<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 25 มิย. 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ...............>>>>

เชียงใหม่เตรียมเปิดเวทีปรองดองเน้นทุกกลุ่มทุกสีมีส่วนร่วม



จังหวัดเชียงใหม่กำหนดเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น สร้างความสามัคคีปรองดอง เวทีแรก 1 มี.ค.นี้ เน้นให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความปรองดองภายในชาติ เปิดโอกาสผู้ที่สนใจเข้าร่วมได้ทุกเวที โดยแจ้งความจำนงได้ที่ กอ.รมน.เชียงใหม่
วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2560) เวลา 09.00 น. นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะทำงานรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองจังหวัดเชียงใหม่ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงแนวทางการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในระดับพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดแรกที่เริ่มดำเนินการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2560 ในการขับเคลื่อนการปฏิรูประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ แผนต่างๆ ของชาติ และนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี
โดยให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1- 4 และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดทุกจังหวัด เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในระดับพื้นที่จังหวัดนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลัก เชิญบุคคลกลุ่มต่างๆในพื้นที่จังหวัด ได้แก่ กลุ่มการเมืองท้องถิ่น นักวิชาการ กลุ่มสื่อมวลชน กลุ่มนักธุรกิจ กลุ่มองค์กรวิชาชีพต่างๆ รวมไปถึง กลุ่มคนในท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการแห่งรัฐ เข้าร่วมเวทีแสดงความคิดเห็น  เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นต่างๆ รายงานให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในชาติและรวบรวมข้อคิดเห็นจากการนำเสนอให้คณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองต่อไป
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดแผนที่เชิญกลุ่มต่างๆ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ภายในเดือนมีนาคม 2560 จำนวน 6 ครั้ง โดยจะเริ่มครั้งที่ 1 กลุ่มข้าราชการกำนันผู้ใหญ่บ้าน พนักงานรัฐวิสาหกิจ หอการค้าจังหวัด กลุ่มองค์กรที่ทำงาน ทั้งร่วมกันกับส่วนราชการ ในวันพุธที่ 1 มีนาคม 2560 เวลา 09.00-11.30 น. ครั้งที่ 2 กลุ่มการเมืองท้องถิ่น ได้แก่ กลุ่มสนับสนุนพรรคการเมือง กลุ่มทุนทางการเมือง กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มแกนนำมวลชนทางการเมือง ในวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 ครั้งที่ 3 กลุ่มการเมืองท้องถิ่น ได้แก่ กลุ่มสนับสนุนพรรคการเมือง กลุ่มทุนทางการเมือง กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มแกนนำมวลชนทางการเมือง ในวันพุธที่ 8 มีนาคม 2560 ครั้งที่ 4 กลุ่มผู้นำชุมชน ผู้นำจิตวิญญาณ ชาวบ้านทั่วไป กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมฯ กลุ่มองค์กรภาคประชาสังคม (CSOs) กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ในวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2560  ครั้งที่ 5 กลุ่มสื่อมวลชน ในวันพุธที่ 15 มีนาคม 2560  และครั้งที่ 6 กลุ่มนักวิชาการและนักศึกษา ในวันศุกร์ที่ 17 มีนาคม 2560  กลุ่มละ 35 คน รวม 200 คน ซึ่งกลุ่มใดหรือผู้ใดสนใจมีความประสงค์เข้ามาร่วมเสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมสะดวกวันเวลาใดแจ้ง ก็สามารถแจ้งชื่อ-นามสกุล และเบอร์โทรติดต่อกลับได้ที่ กอ.รมน.เชียงใหม่ หมายเลขโทรศัพท์. 0-5311-2721 หรือ ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ 0-5311-2740
  สำหรับ ประเด็นหัวข้อที่จะพูดคุยมี 10 เรื่อง อาทิ การเมือง การปกครอง ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ สังคม การพัฒนาแหล่งน้ำ กระบวนการยุติธรรม การศึกษา สาธารณสุขสื่อมวลชน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่างประเทศ สิทธิมนุษยชน การทุจริตหรือคอรัปชั่น พร้อมเสนอแนะการปฏิรูปประเทศ เพื่อทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ ระยะ 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเวทีดังกล่าวจัดแบบโต๊ะสี่เหลี่ยม คล้ายโต๊ะกลมเพื่อให้พูดคุยกันทุกประเด็น แต่ละครั้งเชิญผู้เข้าประชุม 30-40 คน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะทุกเรื่อง จะเป็นการเสนอความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย โดยทางภาครัฐมีหน้าที่รับฟังและจดบันทึกเพียงอย่าเดียวพร้อมเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นเต็มที่ ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดำเนินการขับเคลื่อนการเดินหน้าประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง






กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จัดงานมหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา


รองผวจ.แม่ฮ่องสอนเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา 4 จังหวัดภาคเหนือตอนบน1 เพื่อเผยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมชาติพันธุ์และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาค
ที่ลานข่วงประตูท่าแพ นายสำเริง  ไชยเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา 4 จังหวัด โดยมี นางศันสนีย์  พุกกานนท์ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวรายงาน นางสิรินยา บุญญศิริพฤกษ์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ รวมทั้งแขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชน ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก
สำหรับการจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมชาติพันธุ์ล้านนา 4 จังหวัด ตามโครงการส่งเสริมการขยายตลาดท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ทั้งในประเทศและต่างประเทศนี้ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปางและแม่ฮ่องสอนได้อนุมัติให้จัดกิจกรรมขึ้นในระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่บริเวณข่วงประตูท่าแพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมชาติพันธุ์ กระชับความสัมพันธ์กลุ่มชาติพันธุ์ระหว่างภูมิภาคในการนำไปสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน  และเพื่อเผยแพร่วิถีชีวิต ทั้งเป็นการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวต่อไป
ทั้งนี้ภายในงาน ประกอบไปด้วย 5 กิจกรรม อาทิ กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขอวกลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน  นิทรรศการวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ การจัดแสดงเครื่องแต่งกายต่างๆ  จัดแสดงผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม  การสาธิตอาหารชาติพันธุ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม และอีกมากมาย.









พิธีเปิดงาน INNOMART GRAND SALE สัญจร จังหวัดเชียงใหม่


"ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News ภาพบรรยากาศพิธีเปิดงาน INNOMART GRAND SALE สัญจร จังหวัดเชียงใหม่’ งาน “ตลาดนัดนวัตกรรม สัญจร จังหวัดเชียงใหม่” โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ 18 กุมภาพันธ์ 2560  ณ ลานโปรโมชั่น 1 และ 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทย์ฯ เป็นประธานในพิธี รวมทั้ง ดร.พันธ์อาจ ชัยรัตน์ ผอ.สนง.นวัตกรรมแห่งชาติ นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ
อุทยานนวัตกรรม (Innovation Park) มุ่งเน้นในการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานเชิงปัญญาเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับกิจกรรมนวัตกรรมในรูปแบบต่างๆ ที่จะมีส่วนสำคัญที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อให้การใช้งานอุทยานนวัตกรรมเป็นไปอย่างสอดคล้องกับวิสัยทัศน์และพันธกิจ และสามารถช่วยสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างๆ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานของอุทยานนวัตกรรม คือ “เป็นศูนย์กลางการพัฒนาขับเคลื่อนระบบนวัตกรรม โดยเป็นพื้นที่สำหรับการสร้างภาคีนวัตกรรม ระหว่างภาคการผลิต ภาครัฐ ภาคการศึกษาและวิจัย รวมทั้งภาคสังคม เพื่อให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและผลกระทบให้กับประเทศ และเพื่อเป็นศูนย์กลางบริการส่งเสริมด้านนวัตกรรมที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืน” 

ทั้งนี้ ภายในงาน “ตลาดนัดนวัตกรรม” จัดให้มีการออกร้านจำหน่ายสินค้านวัตกรรม ในกลุ่มอาหาร สุขภาพ และความงาม นวัตกรรม ฝีมือคนไทย กว่า 300 รายการ ในราคาพิเศษจากผู้ประกอบการที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) และกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ อาทิเช่น มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินที่มีชื่อเสียง ป๊อด โมเดิร์นด็อก ณัฐ ศักดาทร และรุจ เดอะสตาร์ กิจกรรมสาธิตเมนูอาหาร Innovation Food จากเชฟชื่อดัง และชมนิทรรศการ “นวัตกรรมจากพ่อ” เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมร่วมลุ้นรับของรางวัลจากการเล่นเกมส์ผ่าน Facebook และ กิจกรรมตอบคำถามบนเวที







สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดสวนสไตล์ฝรั่งเศสแหล่งเซลฟี่แห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว



"ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดแหล่งเซลฟี่แห่งใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวมีความหลากหลายของสวน ปลาฉลามยักษ์ ดอยสุเทพ และวิวตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนสวนสไตล์ฝรั่งเศสอย่างยิ่งใหญ่ ได้สวนนงนุช นักจัดสวนระดับประเทศมาตกแต่งให้อย่างงดงาม

รศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร ประธานกรรมการองค์การสวนสัตว์ เป็นประธานเปิดสวนพักผ่อนสไตล์ฝรั่งเศส ด้านหน้าเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ โดยมีนายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวรายงานและให้การต้อนรับ โดยมีเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์เชียงใหม่ เข้าร่วมงานจำนวนมาก สำหรับสวนดังกล่าวนั้น ก่อนหน้านี้เคยเป็นสวนกุหลาบ ต่อมาทางสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ให้เจ้าของสวนชื่อดังในเชียงใหม่ "สวนนงนุช" มาจัดสวนให้ โดยได้เน้นความสมดุลของพรรณไม้และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ปิดล้อมด้วยต้นไม้ใบเขียว ที่ถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงเลขาคณิต รวมทั้งดอกไม้สีสันต่างๆ เพื่อให้กลายเป็นที่พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยว และมุมถ่ายภาพสวยๆ ที่สามารถเซลฟี่ตนเองกับวิวทิวทัศน์ ที่เหมือนกับอยู่ในสวนต่างประเทศ และยังเป็นการกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวด้วย โดยนักท่องเที่ยวมาเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ นอกจากจะได้ชมสัตว์นานาชนิด หลากหลายสายพันธุ์ ยังได้ชมสวนที่สวยงามอย่างไรก็ตามยังมีอีกจุดที่ได้ั้งภาพสวน ภูเขาดอยสุเทพ แถมได้ปลาฉลามยักษ์ ตั้งอยู่ด้านหน้าเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ที่มีพันธุ์ปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม เป็นอุโมงค์ปลาที่ยาวที่สุดในโลก พร้อมกันนี้ยังเป็นการเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาร่วมลุ้นการตั้งท้องของแพนด้าหลินฮุ่ย อีกด้วย ซึ่งมาที่สวนสัตว์เชียงใหม่ แห่งเดียวได้แต่ประสบการณ์ ได้ภาพหลากหลายมุมสำหรับผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟีได้ความหลากหลายของความสวยงามจากจุดนี้ ยังมีวิวของตัวเมืองเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ให้ได้ชื่นชมอีกด้วย 
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News รายงาน






ขอเชิญลูกศิษย์ลูกหา และผู้ใจบุญใจกุศล ร่วมทำบุญงานรำลึก “พ่อครูคำ กาไวย์” ศิลปินแห่งชาติ พ่อครูกลองสะบัดชัย



      ขอเชิญลูกศิษย์ลูกหา และผู้ใจบุญใจกุศล ร่วมทำบุญงานรำลึก “พ่อครูคำ กาไวย์” ศิลปินแห่งชาติ พ่อครูกลองสะบัดชัย และขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อส่งเสริมการศึกษาโรงเรียนหางดงสังฆราษฎร์อุปถัมภ์ ณ วัดกำแพงงาม ต.หางดง อ.หางดง จ.เชียงใหม่  พร้อมทั้งถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งทอดถวายในวันเดียวกัน   การจัดงานรำลึก “พ่อครูคำ  กาไวย์” มีการจัดต่อเนื่องเป็น ปีที่ 3 งานรำลึกการจากไปของพ่อครูคำ กาไวย์  ในปีนี้จัดขึ้น ในวันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ทางเจ้าภาพได้รับความเมตตาจากคณะสงฆ์ อำเภอหางดง และความกรุณาจาก  หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอหางดง ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำฝ่ายปกครอง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อำเภอหางดง เพื่อจัดทำผ้าป่าสามัคคีเพื่อส่งเสริมการศึกษา สำหรับพระภิกษุ-สามเณร  จำนวน 186 รูป
     กำหนดแต่งดาองค์ผ้าป่าสามัคคี และทอดถวาย ณ ศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย พ่อครูคำ  กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2535 บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ตื่นตาตื่นใจกับการแสดงการตีกลองสะบัดชัย, การฟ้อนเจิง ของคณะลูกศิษย์ พ่อครูคำ กาไวย์ จากทั่วทุกสารทิศ เวลา 10.00 น. น้อมจิตรทอดถวายผ้าป่าสามัคคี  ร่วมถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุสามเณร จำนวน 160 รูป โดยพร้อมเพรียงกัน
     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกเวลาที่ พ่อหลวงรินทร์ กาไวย์ โทร. 0813-666 -905, พระมหาณัฐพล  ฐิตธมฺโม โทร.0899-551-507 หรือร่วมงานอนุโมทนาบุญได้ที่ ศูนย์การเรียนรู้บ้านกลองสะบัดชัย พ่อครูคำ  กาไวย์ ศิลปินแห่งชาติ ปี 2535 บ้านเลขที่ 125 หมู่ที่ 3 ตำบลน้ำแพร่ อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม






ดอกทิวลิปกว่า 2 หมื่นต้น พร้อมบานสะพรั่งงดงาม ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 41



" ที่นี่....เชียงใหม่ " ดอกทิวลิปกว่า 2 หมื่นต้น พร้อมบานสะพรั่งงดงาม ภายในส่วนจัดแสดง สวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ ร่วมกับมวลดอกไม้นานานพันธุ์ เพื่ออวดสายตานักท่องเที่ยว ในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 41 ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องได้เร่งนำดอกทิวลิปและมวลดอกไม้นานาพันธุ์ลงพื้นที่ส่วนจัดแสดงภายในสวนสาธารณะหนองบวกหาด อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อให้ดอกไม้ทุกชนิดเบ่งบานได้ทันในช่วงการจัดการมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับเชียงใหม่ ครั้งที่ 41 ที่จังหวัดเชียงใหม่กำหนดจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 3 – 5 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ โดยในปีนี้เป็นปีพิเศษ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมพลอดุลยเดช และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ได้นำดอกทิวลิป 2 หมื่นกว่าต้น มาจัดแสดงในพื้นที่นิทรรศการสวนไม้ดอกไม้ประดับ “ใต้ร่มพระบารมี 70 ปีแห่งการครองราชย์” เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมและบันทึกภาพแห่งความทรงจำตลอดการจัดงาน 
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมมากมาย ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามของหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์, ดนตรีในสวน(Orchestra), การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา, ตื่นตาตื่นใจกับ Light & Sound water hologram, การประกวดนางงามบุปผชาติและนางงามบุปผชาตินานาชาติ และการประกวดไม้ดอกไม้ประดับ พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก 25 อำเภอ
และที่เป็นไฮไลท์สำคัญ นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ยังจะได้พบความอลังการขบวนแห่รถบุปผชาติที่สวยงามตระการตา กว่า 22 ขบวน ภายใต้แนวคิด “ดอกไม้สะพรั่งงาม เทิดนามองค์ภูมิพล” และการประกวดวงโยธวาทิตดีกรีแชมป์โลกของจังหวัดเชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. จากสะพานนวรัฐ ไปยังสวนสาธารณะหนองบวกหาดกลางเมืองเชียงใหม่ เพื่อจัดแสดงตลอดการจัดงาน ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก
ขอบคุณภาพข่าวจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่










อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นำซังข้าวโพดแปลงเป็นพลังงานชีวมวล แก้ปัญหาหมอกควันไฟป่า



"ที่นี่....เชียงใหม่" พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ อบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม โดยการนำซังข้าวโพด มาแปลงเป็นพลังงานชีวมวล แทนที่การเผาทิ้งในที่โล่ง  เพื่อลดปัญหาหมอกควันและไฟป่า

1 ก.พ. 2560 เวลา 09.00 น. ที่ บ้านนาฮ่อง ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ นายธีระศักดิ์ จรัสศรีวิสิษฐ์ พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ เปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลจากวัสดเหลือทิ้งจากการปลูกข้าวโพด ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดปี 2560 โครงการผลักดันระบบขนส่งมวลชน วางผังเมือง และออกมาตรการลดการเผาในพื้นที่โล่งทุกชนิด โดยมีนายสมคิด ปัญญาดี ผอ.สำนักงานส่วนสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ นายบวร สุริยะชัยพันธ์ นายก อบต.บ้านนาจร อ.แม่แจ่ม และนายกนายสุทัศน์ บานเย็น นายกเทศมนตรีตำบลปิงโค้ง อ.เชียงดาว ร่วมกิจกรรม ซึ่งโครงการฯจัดขึ้น เพื่อลดปัญาหมอกควันของอำเภอแม่แจ่มและจังหวัดเชียงใหม่ โดยนำวัสดุเหลือทิ้งจากการปลูกข้าวโพด มาแปลงเป็นพลังงานชีวมวล โดยใช้เทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน เพื่อตัดโอกาสกองวัสดุเหลือทิ้งจากการปลูกข้าวโพดที่มีอยู่มากมาย ไม่ให้ถูกเผาทิ้งในที่โล่งแจ้ง และปลูกฝังสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่ให้ยอมรับ และสนับสนุนโครงการด้านพลังงานที่ถูกต้องเหมาะสม รวมทั้งสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ประกอบกับเพื่อดำเนินงานตามนโยบายของจังหวัดเชียงใหม่ ในการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ที่มีนโยบายขอความร่วมมือให้สำนักงาน พลังงานจังหวัดเชียงใหม่ให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้เตาเผาถ่าน  แก่องค์ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสนใจจะจัดหาเตาเผาถ่าน สำหรับภายในงาน มีการบรรยายให้ความรู้เรื่อง การสร้างมูลค่าเพิ่มจากซังข้าวโพดด้วยเตาเผาถ่าน  และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการเผาถ่านจากซังข้าวโพดด้วย เตาเผาถ่าน 200 ลิตร ชนิดลดควัน ซังข้าวโพดจากเตาเผาถ่าน จำนวน 50 ตัน  โดยมีผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนจากอำเภอแม่แจ่ม เกือบ 100 คน ร่วมการอบรมในครั้งนี้ 
ทั้งนี้พื้นที่แม่แจ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่มีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้มีเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรที่ต้องเผาทิ้งเป็นจำนวนมาก จึงต้องตระหนักถึงแนวทางที่จะกำจัดเศษวัสดุเหล่านี้อย่างถูกวิธี ไม่ให้เกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อม การสร้างองค์ความรู้ด้านการใช้เทคโลโลยีพลังงานในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน เป็นทางเลือกที่ดีอีกช่องทางหนึ่งในการหยุดการเผาทิ้งในที่โล่งแจ้ง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาหมอกควันอย่างมากในจังหวัดเชียงใหม่ รวมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับเศษสิ่งวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรให้สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวมวลที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยหวังให้นำความรู้ไปขยายผลในพื้นที่ เพื่อให้ปัญหาหมอกควันและไฟป่าลดน้อยลง
สำหรับปัญหาหมอกควันของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะเดือนธันวาคมถึงเมษายนของทุกปี และนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี สาเหตุใหญ่เกิดจากการเผาไหม้ชีวมวลในที่โล่งแจ้งจากแหล่งวัสดุใหญ่ๆ 3 ส่วน ได้แก่ การเผาป่า การเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร และการเผาขยะ ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กและขนาดใหญ่ แพร่กระจายในบรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของชุมชนอย่างมาก ทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข ทำให้เกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านสาธารณสุข และด้านสิ่งแวดล้อมตามมา ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งชุมชน กำนันผู้ใหญ่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชน ร่วมกันบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าในเชียงใหม่ ไม่ให้มีความรุนแรงเหมือนปีที่ผ่านๆมา

กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน