<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 8 ตุลาคม 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ....................>>>>

แม่ทัพน้อยที่ ๓ แถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่นประจำปี ๒๕๕๘


 แม่ทัพน้อยที่ ๓ /รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ เป็นประธานประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่นประจำปี ๒๕๕๘ ห้องประชุม ทองจัตุ กองกำลังผาเมืองอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. พลโทเกษม ธนาภรณ์ แม่ทัพน้อยที่ ๓ /รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ เป็นประธานประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่นประจำปี ๒๕๕๘ ห้องประชุม ทองจัตุ กองกำลังผาเมืองอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่โดยการประชุมในวันนี้เป็นการบูรณาการและการประสานงานกับส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ให้สอดคล้องเป็นไปในแนวทางเดียวกันโดยให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าว การแลกเปลี่ยนข้อมูล การกำหนดเป้าหมาย การประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับราษฎรชาวไทยภูเขา ที่ลักลอบปลูกฝิ่น และการบังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิดกฎหมาย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหา รวมทั้งขจัดเงื่อนไขในพื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นอย่างมีประสิทธิภาพและจะทำให้พื้นที่ลักลอบปลูกฝิ่นลดลงหรือหมดไป ทั้งนี้กองทัพภาคที่ ๓ ได้จัดตั้งกองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ หน่วยเฉพาะกิจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๓ ปี ๕๘ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่น และการตัดทำลายไร่ฝิ่น โดยได้มีการจัดประชุมแถลงแผนการควบคุมพื้นที่ปลูกฝิ่นและการตัดทำลายไร่ฝิ่น ปี ๕๘ ส่วนสถานการณ์การลักลอบปลูกฝิ่นในปัจจุบันเกิดจากปัจจัยของสภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศและแรงจูงใจเกี่ยวกับราคาฝิ่นดิบที่ค่อนข้างสูง ราคาจ๊อยละประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ – ๑๘๐,๐๐๐ บาท( ๑ จ้อยเท่ากับ๑.๖ กิโลกรัม ) ทำให้มีการลักลอบปลูกฝิ่นอยู่ดังนั้น กองบัญชาการเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพภาคที่ ๓ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้าดำเนินการตัดทำลาย รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังพร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ทุกหน่วยงานและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ช่วยกันตรวจสอบ หากพบเบาะแสการลักลอบปลูกฝิ่นในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูล ได้ที่ กองบัญชาการเฉพาะกิจ พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กองทัพภาคที่ ๓ / หน่วยเฉพาะกิจกองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในภาค ๓ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๕๓๒๒-๒๓๘๗ ทุกวัน

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่"
กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน






สมเด็จพระเทพฯให้ผู้แทนพระองค์ มอบสิ่งของพระราชทาน อำเภออมก๋อย


สมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้แทนพระองค์ มอบสิ่งของพระราชทานและสำรวจพื้นที่ให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557


 เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 ที่ตำบลสบโขง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกเจษฎา  ศรีสุภาพ รองสมุหราชองครักษ์ เป็นผู้แทนพระองค์นำสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับราษฎรที่ประสบภัยหนาวในพื้นที่ดังกล่าวโดยจุดแรกนำไปมอบให้กับราษฎรและนักเรียนที่โรงเรียนวาเมทะ หมู่ที่ 9 ตำบลสบโขง จำนวน 163 คน พร้อมสำรวจความต้องการความช่วยเหลือของราษฎรในพื้นที่ ซึ่งพบว่าราษฎรทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอญอ มีฐานะค่อนข้างยากจน ประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลูกข้าวสำหรับเก็บไว้รับประทานเอง และส่วนหนึ่งจะประกอบอาชีพปลูกพืชไร่ อาทิ ถั่วเหลือง พริกกะเหรี่ยง มีรายได้เฉลี่ยครอบครัวละประมาณ 5 ถึง 6 พันบาท ซึ่งจากการสอบถามผู้ที่ปยู่ภายในพื้นที่ มีความต้องการให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเข้าพัฒนาส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิต พัฒนาเส้นทางคมนาคมเพื่อใช้ในการขนส่งสินค้าทางการเกษตรออกมาจำหน่าย รวมทั้งนำราษฎรที่เจ็บป่วยออกมาส่งรักษาตัวในตัวอำเภออมก๋อยอย่างทันท่วงที จากนั้นผู้แทนพระองค์ เดินทางไปมอบสิ่งของพระราชทานแก่ราษฎรที่ประสบภัยหนาว ที่วัดเมโลเด และศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวงบ้านแม่คอทะ รวมจำนวน 564 คน พร้อมทั้งได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้การตรวจรักษาโรคทั่วไปแก่ราษฎร และตรวจรักษาราษฎรที่ประสบปัญหาด้านสายตา ซึ่งราษฎรที่ได้รับความช่วยเหลือทุกคนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่"
กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








"แตกรายวัน" ท่อประปาที่เคยแก้ผ้าประท้วงล่าสุดเช้านี้แตกอีกท่วมบ้านกว่า10หลัง


 ท่อประปาที่ชุมชนบ้านท่อ ชุมชนป่าตัน และชุมชนท่าเดื่อ หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เช้านี้แตกอีกแล้วเข้าท่วมบ้านเรือนกว่า10 หลังคาเรือน สูงเกือบครึ่งเมตร ขณะที่าวบ้านสุดเอือมยังแตกรายวันเฉลี่ย 2 วันแตกครั้งค่าประปาจ่ายเต็มแต่ใช้น้ำไม่ได้


ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเซี่ยล หลังจากที่ผู้กำกับหนังหนุ่มสุดทนต้องออกมาแก้ผ้าชูป้ายประท้วงทางการประปาส่วนภูมิภาคที่เกิดปัญหาท่อน้ำประปาบริเวณถนนโชตนาซอย 22 เกิดปัญหาท่อประปาแตกรายวัน จนต้องออกมาประท้วง แต่หลังจากนั้นกลับพบว่ามีการปรับปรุงได้เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นก็กลับมาพบว่าชาวบ้านในพื้นทีชุมชนโชตนาซอย 22 ชุมชนบ้านท่อ ชุมชนป่าตัน และชุมชนวัดท่าเดื่อ หลายพันหลังคาเรือนต้องประสบปัญหาเดิมนี้อีกครั้งท และเป็นเวลาเกือบ 3 เดือนเต็มก็พบว่าเปิดปัญหานี้ขึ้นต่อเนื่องท่อประปาแตกรายวันเฉลี่ยแล้ววันเว้นวัน โดยเฉพาะบนถนนสายหลักที่มีการเดินท่อเมน ทีมีการแตกอย่างต่อเนื่อง จนชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำประปาได้อย่างที่ได้เสียเงินจ่ายค่าน้ำประปาไปทุกเดือน น้ำไหลกระปริดกระปรอย บางวันไม่ไหล หรือไหลน้อยจนไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก และล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา (14 พฤศจิกายน) ก็เกิดท่อแตกอีกครั้งกลางซอยโชตนา 22 และน้ำประปาที่ไหลทะลักออกมาไหลลงสู่ที่ลุ่มต่ำ ซึ่งเป็นบ้านเรือนของประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนถูกน้ำท่วมขัง จนกระทั่งช่วงสายก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายไหนลงมาดูแล บ้านบางหลังถูกน้ำเข้าท่วมเกือบครึ่งเมตร ชาวบ้านต้องขนของหนีน้ำกันตั้งแต่เช้ามืด
ทางด้านนางวริญญา คำปัน เจ้าของร้านขายก๋วยเต๊๋ยว และขนมจีน ใกล้กับจุดที่แตกเช้านี้ยอมรับว่าตอนนี้ชาวบ้านชาชินกับปัญหานี้แล้ว ท่อแตกรายวันน้ำก็ไม่สามารถใช้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยกับที่ได้จ่ายเงินให้กับทางการประปา อยากให้ลงมาแก้ปัญหาโดยเปลี่ยนท่องทั้งระบบให้ทนรับแรงดันได้ ทุกวันนี้เดือดร้อนหนักหากไม่รองน้ำไว้สำรองก็จะไม่มีน้ำกินน้ำใช้ สอบถามไปยังประปาเขตแม่ริม ทราบมาว่าตอนนี้ได้งบประมาณในการซ่อมแซมท่อทั้งสายแล้ว แต่กลับยังไม่สามารถว่าจ้างผู้รับเหมามาดำเนินงานได้ ชาวบ้านจึงตั้งข้อสงสัยไปยังการประปาเชียงใหม่ว่าไม่จริงใจกับการแก้ปัญหาให้


ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่"  เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน