<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 3 ธันวาคม 60 )....ภาคเหนืออากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ....................>>>>

หลินปิงทายบอลยูโร

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 27 มิ.ย. 55 ที่ส่วนจัดแสดงหมีแพนด้า หลินปิง ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงหมีแพนด้า ในสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม "3 ปี 1 เดือน หลินปิง ร่วมทายผลฟุตบอลยูโร 2012" เพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยรางวัลโซนยุโรป และเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจและผู้ที่ชื่นชอบครอบครัวแพนด้า ได้ร่วมกิจกรรมสนุกสนานไปพร้อมกัน 
นายประเสริฐศักดิ์ เปิดเผยว่า  สำหรับกิจกรรมที่ให้หลินปิงเลือกทีมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 ครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างสีสันในช่วงฟุตบอลโลกโดยทางเจ้าหน้าที่ได้นำธงชาติของ 4 ทีมสุดท้ายคือ เยอรมัน อิตาลี สเปน และโปรตุเกส มาติดไว้ในส่วนจัดแสดง และที่ด้านล่างของธงจะแอปเปิ้ลและลูกฟุตบอลติดอยู่ โดยตั้งใจให้หลินปิงเข้ามาเลือกว่าทีมใดจะเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศในการแข่งขัน ซึ่งคู่ระหว่างเยอรมัน กับอิตาลี นั้นหลินปิงได้เดินเข้ามาและคว้าลูกบอลของทีมเยอรมันก่อน จากนั้นก็ได้ปีนขึ้นไปบนธงแล้วกระชากธงเพื่อเป็นการตอกย้ำของเยอรมันอีก  จากนั้นหลินปิงได้ปีนขึ้นไปเลือกธงของคู่สเปน และโปรตุเกส ปรากฏว่า หลินปิงก็ไปคว้าเอาลูกบอลของทีมชาติสเปนก่อน พร้อมกับมีการกระชากธงของทีมชาติสเปนไปมาอย่างแรง ก่อนจะหันไปที่ทีมโปรตุเกส และก็ไปทำกินแอปเปิ้ลของทีมชาติโปรตุเกสและเล่นกับธงเช่นกันเดียวกัน เป็นสิ่งที่แน่ชัดแล้วว่าคู่ชิงในครั้งนี้ หลินปิงเลือกเยอรมัน กับสเปน ให้เป็นทีมที่จะเข้าไปสู่รอบชิง สำหรับความแม่นยำที่หลินปิงมีการทายผลบอลนั้น เมื่อสองปีที่ผ่านมา หลินปิงก็เลือกฟุตบอลโลกชนะด้วย โดยการเลือกทีมชาติสเปน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเลือกที่แม่นพอสมควร ซึ่งการเลือกในวันนี้หากผลการเลือกถูกทั้งสองคู่ ก็จะมีการจัดให้หลินปิงทำกิจกรรมเลือกทีมที่จะชนะอีกครั้งก่อนวันที่ 1 ก.ค. 55 ที่จะเริ่มการแข่งขัน





ปชส.เชียงใหม่ จัดสัมมนาเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัย

 สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดสัมมนา การเตรียมรับสถานการณ์สาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ การป้องกันและการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและเพื่อลดความสูญเสียจากสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น
 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2555 เวลา 10.00 น. ณ โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่ นายชูโชค ทองตาล่วง ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการสัมมนาการเตรียมรับสถานการณ์สาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ การป้องกันและการช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและเพื่อลดความสูญเสียจากสาธารณภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเชิญวิทยากรจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมาให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาซึ่งเป็นผู้นำชุมชนในพื้นที่เทศบาลนครเชียงใหม่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน อาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และสื่อมวลชนรวม 60 คน ประกอบด้วย นายคมสัน สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็น การป้องกันสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่นายประหยัด อนันต์ประดิษฐ์ หัวหน้ากลุ่มงานสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็น การป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าของจังหวัดเชียงใหม่นายวิจัย ขจรปรีดานนท์ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็น มาตรการป้องกันอาคารถล่มอันเนื่องจากภัยแผ่นดินไหวพ.ท.ศุปกรณ์ เรือนสติ ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ประเด็น บทบาทของทหารในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบสาธารณภัยโดยสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ ได้ถ่ายทอดเสียงให้ประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ได้รับฟังทางระบบ เอฟ.เอ็ม. ความถี่ 93.25 MHzด้วย



      ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้เกิดสาธารณภัยที่นำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมหาศาล อาทิ อุทกภัย ภัยแล้ง วาตภัย ตลอดจนภัยอื่น ๆ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ส่งผลกระทบอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยการหามาตรการช่วยเหลือและฟื้นฟูให้กลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างเร่งด่วน เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ประชาชน โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ในฐานะหน่วยงานด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐ ได้ให้ความสำคัญในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารการรณรงค์ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและมาตรการป้องกันให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดสาธารณภัยต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้เล็งเห็นความสำคัญต่อการเฝ้าระวังภัย การเตรียมการับมือในกรณีเกิดสาธารณภัยต่าง ๆ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้เล็งเห็นความสำคัญต่อการเฝ้าระวังภัย การเตรียมการรับมือในกรณีเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติและวิธีการฟื้นฟูหลังเกิดภัย โดยใช้ช่องทางการประชาสัมพันธ์ที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางเพื่อลดความสูญเสียจากสาธารณภัยให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงได้กำหนดจัดสัมมนาประเด็น การเตรียมรับสถานการณ์สาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ การป้องกันและการช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบขึ้น เพื่อพัฒนาและขยายเครือข่ายการรณรงค์ป้องกันสาธารณภัยและภาวะวิกฤติจังหวัดเชียงใหม่ โดยคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้นำข้อมูลที่ได้รับไปขยายผลแก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ภาพข่าวจากทีมข่าว Pic For Press โดย กมล เครือนิล และ เล็กช้างพลาย
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

ผู้ว่าฯตรวจราคาสินค้า กาดประตูเชียงใหม่

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตรวจติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าในตลาดประตูเชียงใหม่ พบว่า ราคาสินค้าส่วนใหญ่ ยังคงทรงตัว พืชผักบางชนิดราคาลดลง เช่น มะนาว ราคาผลละ ๒ บาท


เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. วันนี้(๒๓ มิ.ย.๕๕) ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชกาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดเชียงใหม่ และประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียใหม่ พร้อมด้วยสื่อมวลชนหลายแขนง ลงตรวจตลาดประตูเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค พืชผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และสินค้าเบ็ดเตล็ดต่างๆ รวมทั้งดูคุณภาพ ความสะอาดของสินค้าแต่ละชนิดที่วางจำหน่ายในตลาด ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาล พร้อมทั้งเพื่อให้กำลังใจกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาด รวมทั้งประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าภายในตลาดแห่งนี้ ซึ่งจากการลงตรวจตลาดประตูเชียงใหม่ครั้งนี้ พบว่า ราคาสินค้าหลายชนิด ทั้งเนื้อหมู เนื้อวัว และเนื้อไก่ ชำแหละ ส่วนใหญ่ราคายังคงทรงตัว จะมีบ้างที่พืชผักบางชนิด มีราคาปรับตัวสูงขึ้นบ้างเล็กน้อยเพราะเป็นไปตามฤดูกาลและภาวะตลาด บางชนิดมีราคาลดลงอย่างมาก เช่น มะนาว มีการจำหน่ายเพียงผลละ ๒ บาท

ทางด้านนางสาวปานจิต พิศวง พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคของจังหวัดเชียใหม่ ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน ๒๕๕๕ สูงขึ้นเล็กน้อยร้อยละ ๐.๙ โดยหมวดอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ อาหารบริโภค-ในบ้าน อาหารบริโภค-นอกบ้าน ส่วนหมวดอื่นๆไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มปรับลดลง ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น

ภาพข่าวจากทีมข่าว Pic For Press โดย กมล เครือนิล และ เล็ก ช้างพลาย
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน





พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413


พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 - 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486) ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม เมื่อวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีจอ ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ยังทรงเป็นต้นราชสกุลดิศกุล


ประสูติ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ได้รับพระราชทานพระนามจากสมเด็จพระบรมชนกนาถเมื่อวันสมโภชเดือน โดยมีรายละเอียดว่า
"สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าแผ่นดินสยามผู้พระบิดา ขอตั้งนามกุมารบุตรที่เกิดแต่ชุ่มเล็กเป็นมารดานั้น และซึ่งคลอดในวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีจอจัตวาศกนั้น ว่าดังนี้ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร นาคนาม ขอจงเจริญชนมายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคลทุกประการ สิ้นกาลนานต่อไป เทอญ"
ชาววังโดยทั่วไป เรียกกันว่า "พระองค์ดิศ" โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำเอานามของพระอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าจอมมารดาชุ่มมาตั้งพระราชทาน เนื่องจากทรงพระราชดำริว่าท่านเป็นคนซื่อตรง


ทรงศึกษา
พระองค์ทรงเริ่มเรียนหนังสือไทยชั้นต้นจากสำนักคุณแสงและคุณปาน ราชนิกุล ในพระบรมมหาราชวัง ทรงศึกษาภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลวง ซึ่งมีมิสเตอร์ ฟรานซิส ยอร์ช แพตเตอร์สัน เป็นพระอาจารย์
พ.ศ. 2418 เมื่อมีพระชนม์ได้ 13 พรรษา ได้ทรงผนวชเป็นสามเณรที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ทรงเป็น พระอุปัชฌาย์ และประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร
พ.ศ. 2420 ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก ได้รับพระราชทานยศเป็นนายร้อยตรีทหารมหาดเล็ก บังคับกองแตรวง พระชนมายุได้ 15 ปี


สิ้นพระชนม์
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ที่วังวรดิศ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สิ้นพระชนม์ สิริรวมพระชนม์มายุได้ 81 พรรษา ได้ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านต่าง ๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นงานใหญ่ และงานสำคัญอย่างยิ่ง ของบ้านเมือง ทรงเป็นกำลังสำคัญในการบริหารประเทศหลายด้าน และทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นอย่างสูง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เคยตรัสชมพระองค์ เปรียบเทียบว่าเป็นเสมือน "เพชรประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ" ผลงานด้านต่าง ๆ ของพระองค์แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพอันสูง เป็นที่ประจักษ์แก่มหาชนทุกยุคทุกสมัย





ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี



หมายเหตุ
รูปขาวดำด้านบน สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงฉายกับ เจ้าจอมมารดาชุ่ม ในรัชกาลที่ 4
รูปด้านล่าง กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับพระธิดา คือหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา 
และหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ






พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413


สวนสัตว์เชียงใหม่ ได้สมาชิกใหม่แล้วจากแม่ช้างพังไชโย ได้ออกลูกมาแล้ว 1 ตัวเป็นเพศเมีย

สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เฮอีกแล้วเมื่อแม่ช้างพังไชโย ตั้งท้องได้ 20 เดือนที่แล้ว ได้ตกลูกมาแล้วเมื่อคืนวันที่ 17 มิถุนายน 2555 เวลา 21.39 น โดยแม่ช้างพังไชโย ออกลูกมาเป็นเพศเมีย สุขภาพแข็งแรง ได้รับการดูแลจากแม่ช้างพังไซโยเป็นอย่างดี สวนสัตว์เชียงใหม่ เตรียมตั้งซื่อลูกช้างพังไซโยต่อไป 
          ในอดีต ไชโย เป็นช้างน้อยขวัญใจชาวไทยเมื่อ 13 ปีก่อน เนื่องจากเกิดในช่วงเวลาที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ และช้างไชโยเป็นสัญลักษณ์ของงานกีฬาดังกล่าวจึงได้ชื่อตามสัญลักษณ์ของงาน กีฬา ชื่อ"ไชโย" และมีชื่อเล่นว่า "ดาวรุ่ง" 
          โดยสมาชิกเกิดใหม่นี้เป็นลูกช้างที่กำเนิดจากแม่ช้างพังไชโยและพ่อช้าง พลายบิลลี่ ได้รับการดูแลอย่างดีจากทีมงานเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เชียงใหม่ ต่างเตรียมความพร้อมต่อ ช้างพังไชโยในการดูแลความปลอดภัยให้กับสมาชิกใหม่ที่เกิดออกมาอย่างเติมความสามารถ 
          ประวัติช้างพลายบิลลี่ ปัจจุบันอายุ 22 ปี มาจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวเมื่อวันที่30 ตุลาคม 2552เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2533 สวนสัตว์ดุสิตรับบริจาคจากประชาชน จังหวัดสุรินทร์ แล้วนำมาจัดแสดงที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 (อยู่ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมาแล้ว 9 ปี) ปัจจุบันอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่
         ประวัติช้างพังไชโย ปัจจุบันอายุ 13 ปี เกิดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2541 (เกิดที่สวนสัตว์เชียงใหม่) พ่อชื่อ พลายเอก แม่ชื่อ พังใหม่คลอดโดยธรรมชาติและได้รับการประกวดตั้งชื่อว่า “ไชโย” โดยมีชื่อเล่นว่า “ดาวรุ่ง” เนื่องจากเกิดในช่วงเวลาที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพกีฬา เอเชียนเกมส์ และช้างไชโยเป็นสัญลักษณ์ของงานกีฬา ลูกช้างจึงได้ชื่อตามสัญลักษณ์

ภาพจาก สวนสัตว์เชียงใหม่ วิดิโอจาก CM108 ข่าวโดย เล็ก ช้างพลาย
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์รายงาน



พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

คณะกรรมการปกป้องสิทธิเชียงใหม่กรีนวัลเล่ รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้เจ้าของโครงการออกมารับผิดชอบกรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญา

คณะกรรมการปกป้องสิทธิเชียงใหม่กรีนวัลเล่ รวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้เจ้าของโครงการออกมารับผิดชอบกรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญา พบความเสียหาย ชำรุด ทั้งระบบสาธารณูปโภคและพื้นที่สาธารณะ
นายบุญทัน ไพรัชวินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศโปรตุเกต นำคณะกรรมการปกป้องสิทธิเชียงใหม่กรีนวัลเล่ ประชุมเจ้าของบ้านและที่ดินหมู่บ้านเชียงใหม่กรีนวัลเล่ ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อชี้แจงปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อหมู่บ้านเชียงใหม่กรีนวัลเล่ อันเกิดจากการดำเนินการของบริษัทเชียงใหม่กรีนวัลเล่ จำกัด และบริษัทเชียงใหม่กรีนวัลเล่คันทรีคลับ จำกัด ซึ่งเป็นมาอย่างต่อเนื่อง จึงรวมตัวกันเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างตามถนนเพียงพอ สวนหย่อม สนามเด็กเล่น สโมสรกีฬาสำหรับผู้อยู่อาศัย ไม่ได้ดำเนินการตามที่โฆษณา สาธารณูปโภคขาดการทำนุบำรุง มีถนนแตกทรุด ฝาท่อระบายน้ำชำรุดหลายจุด รั้วเสียหาย และที่ดินเปล่ามีหญ้ารกสูงชัน มีการทุบรั้วเพื่อให้ผู้ซื้อคอนโดมิเนียมใช้ถนนในหมู่บ้านเป็นทางเข้า-ออก พื้นที่สาธารณะของหมู่บ้านหลายส่วนถูกขายไป ที่ดินหลายแปลงได้มีผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เข้ามาดำเนินการแบ่งเป็นแปลงย่อยและสร้างบ้านขาย ทำให้เกิดความแออัด และมีการเรียกเก็บค่าส่วนกลางเพิ่มขึ้น โดยมิได้มีการขอมติในที่ประชุมจากลูกบ้าน ซึ่งขณะนี้เจ้าที่ดินและเจ้าของบ้านเตรียมยื่นฟ้องโครงการเชียงใหม่กรีนวัลเล่ย์ ไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เนื่องจากไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้า
การประชุมดังกล่าว เพื่อให้เจ้าของบ้านและที่ดิน ได้ทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและร่วมหารือแนวทางแก้ไข อีกทั้งมีการพิจารณาจัดตั้งนิติบุคคล เนื่องจาก ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่มีการศึกษา ฐานะดี มีชื่อเสียงทางสังคม ซึ่งมีบ้านอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่ในโครงการด้วย ได้แก่ บ้านของ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ โดย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศโปรตุเกต กล่าวว่า เคยร้องเรียนไปยังเจ้าของโครงการถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ยาวนานกว่า 20 ปี แต่ไม่ได้รับการแก้ไข
ด้าน นางณัฐลิน เรืองกฤตยา ผู้จัดการโครงการ บริษัท เชียงใหม่กรีนวัลเล่ย์ จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้ทางโครงการกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาทั้งการปรับปรุงถนนที่ชำรุด และวางแผนทำสนามเด็กเล่นใหม่ ส่วนสโมสรคลับเฮาส์ได้ขายให้กับกลุ่มซัมมิทฯ ไปแล้ว ยอมรับว่า ตลอด 20 ปี ยังไม่ได้ลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐานส่วนกลางอย่างสมบูรณ์ เพราะบริษัทไม่สามารถเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลางจากเจ้าของที่ดินและเจ้าของบ้านได้ครบทั้ง 300 แปลง โดยจัดเก็บได้เพียง 100 แปลง/เดือน ทำให้บริษัทต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายเดือนละ 2.5 แสนบาท หรือประมาณ 60 ล้านบาทตลอด 20 ปี จึงไม่มีงบประมาณที่จะนำมาลงทุนพัฒนาภายในโครงการ

ภาพโดย กนกรัตน์ ปัญญา สวท.เชียงใหม่ ข้อมูลประกอบ โดย มติชน

พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยปี 2555 ที่เชียงใหม่

นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้ว ตรวจติดตามโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยปี 2555พื้นที่ต้นน้ำ แม่น้ำปิงและแม่น้ำกวง
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ถึงท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่แม่จำปา ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังห้องประชุมสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อรับฟังบรรยายสรุปความเสียหายจากอุทกภัยปี 2554 และความก้าวหน้าของการแก้ปัญหาอุทกภัยหรือ Flag Ship ปี 2555 หลังจากนั้นได้ติดตามความก้าวหน้าการขุดลอกแม่น้ำปิงเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยที่บริเวณด้านข้างสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 และฝายท่าวังตาล ตำบลป่าแดด อำเภอเมือง จากนั้นเดินทางต่อไปยังเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด เพื่อตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพมหานครด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ

ภาพโดย กมล เครือนิล ข่าวโดย   ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์รายงาน










พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413


เพลิงไหม้วัดหม้อคำตวงเชียงใหม่

วันนี้( 11 มิ.ย.) 15.00 น.พ.ต.ท.สุพจน์ ฉลาด พงส.(สบ3) สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งเพลิงไหม้บริเวณกุฏิเจ้าอาวาสวัด ภายในวัดหม้อคำตวง เลขที่ 119 ต.ศรีภูมิ อ.เมือง หลังได้รับแจ้งเหตุก็รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับรถน้ำดับเพลิงของเทศบาลนครเชียงใหม่ 3 คัน

พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บริเวณชั้น 2 ของอาคารที่พักของพระสงฆ์ ซึ่งเป็นห้องของเจ้าอาวาสวัด ทางเจ้าหน้าที่ก็ระดมรถฉีดน้ำเข้าฉีดเพื่อระงับเพลิง โดยใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่เพลิงก็เผาผลาญข้าวของภายในห้องของเจ้าอาวาสจนวอดทั้งหมด ซึ่งก็มีห้องพระขนาดใหญ่ที่มีพระสิงห์ 1 องค์ พระเจ้าทันใจอายุ 700 ปี 3 องค์และพระอื่นๆที่ประเมินค่าไม่ได้อีกกว่า 100 องค์ ก็ถูกเพลิงเผาจนวอดเสียหายทั้งหมด

จากการสอบสวนพระครูประภัฒน์สุตกิจ เจ้าอาวาสวัดได้ความว่าก่อนเกิดเหตุทางเจ้าอาวาสเองได้จำวัดอยู่ภายในห้อง และรู็สึกมีเสียดังและร้อนมาก จึงเปิดประตูห้องนอนออกมา ก็พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บริเวณส่วนห้องพระ จึงได้วิ่งหลบหนีออกจากห้องและร้องขอความช่วยเหลือจนประชาชนโทรแจ้งตำรวจให้มาช่วยดับเพลิง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ค่าเสียหายเฉพาะอาคารไม่รวมกับพระต่างๆไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งจะได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.


ภาพข่าวจากทีมข่าว Pic For Press โดย กมล เครือนิล และ คิดตี้ มีหนวด

สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์รายงาน






พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมภาคี ร่วมจัดการสัมมนาการปรับปรุงคุณภาพและบริหารจัดการลำไย





จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมภาคี ร่วมจัดการสัมมนาการปรับปรุงคุณภาพและบริหารจัดการลำไย โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มั่นใจ ปีนี้ไม่มีปัญหาเรื่องราคาและผลผลิตล้นตลาดอย่างแน่นอน
จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมภาคี จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการการปรับปรุงคุณภาพและบริหารจัดการผลไม้ ลำไย ให้ได้มาตรฐานส่งออก ภายใต้ยุทธศาสตร์ปรับปรุงคุณภาพและบริหารจัดการผลไม้ ลำไย ตามมาตรฐานการส่งออก ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกัน ระหว่างเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ พาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ สหกรณ์จังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายกองทุนหมู่บ้าน และกลุ่มเกษตรกร เกี่ยวกับราคาและการบริหารจัดการลำไยที่กำลังจะออกผลผลิตทั้งหมด 46,000 ตัน ในเขตภาคเหนือ การเตรียมการเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพ การใส่ปุ๋ย การใช้ยา ซึ่งมอบให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ดูแล รวมไปถึงการควบคุมซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ ลดปริมาณการใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการส่งออก โดยเฉพาะประเทศตลาดเป้าหมาย คือ ประเทศจีน การหาแนวทางทำข้อข้อตกลงและการจัดการร่วมกัน โดยการนำกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ มาเจรจาซื้อขายกัน
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ราคาจำหน่ายลำไยสดในท้องตลาด เฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท ราคาลำไยอบแห้งอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท มีตลาดประเทศจีนเป็นตลาดใหญ่ ที่มีการส่งออกลำไยสดต่อปีกว่า 2 แสนตัน ลำไยอบแห้งกว่า 6 หมื่นตัน จะเหลือบริโภคในประเทศ จำนวน 3.8 แสนตัน ซึ่งคาดว่าปีนี้ จะไม่มีปัญหาเรื่องราคาและปริมาณผลผลิตตกค้างอย่างแน่นอน

ภาพข่าวจาก ทีมข่าว Pic For Press โดย กนกรัตน์ ปัญญา สวท.เชียงใหม่
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน



พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413


จัดเต็ม Neo Shop Festival ณ ห้างแอร์พอร์ต



เริ่มแล้วงาน Neo Shop Festival ณ ห้างแอร์พอร์ตพลาซ่า เชียงใหม่
งานมีวันที่ 9 - 10 มิ.ย. 2555
สำหรับวันที่ 10 มิ.ย. มีรายการดังนี้
12:00 น.- Pretty Show Air Swimmer เปิดงาน & MC กล่าวทักทายพร้อมชี้แจงกิจกรรมประจำวัน
12:20 น.- Sales Talk Present Promotion Neo Shop Summer Party 2012
12:20-13:30 น. -Lenovo Activities
13:30-14:15 น. -การแสดงของวงดนตรี Harmonica sunrise


14:15-14:30 น. -เดินแบบ Show Product Hight Light, โดยนางแบบสาว อะตอม ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์ ,สัมภาษณ์ บนเวที
14:30-15:15 น. -ร่วมถ่ายภาพประทับใจกับนางแบบสาว น้องอะตอม ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์
15:15-15:55 น. -แนะนำแนะนำสินค้ากล้องBenQ และเล่นกิจกรรมตอบคำถาม จาก Digital 2Home
15:55-16:10 น. -การแข่งขัน Air Swimmerเพื่อลุ้นรับของรางวัลในงาน
16:10-16:25 น. -Sales Talk Present Promotion Neo Shop Summer Party 2012
16:25-17:10 น. -การแสดงของวงดนตรี Harmonica sunrise
17:10-18:10 น. -ร่วมถ่ายภาพประทับใจกับนางแบบสาว อะตอม ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์ (Dell Shop, Lenovo Shop , Digital 2 Home)
18:10-18:30 น. -จับรางวัล ลูกค้าผู้โชคดี / สิ้นสุดกิจกรรม


พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413

ททท. จัดงานมหัศจรรย์อาหารไทย : Miracle of Thai Food Festival 2012

บ่ายวันนี้ (9 มิถุนายน 2555) ณ โรงแรมราชมรรคา จ.เชียงใหม่  นางสุชาดา บ่อทรัพย์ ผู้อำนวยการฝ่ายลงทุนธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงานมหัศจรรย์อาหารไทย : Miracle of Thai Food Festival  2012 ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความเป็นเอกลักษณ์อันน่าสนใจของอาหารไทยที่มีส่วนต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ประกาศให้ปีนี้เป็นปีมหัศจรรย์เมืองไทย หรือ Miracle Year of Amazing Thailand 2012  เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวทั่วทุกภูมิภาคในประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และก่อให้เกิดการหมุนเวียนด้านเศรษฐกิจในประเทศ
งานมหัศจรรย์อาหารไทย : Miracle of Thai Food Festival  2012 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 - 17 มิถุนายน 2555 ณ บริเวณ เชียงใหม่ฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต  ตั้งแต่เวลา 11.00 - 21.00 น.   กิจกรรมภายในงาน พบกับผู้ประกอบการร้านอาหารขึ้นชื่อจาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ มาให้นักท่องเที่ยวได้ชิมและเลือกซื้อกลับบ้าน โดยแบ่งออกเป็น 6 โซนความอร่อย ได้แก่ โซนที่  1. Miracle of North  อาหารท้องถิ่นต้นตำรับจากทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ อาทิ  ยำอุบไก่  แกงโฮ๊ะ แกงฮังเล  น้ำพริกหนุ่ม  น้ำพริกน้ำปู๋ รวมไปถึงขนมพื้นเมือง เช่น หนมปาด (ขนมศิลาอ่อน) และ หนมจ๊อก (ขนมเทียน) เป็นต้น        2. Amazing South อร่อยกับโซนเมนูเผ็ดร้อน น้ำพริกและแกงรสจัดจ้านจากภาคใต้ อาทิ ข้าวยำปักษ์ใต้  แกงไตปลา  แกงเหลือง  ต้มส้มปลากระบอก  น้ำพริกกุ้งเสียบ  บักกุ๊ดเต๋  และ ขนมจีนน้ำยาปู เป็นต้น   3. Isan Exotic  ชิมอาหารรสแซ่บจากภาคอีสานด้วยเมนูขึ้นชื่อ อาทิ ลาบหมู  ยำหอยดอง  น้ำพริกปลาร้า  แกงอ่อม  แกงป่า พร้อมของฝากประจำภาค ได้แก่ แหนมเห็ดหอม  ปลาส้ม  ไส้กรอกอีสาน  แหนมเนือง  หมูยอ เป็นต้น   4. Heart of Central  อิ่มอร่อยกับร้านระดับตำนาน และโซนอาหารภาคกลางที่อร่อยติดอันดับอาหารอร่อยที่สุดในโลกจัดอันดับจากเว็บไซต์  CNNgo.com  อย่างเมนูแกงมัสมั่น  รวมถึงอาหารขึ้นชื่ออื่นๆ เช่น ยำถั่วพู  ต้มข่าไก่  น้ำพริกปลาทู  ขนมจีนซาวน้ำ  เป็นต้น  5. “นวัตกรรมรสเด็ด”      พบกับผลิตภัณฑ์ตามแนวพระราชดำริในโครงการหลวงและอาหารแปรรูปท้องถิ่น และ 6. “ดื่มด่ำฉ่ำใจ”ที่รวบรวมน้ำสมุนไพรและเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือมาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลองชิมอีกด้วย
                                                                                                                             นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้ชมการแข่งขันปรุงอาหารระหว่างดารานักแสดงชื่อดัง กับมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส   อาทิ  โฬม-พัชฏะ นามปาน  ชาม-ไอยวริญท์ โอสถานนท์  นาวิน ตาร์  กวาง-ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม กาย รัชชานนท์  ฟ้า-ชัญษร  สาครจันทร์  และเพลิดเพลินไปกับมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชั้นนำผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นแสดงตลอด 3 วัน และร่วมสนุกไปกับการเล่นเกมต่างๆภายในงาน    
ภาพจากทีมข่าว Pic For Press โดย เล็ก ช้างพลาย และข้อมูลข่าวโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย




พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413


สาธารณสุข ชม. จัดให้ ก๋วยเตี๋ยวยุคใหม่ ไร้สารพิษ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับชมรมเชียงใหม่ร้านปลอดภัย ชมรมร้านก๋วยเตี๋ยวเชียงใหม่อร่อย จัดประชุมเชิงปฎิบัติการ "การพัฒนาร้านก๋วยเตี๋ยวสะอาด ก๋วยเตี๋ยวอนามัย ยุคใหม่ " ซึ่งมีร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดเชียงใหม่มาร่วมงานจำนวนมาก
วันที่ 7 มิถุนายน 2555 เวลา 09.30น. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ ชมรมเชียงใหม่ร้านอาหารปลอดภัย ชมรมร้านก๋วยเตี๋ยวเชียงใหม่สะอาดอร่อย จัดประชุมสัมนาเชิงปฎิบัติการ "การพัฒนาร้านก๋วยเตี๋ยวสะอาด ก๋วยเตี๋ยวอนามัยยุคใหม่"  ซึ่งทุกวันนี้ร้านก๋วยเตี๋ยวในจังหวัดเชียงใหม่ มีประมาณ 2,500 ร้าน และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น มีอัตราการขยายตัวสูงในลักษณะของ เฟรนไชล์ ทางชมรมร้านอาหารเชียงใหม่ปลอดภัย และชมรมก็วยเตี๋ยวเชียงใหม่สะอาด อร่อย จึงร่วมกันดูแลด้านความสะอาดปลอดภัย เพื่อผู้บริโภคจะได้มีสุขภาพดีจาการบริโภคก๋วยเตี๋ยว ภายในงานนอกจากจะมีเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวแล้ว ยังมี ผู้ประกอบการ ที่ขายเส้นก็วยเตี๋ยวที่ถูกหลักอนามัย พริกป่น เครื่องปรุงต่างๆที่เกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยว รวมไปถึงหม้อที่ได้มาตรฐานถูกสุขอนามัยได้มาตรฐาน ปลอดภัยไร้สารพิษ นอกจากนั้นยังมีการมอบหม้อก๋วยเตี๋ยวหัวม้าลายให้กับโรงเรียนต่างๆเพื่อนำไปใช้อีกด้วย 
โดยในปัจจุบัน การบริโภคอาหารของคนไทยเราได้เปลี่ยนแปลงไป ก๋วยเตี๋ยวได้มีบทบาทสำคัญในชีวิตเรามากขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริโภคโดยไม่ทราบพิษภัย โทษ หรือประโยชน์ จากอาหารที่บริโภคเข้าไป ก็ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งตามนโยบายรัฐบาลและนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ประกาศว่าเชียงใหม่จะมีอาหารปลอดภัยในปี 2559 ซึ่งจะต้องร่วมกันผลักดันทุกภาคส่วน รวมถึงภาครัฐและภาคเอกชน จะต้องขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อให้ก๋วยเตี๋ยวนั้นถูกหลักอนามัย เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนและผู้บริโภคทุกคน

ภาพและข่าวจากทีมข่าว Pic For Press โดย กมล เครือนิล และ เล็ก ช้างพลาย
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน



พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413
พื้นที่โฆษณา 1000 บาทต่อเดือน ติดต่อ 082-6921413