาลอายุรวมกันกว่าพันปี ฝึกทำโคมไฟหูกระต่ายหูกระต่ายและผางประทีป



 นักเรียนชราบาลอายุรวมกันกว่าพันปี ฝึกทำโคมไฟหูกระต่ายหูและผางประทีปจากของใช้แล้วเพื่อนำมาใช้ในเทศกาลยี่เป็ง โกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บเป็นปีที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 23 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณหนองบัวพระเจ้าหลวง ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ที่ห้องประชุม นักเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัยเกือบ 300 คน มีอายุรวมกันกว่า 1 พันปี ได้ร่วมกันฝึกทำโคมไฟล้านนาแบบหูกระต่าย  และการทำผางประทีมจากของใช้แล้ว เพื่อนำไปใช้ในงานเทศกาลโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บเป็นปีที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 23 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณหนองบัวพระเจ้าหลวง ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครูผู้สอนซึ่งเป็นสล่า หรือช่างภูมิปัญหาจากนักเรียนชราบาลด้วยกัน ที่มีความรู้การทำโคมไฟเป็นรูป 12 นักษัตร แบบล้านนา ที่ใช้ปักแล้วนำผงประทีปไปไว้ภายใน ซึ่งใช้การทำแบบวัศดุธรรมาติจากไม้ไผ่ กระดาษพร้อมรูป 12 นักษัตร เพื่อใช้จุดในเทศกาลดังกล่าว ซึ่งการทำผางประทีปที่นี่จะใช้กระป๋องน้ำอัดลมหรือวัสดุเหลือใช้แล้วนำใส่และเทียนแบบโบราณหยอดลงไป ซึ่งจะทดทานแล้วสามารถนำเก็บมาใช้ได้ต่อในครั้งต่อไป ซึ่งเป็นการลดต้นทุนของการใช้ผางประทีปแบบดินปั้น ปริมาณของเทียนมีน้อยหากนำมาประยุกตของวัสดุเหลือใช้จากกระป๋องเครื่องดื่มที่จะใช้เวลาใหความสว่างได้นานขึ้น

อย่างไรก็ตมนักเรียนชราบาลได้จัดแบ่งกลุ่มกันทำโคมไฟ และผางประทีปซึ่งเป็นการฝึกเบื้องต้นจำนวน 50 ชุด ก่อนจะไปถ่ายทอดให้กับบรรดาบุตรหลานญาติที่บ้านเรือนให้นำวัสดุที่มีในพื้นที่มาปรับใช้เพื่อใช้จุดในช่วงเทศกาลยี่เป็งที่ใกล้จะมาถึงนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งของการกิจจกรรมให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ ถ่ายทอดภูมิปัญหาแก่คนรุ่นใหม่ นอกจากจะสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมได้อีกด้วย








จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน Chiangmai Flora 2018 ที่ เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต



จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน Chiangmai Flora 2018 ภายใต้แนวคิด "Explore The Magical Fairy Flora ดอกไม้เหนือจินตนาการ" โดยจะนำประติมากรรมดอกไม้นานาชนิดและแสงสีที่ตื่นตา ระหว่างวันที่ 1 – 5 พ.ย. นี้ ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เวลา 17.30 น. ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน "Chiangmai Flora 2018" ภายใต้แนวคิด “Explore The Magical Fairy Flora : ดอกไม้เหนือจินตนาการ” โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ , สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ , มูลนิธิโครงการหลวง , เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี , เชียงใหม่ ซูอควาเรียม , ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ร่วมกันจัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 11 เพื่อช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ

สำหรับ ภายในงานฯ จะได้ชมความสวยงามของประติมากรรมดอกไม้นานาชนิด อาทิ Flower Foyer พรมดอกไม้สีสันสดใสตกแต่งด้วยดอกไม้และวัสดุสร้างสรรค์กว่า 10,000 ชิ้น พร้อมสวนสวยงามใจกลางศูนย์การค้า , Gate of Wonderland ประตูสู่จินตนาการเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยดอกไม้และแสงสีอันตื่นตา , Fairy Ring อุโมงค์ดอกไม้แสนพิศวงกับแหวนดอกไม้กับเทคนิคแปลกตา และตื่นตากับการจัดสวน ในธีม Explore The Magical Fairy Flora จากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และอุทยานหลวงราชพฤกษ์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง จากมูลนิธิโครงการหลวงในราคาพิเศษภายในงานนี้เท่านั้น พร้อมรับแจกกล้าไม้มงคลฟรี ในงาน

ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว รับชมความสวยงามของดอกไม้นานาชนิดในงาน Chiangmai Flora 2018 ระหว่างวันที่ 1 – 5 พฤศจิกายน 2561 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต






หมอวรงค์ปิดหาเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชียงใหม่



หมอวรงค์ ปิดเวทีหาเสียงเลือก หน.ปชป.ที่เชียงใหม่ มั่นใจเสียงตอบรับดี แต่ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ปชป.ก็ยังเป็นทีมและพรรคที่เข้มแข็งมุ่งทำงานให้ ปชช.ไม่มีขัดแย้ง

เชียงใหม่ 28 ต.ค.-ที่โรงแรม Green Lake Resort จังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 2 ได้พบปะกับสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใช้เป็นเวทีปิดการหาเสียงในการลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้า ประชาธิปัตย์ ก่อนจะมีการลงคะแนนเสียงระหว่าง 1 - 5 พ.ย.นี้ โดยมีสมาชิกพรรค และแกนนำในพื้นที่ภาคเหนือ มาร่วมเวทีเป็นจำนวนมาก นายแพทย์วรงค์ได้ประกาศเจตนารมณ์ ที่จะขอเป็นตัวแทนของพรรคในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และมั่นใจในเสียงตอบรับกับนโยบายในการลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกคนก็ยังมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการร่วมมือกันทำงานให้กับประชาชน โดยจะไม่มีเหตุขัดแย้งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผู้สมัครทั้งหมดก็ยังคงเป็นทีมและเป็นพรรคที่เข้มแข็ง ที่มีความมุ่งมั่นจะทำงานให้กับประชาชนต่อไปตามนโยบายที่กำหนด หลังการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแล้วจะมีการหารือของแกนนำทั้งหมดเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคในการรับศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยไม่รู้สึกหนักใจอะไร ส่วนตัวจากที่ได้ลงพื้นที่พบว่า ประชาชนยังมีปัญหาที่ต้องการดูแลและได้รับการแก้ไข สิ่งแรกถ้าหากได้รับโอกาส อยากจะเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น ราคาพืชผลทางการเกษตร ปากท้องของประชาชน ภายใน 3 เดือน เพราะถือเป็นปัญหาสำคัญ ที่เป็นความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

กมล เครือนิล ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ Fast News 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน