<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 23 เมษายน 60 )....ภาคเหนือ...อากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ...............>>>>

สดร. ชี้แจงกรณีวัตถุตกทะลุหลังคาบ้านที่พิษณุโลก เตรียมนำมาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์


รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยวัตถุคล้ายอุกกาบาตตกใส่หลังคาบ้านของชาวบ้านที่จังหวัดพิษณุโลกอาจจะเป็นอุกกาบาตชนิดหินซึ่งพบได้กว่าร้อยละ 90 ของอุกกาบาตที่ตกลงมาถึงพื้นโลก ขณะนี้กำลังประสานขอเศษอุกกาบาตมาทำการตรวจสอบ
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 59 ที่บริเวณสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้จัดแถลงข่าวชี้แจงเบื้องต้นกรณีวัตถุขนาดเล็กตกทะลุหลังคาบ้านในจังหวัดพิษณุโลกเมื่อเช้าวันที่ 27 มิถุนายน 2559 เวลาประมาณ 07.26 น. ซึ่งก่อนหน้านี้ มีผู้ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้นและพบว่ามีการสั่นสะเทือนในหลายพื้นที่ บริเวณอำเภอชาติตระการ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก คาดเบื้องต้นเป็นอุกกาบาตที่ตกมาจากนอกโลก ไม่มีอันตรายใดๆ ย้ำเป็นเหตุการณ์ปกติ ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก


ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า จากหลักฐานภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ มีความเป็นไปได้ว่าวัตถุดังกล่าวจะเป็นอุกกาบาต เนื่องจากลักษณะภายนอกมีสีดำ คล้ายเกิดจากการเผาไหม้ มีขอบโค้งมน ซึ่งเกิดจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศโลก และขณะที่ตกลงมาถึงพื้นวัตถุดังกล่าวยังคงมีความร้อนอยู่ สำหรับภายในของวัตถุดังกล่าวที่มีลักษณะคล้ายหินสีขาว มีความระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสง คล้ายคลึงกับลักษณะโครงสร้างภายในของอุกกาบาตแบบคอนไดรท์ปกติ (Ordinary Chondrites) ซึ่งเป็นอุกกาบาตที่มีการพบมากที่สุด นอกจากนี้ได้ประสานไปยังนักดาราศาสตร์สมัครเล่นในพื้นที่ เข้าไปทดสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของอุกกาบาต พบว่าวัตถุดังกล่าวมีองค์ประกอบที่สามารถดูดติดแม่เหล็กได้ ดังนั้นจึงสันนิษฐานเบื้องต้นได้ว่าเป็นอุกกาบาต


ดร.ศรัณย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ สดร. ได้ติดต่อไปยังผู้ที่พบวัตถุดังกล่าว ขอนำชิ้นส่วนมาตรวจสอบโดยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าวัตถุนี้เป็นอุกกาบาตจริงหรือไม่ นอกจากนี้เท่าที่ทราบข้อมูลพบชิ้นส่วนก้อนเล็กเพียงก้อนเดียว ซึ่งยังรอการพิสูจน์ว่าเป็นส่วนหนึ่งของก้อนใหญ่ที่แตกออกมาหรือไม่ หากประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงพบเห็นวัตถุที่มีลักษณะดังกล่าว สามารถส่งมายัง สดร. เพื่อนำมาตรวจพิสูจน์องค์ประกอบของวัตถุอย่างละเอียดต่อไป เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติ ครั้งล่าสุดเคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 และ 2 พฤศจิกายน 2558 ตามปกติแล้วในแต่ละวันจะมีอุกกาบาตตกลงมาบนพื้นโลกเป็นจำนวนมาก โดยทั่วไปจะเห็นเป็นลักษณะคล้ายดาวตก 
สำหรับโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์อุกกาบาตตกในประเทศไทยนั้น หากคำนวณดูแล้วโอกาสที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยมีเพียง 0.1 % ของพื้นที่โลกทั้งหมด  แต่ทั้งนี้ในแต่ละวันจะมีอุกกาบาตตกลงมาบนพื้นโลกเป็นจำนวนมาก แต่อุกกาบาตส่วนใหญ่จะถูกเผาไหม้หมดในชั้นบรรยากาศ เหลือเพียงบางส่วนเท่านั้นที่จะสามารถตกลงมาถึงพื้นโลกได้ ซึ่งในทางดาราศาสตร์ถือเป็นเรื่องปกติและสามารถอธิบายได้

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน




ดร. ซวง ชัยสุโรจน์ นายกสมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เร่งดำเนินการตามนโยบาย




"ที่นี่....เชียงใหม่"  ดร. ซวง ชัยสุโรจน์ นายกสมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เร่งดำเนินการตามนโยบาย

"เราจะช่วยกันทำให้ศิษย์เก่าทุกๆคณะมีความเข้มแข็ง รักใคร่กลมเกลียว เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ มช. ต้องเจริญในทุกๆด้านเพราะมีทุกๆสมาคมฯของ 20 คณะที่แข็งแรง และโดดเด่นในด้านต่างๆตามสายอาชีพ มาคอยสนับสนุน เราจะทลายกำแพงระหว่างคณะ ไม่มีสีในใจแยกตามคณะอีกต่อไป ทุกดวงใจของชาว มช มีสีเดียวคือสี ม่วง!!! "  

ซวง ชัยสุโรจน์  15 มิถุนายน 2559
ONE TEAM ONE CMU รวมพลังเป็นหนึ่งเดียว เพื่อ มช. เป็นที่หนึ่ง

หลังจากการใช้สิทธิเลือกตั้งนายกสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ผ่านอินเตอร์เน็ต เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนและวันที่ 21 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ต่อมาในเวลา 16.30 น.วันที่ 21 มิถุนายน 2559  คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ปิดระบบและสรุปผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่า หมายเลข 1นายชาลี ตั้งจีรวงษ์ ได้คะแนน 1,836 คะแนน หมายเลข 2 นายโสรีช์ โพธิแก้ว ได้คะแนน 763 คะแนน และหมายเลข 3 นายซวง ชัยสุโรจน์ ได้คะแนน 6,018 คะแนน จึงสรุปผลการการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ นายซวง ชัยสุโรจน์ เป็นนายกสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่สมัยต่อไป โดยคณะกรรรมการการเลือกตั้งได้แจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมทราบในวันที่ 23 มิถุนายน 2559 จากนั้นทางสมาคมจะจัดทำหนังสือแจ้งไปยังนายทะเบียนสมาคม ผ่านทางอำเภอเมืองเชียงใหม่ ให้ดำเนินการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ www.alumni.cmu.ac.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-5394-4632
สำหรับประวัติโดยย่อของว่าที่นายกสมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่คนต่อไป คือ นายซวง ชัยสุโรจน์ รหัสนักศึกษา 176021 อายุ 60 ปี ที่อยู่ปัจจุบัน บ้านเลขที่ 64 ซ.ฉิมพลี 14/2 แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร การทำงาน อาชีพ พนักงานบริษัท ตำแหน่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด คุณวุฒิการศึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดับปริญญาตรี – วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา ปีการศึกษา 2521 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ – วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิศวกรรมโยธา ปี 2558

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

รองผู้ว่า พุฒิพงศ์ ออกรายการ ผู้ว่าพบประชาชนทาง สวท.เชียงใหม่


"ที่นี่....เชียงใหม่" วันนี้ 19 มิย. 59 เวลา 09.00 น. นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ร่วมสนทนาในรายการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชนซึ่งออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 09.00 ถึง 10.00 น. ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ FM ความถี่ 93.25 เมกะเฮิรตซ์และ AM ความถี่ 639 กิโลเฮิรตซ์ โดยมีประเด็นรายการที่น่าสนใจคือมาตรการสร้างความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียน ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้จัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการรถรับส่งนักเรียนในเขตพื้นที่อำเภอเมืองและอำเภอโดยรอบประมาณ 300 ราย เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กรมการขนส่งทางบกได้ประกาศไว้ พร้อมทั้งตรวจสภาพเบื้องต้นของรถรับส่งนักเรียนของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมการประชุมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การป้องกันโรคไข้เลือดออก ที่มักจะมีการระบาดในช่วงฤดูฝน  ประเด็นการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยของจังหวัดเชียงใหม่โดยเฉพาะพื้นที่สูงซึ่งมีโอกาสเกิดน้ำป่าไหลหลากได้  ประเด็นการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชนโดยเป็นมาตรการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายเนื้อหมูในราคาพิเศษกิโลกรัมละ 135 บาท สืบเนื่องจากราคาเนื้อสุกรหน้าฟาร์มมีราคาสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา  จึงทำให้เนื้อหมูในตลาดทั่วไปราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 160 บาท  ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในได้จัดให้มีการจำหน่ายเนื้อหมูราคาพิเศษกิโลกรัมละ 135 บาท  โดยในส่วนจองจังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดใน 2 ตลาด คือตลาดศิริวัฒนา(กาดธานินทร์) กำหนดจำหน่ายทุกร้าน จำนวน 11 ร้าน ในวันพุธที่ 22 มิถุนายน 2559 ตั้งแต่เวลา 12.00 ต้นไปและตลาดแม่เหียะถนนรอบเมืองเชียงใหม่ จำหน่ายทุกร้าน  2 ร้าน  จำหน่ายในวันศุกร์และวันเสาร์ที่ 24 และ 25 มิถุนายน 2559 เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป   นอกจากนี้ยังมีประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจ คือ การแสดงสินค้างานแสดงสินค้าเกษตรภาคเหนือสู่ตลาด AEC ในงาน Lanna Agri Smart  ในงาน Lanna Expo 2016 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2559 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่  และการผ่อนผันการจดทะเบียนของแรงงานซึ่งยังไม่ได้รับใบรับรองแพทย์แต่สามารถนำหลักฐานการเข้านัดตรวจสุขภาพและใบเสร็จค่าประกันสุขภาพมาแสดงก็สามารถใช้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้ภายในเวลาที่กำหนด 

ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน




รมว.ศึกษาขึ้นเหนือยกเครื่องครูหวังเร่งยกระดับนักเรียนพื้นที่สูงให้อ่านออกเขียนได้หลังผลโอเน็ตต่ำกว่าเกณฑ์


รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 อ่านออกเขียนได้

วันนี้ (18 มิ.ย. 59) เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมคุ้มภูคำ จังหวัดเชียงใหม่ พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือ โดยมีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 1-6 เชียงราย เขต 2 แม่ฮ่องสอน เขต 1 และ 2 ตาก เขต 2 และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 34 รวม 11 เขต ประมาณ 600 คนเข้าร่วมประชุม
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากผลการประเมินการอ่านการเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษาที่ผ่านมา มีนักเรียนผ่านการประเมินทั่วประเทศคิดเป็นร้อยละ 96.06 อยู่ในระดับปรับปรุง ร้อยละ 3.94 สำหรับในเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือระดับปรับปรุง ร้อยละ 8.67 รวมทั้งผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีนี้พบว่า ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำ อันดับสุดท้ายของประเทศ สืบเนื่องจากสภาพปัญหาซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกล อยู่บนภูเขาสูง ขาดเรียนบ่อย ฐานะค่อนข้างยากจน อีกทั้งมีความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม จึงได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาเขตพื้นที่สูงจังหวัดชายแดนภาคเหนือขึ้น ระหว่างวันที่ 17-20 มิถุนายน 2559 เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลผลการประเมินการอ่านเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และผล O-NET ในกลุ่มสาระเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา วิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษนำไปสู่การกำหนดแผนงาน โครงการพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นที่ชายแดนภาคเหนือตามนโยบายรัฐบาลว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่อจบ ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้และมีมาตรการประเมินผลเป็นรูปธรรม ตามหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา”

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน












พิธีแห่ "พระบรมธาตุเจ้าเข้าเวียง "





"พระธาตุเจ้าเข้าเวียง" พิธีอัญเชิญพระทักขิณโมลีธาตุ (พระธาตุเจ้าจอมทอง) มาประดิษฐาน ณ มณฑปภายในศาลาจตุรมุข วัดอินทราวาส (วัดต้นเกว๋น) เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยพระธาตุจะแวะพักที่วัดต้นเกว๋นหนึ่งคืน มีพิธีอบรมสมโภช ก่อนจะอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ มลฑลพิธี ลานข่วงอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ 
พระบรมธาตุพระทักขิณโมลีธาตุ (ภาษาบาลี ) หรือ พระบรมธาตุศรีจอมทอง เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่สามารถสักการะและสรงน้ำได้โดยตรงและเห็นองค์พระบรมสารีริกธาตุ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อ.จองทอง มายาวนานกว่า 600 ปี อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีชวด ได้อัญเชิญจากวัดพระธาตุศรีจอมทอง อำเภอจอมทอง มาประดิษฐาน ลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ เพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล 
-คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ พร้อม วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่ เทศบาลตำบลหนองควาย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมขบวนแห่พระบรมธาตุเจ้าเข้าเวียง ซึ่งเป็นการอัญเชิญพระทักขิณโมลีธาตุ (ภาษาบาลี ) หรือ พระบรมธาตุศรีจอมทอง จากวัดพระธาตุศรีจอมทอง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เข้ามายัง ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในวาระครบรอบ 720 ปีเมืองเชียงใหม่ และครบ 550 ปี พร้อมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ 70 ปีและ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนพรรษา 7 รอบ โดยขบวนแห่เริ่มออกจากวัดพระธาตุศรีจอมทอง ไปตามถนนเชียงใหม่ – ฮอด (เส้นทางหมายเลข 108) ไป วัดต้นเกว๋น อำเภอหางดง เพื่อพักร่วมสมโภชตลอดทั้งคืน -ก่อนจะอัญเชิญต่อในช่วงเช้า มายัง มณฑลพิธีชั่วคราว บริเวณข่วงหลวง ใจกลางเมืองเชียงใหม่ หรือ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ จนถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2559 เพื่อให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ และใกล้เคียง ตอลดจนนักท่องเที่ยว กราบไหว้ขอพรและสรงน้ำพระธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคล เจริญรุ่งเรือง แก่ตนเองและครอบครัว พระบรมธาตุศรีจอมทอง ของวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อ.จองทอง จ.เชียงใหม่ ยาวนานกว่า 600 ปี อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีชวด มีความพิเศษกว่าพระธาตุทุกองค์ คือ พระบรมธาตุเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่สามารถสักการะและสรงน้ำได้โดยตรงและเห็นองค์พระบรมสารีริกธาตุได้ ก่อนจะอัญเชิญพระบรมธาตุกลับคืนสู่วัดพระธาตุศรีจอมทอง
ขอบคุณแหล่งที่มาของภาพและข่าว

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

ปธ.ศาลอุธรณ์ภาค 5 แจงก่อสร้างอาคารศาลฯและบ้านพักเป็นพื้นที่ทหารยันรักษาสภาพเดิมมากที่สุด ชี้หากยังวิจารณ์และบิดเบือนอาจจำเป็นต้องพิจารณา


ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชี้แจงข้อเท็จจริงหลังจากโลกโซเชียลได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศเกี่ยวกับพื้นที่การก่อสร้างศาลอุทธรณ์ภาค 5 รวมทั้งหมูบ้านบริเวณเชิงเขาใกล้กับห่วยตึงเฒ่า และกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวางว่ามีการสร้างรุกล้ำเขตอุทยาน เนื่องจากภาพถ่ายมีการแสดงให้เห็นว่าโดยรอบมีพื้นที่ป่าโอบล้อมอย่างเห็นได้ชัดเจน 

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 มิ.ย.59 นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้ออกมาทำการชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินการก่อสร้างดังกล่าวกับทางผู้สื่อข่าวว่า จากการที่ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบริเวณเชิงเขาตามที่ได้มีการเผยแพร่กันไปเป็นวงกว้างในโลกโซเชียลขณะนี้นั้น ขอชี้แจงว่า ภาพถ่ายที่ได้มีการเผยแพร่ไปนั้นเป็นพื้นที่บริเวณงานก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 ที่พักของข้าราชการตุลาการ ข้าราชการศาลยุติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ศาลแรงงานภาค 5 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ศาลแขวงเชียงใหม่ และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มีการดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท พี.เอ็น.เอส.ไซน์ (P.N.S.sing Co.Ltd) โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างพื้นที่ทั้งหมด 900 ล้านบาท



  สืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้ย้ายที่ทำการจากกรุงเทพมหานครมาที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2548 นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้ขอใช้พื้นที่อาคารเพื่อเป็นที่ทำการร่วมกับศาลแขวงเชียงใหม่และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่สี่แยกศาลเด็กถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง แต่ศาลทั้งสองศาลมีปริมาณคดีและมีประชาชนผู้มาติดต่อราชการเป็นจำนวนมาก ทำให้สถานที่คับแคบประชาชนที่เข้ามาติดต่อราชการไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร  ประกอบกับศาลยุติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ไม่มีบ้านพักข้าราชการตุลาการและข้าราชการศาลยุติธรรมที่เพียงพอ



ดังนั้น ทางสำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้ขอใช้ที่ราชพัสดุ ที่อยู่ในความปกครองดูแลของมณฑลทหารบกที่ 33 แปลงหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ 394 / 2500  ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ทะเบียนราชพัสดุเลขที่ ชม.1723 (บางส่วน) เนื้อที่ 147 ไร่ 3 งาน 41 ตารางวา ตั้งแต่ปี 2549 เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บ้านพัก 47 หลัง และอาคารชุด 13 อาคาร แต่เพิ่งได้รับงบประมานในการดำเนินการก่อสร้างปี 2556 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2557 โดยพยายามดำเนินการก่อสร้างให้มีผลกระทบต่อสภาพ พื้นที่เดิมให้น้อยที่สุดซึ่งพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต มีลักษณะเป็นแนวยาวจากถนนเลียบคลองชลประทาน เข้าไปในพื้นที่ซึ่งอยู่ระหว่างศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ กับโครงการหมู่บ้านสวัสดิการทหารบก โดยได้เว้นพื้นที่ 58 ไร่ จากจุดสูงสุดของพื้นที่ที่ ได้รับอนุญาตโดยไม่ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ เพื่อคงสภาพพื้นที่ที่มีต้นไม้อยู่เดิมให้มากที่สุด ทั้งนี้เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 5 ย้ายไปทำการที่อาคารดังกล่าวแล้ว ส่งผลให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการที่ศาลแขวงเชียงใหม่และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ได้รับความสะดวกเพิ่มมากขึ้นอีกทั้งเป็นการลดงบประมาณในการเบิกค่าเช่าบ้านของทางราชการ อีกด้วย ทางศาลอุทธรณ์ภาค 5   จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเพื่อให้ประชาชนรับทราบ

ต่อข้อซักถามของสื่อมวลชนถึงกรณีที่มีการชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว แต่หากยังมีการวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุดหรือก่อให้เกิดความเสียหายอีก ว่า เมื่อมีการชี้แจงมาถึงขนาดนี้แล้วหากยังไม่เข้าใจและยังวิพากษ์วิจารณ์อีกก็ต้องดูข้อความวิจารณ์อีกที แต่ไม่ได้ประสงค์ว่าจะเอาผิดตามพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารหรือละเมิดศาล แต่หากมีการพาดพิงหรือบิดเบือนก็ต้องพิจารณาตามเหตุการณ์ แต่ทางศาลไม่ได้ต้องการทำแบบนั้น

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน





หนุ่มช่างตัดผมร้านดังย่านบ้านท่อถูกแอบอ้างใช้เฟสบุ๊คหลอกยืมเงินเพื่อน


หนุ่มเจ้าของร้านตัดผมเชียงใหม่ แจ้งตำรวจตามล่าตัวมิจฉาชีพแฮ็กเฟซบุ๊ก หลอกยืมเงินคนอื่น โชคดีขอยืมเงินเพื่อนในเฟสบุ๊คที่เป็นเพื่อนบ้านด้วย จนความแตกก่อนตกเป็นเหยื่อ ตรวจสอบเบื้องต้นพบคนร้ายเป็นหนุ่มใหญ่อยู่ภาคอีสาน

โดยเหยื่อมิจฉาชีพคนดังกล่าวคือนายพิชัย ครองจริง อายุ 39 ปี เจ้าของร้านตัดผม หนุ่ยบาร์เบอร์ ย่านชุมชนบ้านท่อ ตำบลป่าตัน อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งถูกแก๊งมิจฉาชีพแฮ็กเฟซบุ๊ก แอบอ้างชื่อหลอกยืมเงินเพื่อนในเฟสบุ๊ค ที่เป็นเพื่อนบ้านด้วย ขอให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร แต่โชคดีที่เพื่อนที่ถูกหลอกยืมเงิน เกิดความสงสัยขึ้น ทั้งที่บ้านอยู่ใกล้กัน และกำลังจะไปตัดผมพอดี จึงเข้าไปสอบถามที่ร้านตัดผม จึงรู้ความจริงว่า ถูกแก๊งมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อ และเมื่อเช็คเบอร์โทรศัพท์ ทราบว่า มิจฉาชีพที่แฮ็กเฟซบุ๊ก แอบอ้างชื่อตนไปยืมเงินนั้น เป็นหนุ่มใหญ่ มีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคอีสาน แต่เมื่อถูกจับได้ จึงได้ปิดเฟซบุ๊กหนี
นายพิชัย บอกว่า หลังรู้เรื่อง และตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ตนได้ไปแจ้งความ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สถานีตำรวจภูธรช้างเผือกเชียงใหม่ เพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามมิจฉาชีพรายนี้มาดำเนินคดีแล้ว เพราะว่าน่าจะก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง ทั้งนี้ อยากฝากเตือนไปยังเพื่อนๆ หรือประชาชนที่เล่นเฟซบุ๊กด้วยว่า ไม่ควรใช้เบอร์โทรศัพท์เป็นพาสเวิร์ด ควรจะใช้พาสเวิร์ดที่ยากๆ ซึ่งคนร้ายจะเดาได้ยาก เป็นการป้องกันในเบื้องต้น 
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามีชาวเชียงใหม่ถูกแก๊งมิจฉาชีพ แฮ็กเฟซบุ๊กหลายรายหนึ่งในนั้นเป็นของของนางดวงมาลย์ ศรีกิจวิไลกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 โดยหลอกยืมเงินภรรยารองอธิบดีท่านหนึ่ง จนสูญเงินไปกว่า 7 พันบาท 

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน