<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 8 ตุลาคม 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ....................>>>>

พ่อเมืองเชียงใหม่ตรวจติดตามความเรียบร้อยพระเมรุมาศจำลอง ภายหลังดำเนินการแล้วเสร็จ



พ่อเมืองเชียงใหม่ตรวจติดตามความเรียบร้อยพระเมรุมาศจำลอง ภายหลังดำเนินการแล้วเสร็จ เตรียมตกแต่งพื้นที่และรายละเอียดด้านต่างๆ ในการประกอบราชพิธีฯ โดยการตกแต่งเน้นความเป็นล้านนา และดอกไม้สีเหลืองให้เต็มพื้นที่ โดยเฉพาะดอกดาวเรืองกว่า 6 หมื่นต้นมาตกแต่งคาด 20 ตค.นี้จะแล้วเสร็จทั้งหมด

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาตรวจการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลอง ณ  ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ จุดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ของจังหวัดเชียงใหม่ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ  การก่อสร้างแล้วเสร็จ 100 %  ส่วนการตกแต่งพื้นที่โดยรอบขณะนี้จัดเตรียมพรรณไม้ต่างๆ โดยเฉพาะดอกดาวเรืองกว่า 6 หมื่นต้น ที่เตรียมนำมาตกแต่งให้แล้วเสร็จ คาดจะเสร็จสิ้นทั้งหมดวันที่ 20 ตุลาคมนี้ 
สำหรับสถานที่เผาดอกไม้จันทน์ จะอยู่ในบริเวณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยตั้งอยู่ห่างจากพระเมรุมาศจำลอง 100 เมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการแกะแบบก่อสร้าง และเริ่มดำเนินการก่อสร้างฐานราก ซึ่งจะทำตามรูปแบบของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีขนาดฐานราก 8 × 8 เมตร ขนาดของเตาเผา 1.20 × 2.40 เมตร
ส่วนการตกแต่งลายละเอียดต่างๆ คงเน้นดอกไม้สีเหลือง และความเป็นล้านนาให้มากที่สุด ให้มีความสวยงามงดงาม ในพื้นที่การจัดงานพระราชพิธีฯ ถวายดอกไม้จันทน์ ของจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนวันที่ 24 ตุลาคมจังหวัดเชียงใหม่จะจัดพิธีซ้อมใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมอีกครั้ง 
กมล เครือนิล ทีมข่าว"ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัเดตนิวส์ รายงาน







ประธานชมรมรักวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายเฉลิม สารแปง ยื่นหนังสื่อต่อผู้ว่าฯกรณี การปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน


ประธานชมรมรักวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายเฉลิม สารแปง ยื่นหนังสื่อต่อนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ทางหน่วยงานราชการจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนการจัดงานประเพณียี่เป็งเมืองเชียงใหม่ อนุญาตให้มีการปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน ผู้ว่าย้ำ ไม่ได้ห้ามแต่ต้องปฎิบัติตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 6 ต.ค.2560 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายเฉลิม สารแปง ประธานชมรมรักวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายพิพานพง วงค์วัจนสุนทร ผู้ทรงคุณวุฒิสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่,พ.จ.ท.สาคร ปีกอง ผู้จัดการงานควบคุมจราจรทางอากาศยาน(เขตประชิดสนามบินภูมิภาค)ศูนย์ควบคุมการบินเชียงใหม่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และคณะ ได้เข้ายื่นหนังสื่อต่อนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ทางหน่วยงานราชการจังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนการจัดงานประเพณียี่เป็งเมืองเชียงใหม่ อนุญาตให้มีการปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน และให้มีการงดการบินในห้วงเวลาดังกล่าว และมาตรฐานในการผลิตและจำหน่ายโคมลอย โคมไฟ หรือว่าวไฟที่เหมาะสม
 นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเมืองที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ในช่วงเทศกาลเดือนยี่เป็งของทุกปี ตั้งแต่วัน2-3 พ.ย.ของทุกปี จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ จำนวนมากในช่วงเทศกาลงานประเพณียี่เป็ง ดังนั้นตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 27/2559 เรื่องมาตรการป้องกันเหตุและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2559 ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดทำประกาศจังหวัดเชียงใหม่ ขึ้นใน มาตรการป้องกันและการรักษาความปลอดภัย และการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนในการจุดแบะปล่อยโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม)หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ซึ่งผ่านความเห็นชอบร่วมกันของคณะกรรมการจังหวัดเชียงใหม่ และสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.2559 
ห้ามมิให้ผู้ใด จุดและปล่อย หรือกระทำการใด หรือโคมลอย โคมไฟ โคมควัน (ว่าวฮม) หรือวัตถุใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายอำเภอแห่งท้องที่ และได้ปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศของจังหวัดเชียงใหม่ ,ผู้ใดจุดและปล่อย หรือกระทำอย่างใด เพื่อให้โคมไฟ โคมลอย โคมควัน(ว่าวฮม)หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศ ได้มีการกำหนดให้กระทำได้ในห้วงระยะเวลา 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 2 -3 พ.ย. ให้กระทำได้ในวันลอยกระทง (กระทงเล็ก) ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทยของทุกปี โดยให้จุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 น.ถึงเวลา 01.00 น.ของวันถัดไป ยกเว้น เฉพาะการปล่อยโคมควัน(ว่าวฮม)ให้กระทำการจุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 10.00 น.ถึงเวลา 12.00 น. (ปี พ.ศ.2560 ตรงกับวันที่ 3 พ.ย.2560 ) และให้กระทำในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ของทุกปี (กระทงใหญ่)โดยให้จุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 น.ถึงเวลา 01.00 น.ของวันถัดไป (ปี พ.ศ.2560 ตรงกับวันที่ 4 พ.ย.2560) และให้กระทำได้ในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า – ต้อนรับปีใหม่ ในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี โดยให้จุดและปล่อยตั้งแต่เวลา 19.00 น.ถึง 01.00 น.ของวันถัดไป 
ทางด้านนายเฉลิม สารแปง ประธานชมรมรักวัฒนธรรมเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการที่ตนเองพร้อมคณะได้เข้าพบและยื่นหนังสือต่อท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขออนุญาตปล่อย โคมลอย โคมไฟ โคมควัน(ว่าวฮ่ม) ในช่วงงานเทศกาลประเพณียี่เป็ง ระหว่างวันที่ 2-3 พ.ย.2560 ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับหนังสือขออนุญาต ดังกล่าวแล้ว โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้การสนับสนุนการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนการจัดงานประเพณียี่เป็ง หรืองานลอยกระทง และได้ตักเตือนหน่วยงานทั้งของภาครัฐ เอกชน ที่มีการจุดและปล่อยโคมไฟ โคมลอย โคมควัน(ว่าวฮม)ให้ระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัย การเกิดไฟไหม้ บ้านเรือน อาคาร สถานที่ต่างๆ ต้องมีการวางแผนป้องกันเหตุทั้งในด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน  และนักท่องเที่ยว ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมในช่วงงานประเพณียี่เป็ง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ ของชาวเชียงใหม่ อีกด้วย.
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน




กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จัดประชุมWhat’s next of The Smart City for Aging Tourism



กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จัดประชุม 
“What’s next of The Smart City for Aging Tourism?”
ในโครงการ “เมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน 1  
(The Smart City for Aging Tourism in Upper North 1 Thailand)”

 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1  จัดประชุม “What’s next of The Smart City for Aging Tourism?”  ในโครงการ “เมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน 1  (Smart City for Aging Tourism in Upper North 1 Thailand)”  ระหว่างวันที่  5 - 6 ตุลาคม 2560​ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่  โดยได้รับเกียรติจากนายกฤษณ์  ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่  เป็นประธานในการแถลงข่าว
โครงการเมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน 1 (Smart City for Aging Tourism in Upper North 1 Thailand) เป็นโครงการที่สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จัดทำขึ้น   โดยทำการศึกษาบทเรียน Smart City for Aging Tourism ของทั่วโลก และนำมาปรับใช้กับจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 อันประกอบด้วย จังหวัดเชียงใหม่  แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน   เพื่อพัฒนาการบริหารจัดการท่องเที่ยวของแหล่งท่องเที่ยวผู้สูงอายุ พร้อมทั้งจัดทำฐานข้อมูลและเว็บเซอร์วิสของระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเส้นทางการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ เพื่อมุ่งประโยชน์ในด้านการพัฒนาบริการด้านการท่องเที่ยวของกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ เทคโนโลยีสารสนเทศและสิ่งบริการ อีกทั้งเป็นการเพิ่มและกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวให้กับประชาชนในภาคเหนือตอนบน 1   และเพื่อให้การศึกษาสนับสนุนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้มากที่สุด โครงการเมืองอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในภาคเหนือตอนบน 1 (Smart City for Aging Tourism in Upper North 1 Thailand) จึงได้จัด “ประชุมนำเสนอบทเรียน Smart City for Aging Tourism” ขึ้น ระหว่างวันที่  5 - 6 ตุลาคม 2560​ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว
 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่   เพื่อนำเสนอบทเรียนผ่านการศึกษาทบทวน Smart City for Aging Tourism ที่มีทั่วโลกทั้งในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปเอเซีย ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทย การนำเสนอแนวคิดของคนในท้องถิ่นจากผลการจัดเวทีสาธารณะ Smart City for Aging Tourism และนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุต่อเมืองอัจฉริยะในจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 (จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน) ให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและประชาชนที่สนใจ เพื่อความเข้าใจการจัดการเมืองแบบอัจฉริยะและการจัดการการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อการจัดการการท่องเที่ยวที่ดีมีประสิทธิภาพ และเพื่อการพัฒนาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะสำหรับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในอนาคตต่อไป
สำหรับเมืองอัจฉริยะหรือ Smart City เป็นหนึ่งในแนวคิดที่สามารถนำมาช่วยสนับสนุนการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุได้ เนื่องจาก Smart City คือ เมืองที่ได้รับการออกแบบ โดยให้ความสำคัญในสามองค์ประกอบหลัก คือ การพัฒนารูปแบบและโครงสร้างของเมืองที่สอดรับกับแนวคิดของเมืองอัจฉริยะ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ประกอบกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ และข้อมูลมาช่วยในการบริหารจัดการทรัพยากรของเมืองเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น ระบบบริหารจัดการเครือข่ายพลังงานอัจฉริยะ ที่เรียกว่า Smart Grid ระบบมิเตอร์อัตโนมัติ ระบบควบคุมการจราจรอัจฉริยะ ระบบควบคุมอาคารอัจฉริยะ และระบบตรวจวัดมลภาวะ เป็นต้น   ทั้งนี้ ภาคเหนือตอนบน 1 เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีภูมิประเทศที่สวยงามและภูมิอากาศดี เย็นสบาย มีทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย มีอัตลักษณ์ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของล้านนา มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์ มีประวัติศาสตร์ล้านนาอันยาวนาน  จึงทำให้มีเมืองต่างๆ และแหล่งท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนมากมาย   ซึ่งสามารถจัดทำเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุในแต่ละช่วงวัยได้  และกลุ่มนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุนี่เองที่เป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจด้านการท่องเที่ยว และเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง  ซึ่งจะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ได้เป็นอย่างดี
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน






ชาวจังหวัดเชียงใหม่ กว่า 750 คน เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ รอบสุดท้าย



ประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ กว่า 750 คน เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รอบสุดท้ายของจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 กันยายน 2560 ที่ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ นายชาญชัย กีฬาแปง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปล่อยขบวนรถ เพื่อเดินทางไปเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประชาชนชาวเชียงใหม่ จำนวน 790 คน ซึ่งมีขบวนคณะเดินทางด้วยรถบัสทั้งหมด 18 คัน จาก 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอสารภี สันป่าตอง สะเมิง สันกำแพง และอำเภอสันทราย และมีกำหนดเดินทางถึงบริเวณสนามหลวงกรุงเทพมหานคร เวลา 02.00 น. ของวันที่ 11 กันยายน 2560 เพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง 
สำหรับ การเดินทางไปเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 12 ซึ่งก่อนหน้านี้ จังหวัดเชียงใหม่แจ้งให้ประชาชนไปทุกอำเภอ ตำบล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางไปเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ก็ได้ทยอยแจ้งความประสงค์มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นรอบสุดท้าย ก่อนที่จะปิดให้กราบสักการะพระบรมศพวันสุดท้ายในวันที่ 30 กันยายนนี้ และจะให้เจ้าหน้าที่เข้ารื้อเต็นท์ พร้อมกับปรับภูมิทัศน์ท้องสนามหลวงและบริเวณโดยรอบ โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3-4 ตุลาคม 2560 เพื่อเตรียมความพร้อมเส้นทางริ้วขบวนออกพระเมรุ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุยเดช วันที่ 26 ตุลาคม 2560 พร้อมกันทั่วประเทศ
ขอบคุณแหล่งที่มาของภาพและข่าว : อภิชาติ เฮงพลอย  /  ส.ปชส.เชียงใหม่







ขนส่งเชียงใหม่จัดประมูลป้ายสวย หมวดอักษร ขร จำนวน 301 หมายเลข



ขนส่งเชียงใหม่จัดงานประมูลป้ายสวย หมวดอักษร ขร จำนวน 301 หมายเลข ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรส จ.เชียงใหม่
วันที่ 2 กันยายน 2560 เวลา 09.30 น นายกฤษณ์ ธนาวณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ นายณันทพงศ ์เชิดชู รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก และผู้เข้าร่วมงานประมูลป้ายสวย หมวดอักษร ขร จำนวน 301 หมายเลข ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติเอ็มเพรส โรงแรมดิเอ็มเพรสจังหวัดเชียงใหม่
นายชาญชัย กีฬาแปลง ขนส่งจังหวัดเชียงใหม่เปิดเผยว่า จะนำเงินรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศสำหรับจังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก กปถ. ในโครงการต่างๆ อาทิเช่นโครงการจัดซื้อเครื่องมือตรวจจับความเร็วรถ, เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์, กล้องโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ),โครงการรถโมบายออกใบอนุญาตขับขี่เคลื่อนที่, โครงการปลูกฝังเด็กไทย ใส่ใจวินัยจราจร,โครงการสนามจราจรเยาวชนเสริมสร้างจิตสำนึกความปลอดภัย, โครงการขนส่งสัญจรสอนน้องใช้รถใช้ถนน,โครงการตรวจรถก่อนใช้ปลอดภัยแน่นอน, โครงการขนส่งห่วงใยใส่ใจผู้ประสบภัยจากรถโดยมอบอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการจากอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนเป็นประจำทุกปีโครงการสื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารและข้อมูลด้านความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนนผ่านจอ LED และโครงการมั่นใจทั่วไทยรถใช้ GPS เป็นต้น
สำหรับผู้ทีชนะการประมูลป้ายเลขสวยหมวดเลข ขร 1111, 2222, 3333, 4444, 5555, 6666, 7777, 8888,9999, ขร 1 และ ขร 8899 จะได้รับมอบ ผ้ายันต์นารายณ์ทรงครุฑที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง ของพระพรหมมังคลาจารย์ ( เจ้าคุณธงชัย ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหารเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
ซึ่งการประมูลหมายเลขทะเบียนรถสวยหมวดอักษร ขร มีความหมายว่า “ขับรถเลขสวย ร่ำรวยรุ่งเรือง” จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานได้ในวันเสาร์ - อาทิตย์ที่ 2 – 3 กันยายน 2560 ณ โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่ สำหรับการประมูลครั้งที่ผ่านมา อักษร ขย มีรายได้ทั้งสิ้น 15,767,107 บาท และในการประมูลครั้งนี้ คาดว่าจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 12 ล้านบาท.







สิ้นแล้วครูเพลงแต่งเพลงไอ้หนุ่มดอยเต่า ด้วยวัย 65 ปี



 สิ้นแล้วครูเพลงแต่งเพลงไอ้หนุ่มดอยเต่า ครูเพลงศิลปินล้านนาอารมณ์ดี ป้อเทพธารา ปัญญามานะ ด้วยวัย 65 ปี  หลังป่วยหนักหลายโรครุมเร้าถือเป็นการปิดตำนานนักร้องศิลปินล้านนาอารมณ์ดีและนักจัดรายการแพลงจิตอาสา 

ผู้สื่อข่าวรายงาน นายสมเทพ ปัญญามานะ  หรือที่รู้จักันดีในนาม เทพธารา ปัญญามานะ ศิลปินเพลงผู้ทำให้อำเภอดอยเต่าเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ กับบทเพลง "ไอ้หนุ่มดอยเต่า" ที่เคยโด่งดังเมื่อกว่าสามสิบปีที่ผ่านมา ป่วยหนักหลังพบเนื้อร้ายในช่องปอด และเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ได้กว่าสองเดือน โดยได้สิ้นชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้  20 สิงหาคม 2560 ด้วยวัย 65 ปี  
เทพธารา ปัญญามานะ เกิด 19 ธันวาคม  2495  ประกอบอาชีพแต่งเพลงให้กับศิลปินจำนวนมาก แต่ฐานะทางการเงินไม่ค่อยดีนัก โดยในวันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม 2560 จะมีพิธีรดน้ำศพที่วัดปิยาราม (วัดป่าแงะ) เวลา 14.00 น.อย่างไรก็ตามยังเป็นนักจัดรายการอยู่ที่คลื่น FM 97.5 MHz. / CM77.COM ในแบบจิตอาสา เคยกล่าวกับผู้ร่วมงานว่าที่มาจัดรายการไม่หวังอันใดมากไปกว่าให้ชื่อเสียงของตนยังคงเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป จัดรายการถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองเชียงใหม่แต่หนหลังทั้งสาระและความขบขัน
ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวพ่อครู เทพธารา ปัญญามานะ  มาณ.ที่นี้




การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานมหัศจรรย์ผ้าไทยเทิดไท้องค์ราชินี



การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานมหัศจรรย์ผ้าไทยเทิดไท้องค์ราชินี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่จังหวัดเชียงใหม่ หวังกระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปท่องเที่ยวและสัมผัสวิถีชุมชนในแหล่งผลิตผ้าไทยในทั่วทุกภูมิภาค

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2560 ที่หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นประธานเปิดงานมหัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวต้อนรับ ซึ่งงานจัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ "ผ้าไทย" เป็นศิลปหัตถกรรมที่แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นและความสวยงามของผ้าไทยในแต่ละภูมิภาค โดยมีผู้สนใจ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก 
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า งานอัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี ถือว่าเป็นงานสำคัญที่จัดขึ้นในเดือนสิงหาคม เนื่องจากเป็นเดือนพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งเป็นการส่งเสริมและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปท่องเที่ยวและสัมผัสวิถีชุมชนในแหล่งผลิตผ้าไทยในทั่วทุกภูมิภาค โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการแสดงผ้าไทยจากทุกภูมิภาค และนิทรรศการแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางผ้าไทย พร้อมเลือกซื้อผ้าไทยจากชุมชนผู้ผลิตโดยตรง ซึ่งเปิดโอกาสให้ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ อาทิ ห้องเสื้อ Theatre โดยศิริชัย ทหรานนท์ นำแฟร์ชั่นจากผ้าทอลาวครั่ง จังหวัดสุพรรณบุรี , ห้องเสื้อ Anchavika โดยอัญชลี วิกสิตนาคกุล นำชุดผ้าทอนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง , Disaya โดยดิษยา สรไกรกิตติกุล กับชุดผ้าทอสันกำแพง เป็นต้น ตลอดจน ได้นำดีไซเนอร์จาก 5 สถาบันการศึกษามาแสดงผลงานในการออกแบบเครื่องแต่งกายจากผ้าทอท้องถิ่นต่าง ๆ และนำมาร่วมแสดงแฟชั่นโชว์ด้วย
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเชิญชวน ผู้สนใจร่วมสัมผัสคุณค่าของผ้าไทยได้ในงาน มหัศจรรย์ผ้าไทย เทิดไท้องค์ราชินี สามารถเข้าชมได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่หอคำหลวง อุทยานหลวงราชพฤกษ์จังหวัดเชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 19 - 20 สิงหาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 10.00 -20.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.tourismthailand.org/thaifest
กมล เครือนิล ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน










กสทช. เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “กันกวน” ลดการถูกคุกคามจากการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์




กสทช. เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “กันกวน” เพื่อปิดกั้นเบอร์โทรศัพท์และข้อความ จากผู้ประกอบการหรือกลุ่มธุรกิจ ลดการถูกคุกคามจากการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ในสังคมยุคปัจจุบัน 

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2560 นายฐากร ตัณฑสิทธิ์  เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. พร้อมด้วย นายมนัส ขันใส ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันเปิดตัวแอปพลิเคชั่น “กันกวน” ที่ศูนย์การค้าเมญ่า อำเภอเมืองเชียงใหม่ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการทั้ง 5 ค่าย ประกอบด้วย AIS DTAC TRUE TOT CAT คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ลดการถูกคุกคามของประชาชนจากการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ในสังคมปัจจุบันและในอนาคต รวมทั้ง คุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยวิธีการปิดกั้นเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้ามารบกวนก่อให้เกิดความรำคาญ เช่น การกลั่นแกล้ง การขายตรง การขายประกัน และการติดตามทวงหนี้
ทั้งนี้ ได้มีการเปิดตัวแอปพลิเคชัน “กันกวน” ไปแล้วในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน ซึ่งดูได้จากยอดดาวโหลดแอปพลิเคชันที่เพิ่มขึ้นทั้งในระบบ App Store และ Play Store เนื่องจากทุกภาคส่วนล้วนมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ที่จะช่วยพัฒนา คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ลดการถูกคุกคามต่อประชาชน ทั้งนี้จึงได้มีการลงพื้นที่ต่อเนื่องในจังหวัดภูเก็ต  และสำหรับจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดสุดท้าย เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกิดการเข้าถึงประชาชนทั่วทุกภูมิภาค
สำหรับวิธีการใช้งาน ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้จาก App Store และ Play Store ผ่านการ Search “กันกวน” เมื่อทำการดาวน์โหลด และติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้กรอกข้อมูลยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน เพื่อเป็นการป้องกันการกลั่นแกล้งกรณีแจ้งระงับเบอร์ และใช้เป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบข้อมูลทั้งผู้แจ้งให้ปิดกั้นเบอร์ และผู้ถูกปิดกั้นเบอร์ แอปพลิเคชัน “กันกวน” เป็นการสร้างความร่วมมือจากผู้ใช้ ในการนำเสนอข้อมูลจากการโทรรบกวนร่วมกัน โดยประชาชนเสมือนตำรวจออนไลน์ในการตรวจสอบ แบ่งปันข้อมูล และปกป้องสิทธิจากการรบกวนดังกล่าว
เลขาธิการ กสทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า แอปพลิเคชั่น “กันกวน” จะแบ่งระบบการจัดการออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเรียกว่า บัญชีสีขาว (White list) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ White list ที่สามารถปิดกั้นได้ เช่น การขายที่ไม่พึงประสงค์ การขายประกัน ขายสินเชื่อ และขายตรง ซึ่งต้องมีการลงทะเบียนเข้าระบบแอปพลิเคชันกันกวน เพื่อให้ประชาชนทราบถึงเลขหมายที่มีการโทรเข้า และเลือกรับสายได้ สำหรับ White list ที่ไม่สามารถปิดกั้นได้ แต่สามารถโทรได้ในช่วงเวลา วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น. เพื่อไม่ให้เกิดการรบกวนแก่ประชาชน เช่น การติดตามทวงหนี้ ทวงถามการชำระเงินจากผู้ประกอบการด้านการสื่อสาร หรือจากสถาบันการเงิน ส่วนที่ 2 เรียกว่า บัญชีสีดำ (Black list) สำหรับเบอร์ที่สร้างการรบกวน เกินเวลาที่กำหนด โดยสำนักงาน กสทช. จะทำการรวบรวมเบอร์โทรศัพท์ที่รบกวน ส่งไปให้ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม ทุกค่าย สำหรับบทลงโทษ จะมีการตักเตือน ปิดกั้นเบอร์เป็นเวลา 3 เดือน และยกเลิกเบอร์ในที่สุด







ชุมชนอนุรักษ์ช้างบ้านแม่กลาง แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เส้นขึ้นดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง เชียงใหม่


เชิญชวนไปสัมผัส ชุมชนอนุรักษ์ช้างบ้านแม่กลาง แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่เส้นขึ้นดอยอินทนนท์ ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงอนุรักษ์สัมผัสวิถีชีวิตช้าง เน้นการป้อนอาหาร เล่นกับช้างอาบน้ำให้ ไม่ทรมานช้าง 

ชุมชนอนุรักษ์ช้างบ้านแม่กลาง หรือ Maeklang Elephant Conservation ปางช้างแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่บนถนนสายขึ้นดอยอินทนนท์ เลี้ยวซ้ายเข้าทางบ้านแม่หอย ซอย 1 ไปซอยบ้านสันป่าป๋วยซอย 1 อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เป็น หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ของอำเภอจอมทอง ซึ่งในเวลานี้นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มจะรู้จักและเข้ามาท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก
นายคีตวัฒน์ คานิยอร์ ผู้บริหารกล่าวว่า ปางช้างแห่งนี้เพิ่งเกิดขึ้นได้เพียง 1 เดือนเศษ เริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งยุโรปและอเมริกา ในแต่ละวันจะมีเดินทางมาเที่ยวประมาณ 50-60 คนต่อวัน โดยเป็นกรุ๊ปทั้งแบบครอบครัว หมู่เพื่อนที่จะพากันมา ความแตกต่างของปางช้างแห่งนี้จะเป็นการการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สอนให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนกับช้าง จะไม่มีการผูกล่ามโซ่ช้างจะปล่อยให้ช้างเป็นอิสระ กิจกรรมที่มีก็เริ่มจากการล้างอาหาร ป้อนอาหาร การเล่นกับช้างในโคลน และจบด้วยการอาบน้ำกับช้าง เป็นทริปครึ่งวัน ส่วนเต็มวันจะมีกิจกรรมเพิ่มให้กับการอยู่เลี้ยงช้างเพิ่มขึ้น
สำหรับช้างในปางจะเป็นตัวเมียทั้งหมด ตอนนี้มีจำนวน 6 เชือก นำมาจากจ.สุรินทร์ จ.ตาก และอ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ นับเป็นการเริ่มของการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งแห่งใหม่บนถนนสายขึ้นดอยอินทนนท์ ทำให้นักท่องเที่ยวได้มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเที่ยวปางช้างแห่งนี้เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สอนให้รู้จักธรรมชาติของช้างเป็นหลัก สำหรับในช่วงนี้ คนไทยจะเปิดให้เข้าเที่ยวชมฟรี ส่วนในอนาคตหากนักท่องเที่ยวไทยเข้ามามากขึ้น ก็จะหารือร่วมกับชุมชนในการจัดเก็บค่าเข้าชมโดยจะนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับชุมชนเพื่อใช้พัฒนาพื้นที่ ก็เป็นอีกทางเลือกของการเที่ยวปางช้างที่จะแตกต่างจากที่อื่นๆ โดยเฉพาะการเดินทางมาท่องเที่ยวอำเภอจอมทอง แล้วมีแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกก่อนจะเดินทางขึ้นดอยอินทนนท์







ห้ามพลาดต้องไปชมให้ได้ !!!! หุ่นยักษ์ M Sport สูงที่สุดและสนามไดร์ฟกอล์ฟ ยาวที่สุดในประเทศไทย



ห้ามพลาดต้องไปชมให้ได้ !!!! หุ่นยักษ์ M Sport สูงที่สุดและสนามไดร์ฟกอล์ฟ ยาวที่สุดในประเทศไทย แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเพียง 3 วันนักท่องเที่ยวไทยต่างประเทศขอถ่ายภาพเซลฟีตลอดทั้งวัน ส่วนสนามไดร์ฟกอล์ฟยาวที่สุด 388 หลา มีโปรไทยมาตีได้ 330 หลา

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ของอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณสี่แยกหลุยส์ ตำบลต้นเปา กำลังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเซลฟี่ของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ่นยักษ์ M Sport ขนาดใหญ่สูง 8 เมตร เท่ากันตึก 2 ชั้นครึ่งและอีกหลายตัวที่ตั้งโชว์จนกลายเป็นแม่เหล้กดึงดูดไม่วาจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ที่จะต้องมาขอถ่ายภาพเซลฟี่กับหุ่นยักษ์กัน และสนามไดร์ฟกอล์ฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทย 388 หลา นายทวีวัฒน์ เดชโพธิยานนท์ อายุ 46 ปี เจ้าของ M SPORT กล่าวว่าตนเองได้มาพัฒนาพื้นที่บริเวณนี้ให้กลับมาคึกคักมีชีวิชีวาของถนนสายวัฒนธรรมหรือถนนสันกำแพงสายเก่า หลังจากมีการตัดถนนใหม่ทำให้ผู้คนไม่ค่อยใช้เส้นทางนี้มากหนัก จึงได้มาลงทุนทำเป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์แบบครบวงจร โดยเฉพาะสนามไดร์ฟกอล์ฟที่ยาวที่สุดและดีที่สุดในประเทศไทย ยาว 388 หลา โดยล่าสุดมีโปรกอล์ฟมาตีไกลที่สุด 330 หลา เป็นอีกหนึ่งความท้าทายของนักกอล์ฟที่จะมาพิชิตสนามไดร์ฟแห่งนี้
ส่วนเจ้าหุ่นยักษ์ M Sport ซึ่งใหญ่ที่สุดในประเทศตัวนี้มีความสูง 8 เมตร เป็นฝีมือช่างคนไทยที่นำเศษวัศดุของเครื่องยนต์มาประกอบ ซึ่งใช้เวลา 1 ปีในการประกอบแล้วเสร็จราคาเกือบ 1 ล้านบาท และมีตัวขนาดเล็กอีก 7 ตัว ที่ได้รวบรวมมาจากที่ต่างๆ มาตั้งโชว์ โดยจากนี้จะมีหาซื้อปละประกอบขึ้นอีกให้เป็นอุทยานของหุ่นยนต์ทุกตัวมารวบรวมทำขึ้นและจะสร้างให้สูงขึ้นกว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับช่างเพราะต้องใช้การคำนวนศูนย์ถ่วงที่ดี เพราะใช้เศษวัสดุจากอุปกรณ์รถยนต์มาประกอบ
ส่วนพื้นที่ทั้งหมด 85 ไร่ กำลังจะก่อสร้างไปเรื่อยคาดอีก 1 ปีเศษจะมีแบบครบวงจรให้ทุกคนได้เดินทางมาออกกำลังได้ทุกชนิดกีฬา มีความพร้อมในทุกด้านมีลานจอดรถได้ 180 คัน เพื่อรองรับผู้มาใช้บริการ หลังจากเปิดได้ 3 วันได้การตอบรับจากโปรกอล์ฟและนักกอล์ฟให้ความสนใจเดินทางมาทั้งที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ โดยเฉพาะเจ้าหุ่นยักษ์ M Sport ตัวใหญ่นักท่องเที่ยวนั่งรถบัสรถบริการจะเข้ามาขอถ่ายภาพตลอดทั้งวันจนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่