<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป วันนี้ ( 12 ธค. 61 )...พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นโดยทั่วไป อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยภาคเหนือยังคงมีฝนตกได้บางแห่ง สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนคลื่นลมมีกำลังปานกลาง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังในช่วงนี้ ........................>>>>

องคมนตรี เปิดงานนิทรรศการ 36 ปี ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ เชียงใหม่



องคมนตรี เปิดงานนิทรรศการ 36 ปี ศูนย์ฯห้วยฮ่องไคร้ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 ธันวาคม 2561 นี้ ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ 

วันนี้ (12 ธ.ค. 61) เวลา 10.00 น. ที่ บริเวณอาคารหอเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการ “นิทรรศการ 36 ปี ศูนย์ฯ ห้วยฮ่องไคร้” จังหวัดเชียงใหม่ และร่วมปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ ได้แก่ ไก่ฟ้าหลังขาว จำนวน 9 ตัว ไก่ป่าตุ้มหูแดง จำนวน 9 ตัว โอกาสนี้ได้มอบใบประกาศนียบัตรแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดตราสัญลักษณ์ของการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ การประกวดผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ และมอบใบประกาศนียบัตรโรงเรียนต้นแบบศูนย์เรียนรู้ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง       

นอกจากนี้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ได้ร่วมส่งมอบอาคารหอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่บริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  จัดสร้างขึ้นสำหรับเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนทั่วได้ชื่นชมพระราชกรณียกิจ อาทิ นิทรรศการเกี่ยวกับการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต และประกอบกิจการด้านต่างๆ ทั้งด้านผลิต การตลาด ความเป็นทุนสวัสดิการการศึกษาสังคมและศาสนา รวมไปถึงนิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงพัฒนาพื้นที่ห้วยฮ่องไคร้ตั้งแต่ปี 2530  และภาพวีดีทัศน์

สำหรับ นิทรรศการ 36 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ทุกวัน ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่แนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานพระราชดำริในการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ และพระราชทานแนวทางการในการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ ทั้งดิน น้ำ ป่าไม้ และอาชีพที่เหมาะสมให้กับราษฎร ซึ่งตลอด 36 ปี ของการดำเนินงานของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ มีผลสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ชัดถึงแนวพระราชดำริที่ศูนย์ศึกษาฯ ได้นำมาปฏิบัติโดยด้านสภาพแหล่งน้ำของพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่ป่าไม้ เช่น การปลูกเสริมป่า การควบคุมและป้องกันไฟป่า การก่อสร้างฝายต้นน้ำลำธาร (Check Dam) ซึ่งได้สร้างความชุ่มชื้นให้กับผืนป่า ส่งผลให้มีพันธุ์ไม้นานาชนิดเพิ่มขึ้น ดินมีความร่วนซุยสามารถอุ้มน้ำได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าร่องห้วยธรรมชาติที่เคยแห้งแล้งในช่วงฤดูแล้งมีน้ำไหลตลอด ด้านการพัฒนาป่าไม้ ปัจจุบันสามารถฟื้นฟูสภาพป่าเต็งรังที่เคยเสื่อมโทรมพัฒนาเป็นป่าเบญจพรรณ และยังพบชนิดของพันธุ์ไม้มีความหนาแน่นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกล้วยไม้ท้องถิ่นซึ่งจากการสำรวจและรวบรวมพันธุ์ได้ถึง 51 ชนิด จากเดิมที่เคยสำรวจไว้เมื่อปี 2544 มีเพียง 24 ชนิด สัตว์ป่าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะนกมีจำนวน 122 ชนิด นอกจากนี้ ยังพบว่ามีนกยูงไทยมีมากกว่า 100 ตัว สำหรับด้านการขยายผลจากการศึกษา ทดลอง วิจัย ได้พัฒนาอาชีพให้กับราษฎรหมู่บ้านรอบศูนย์ถึง 18 หมู่บ้าน เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพสามารถพึ่งตนเองได้เป็นการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น พร้อมกับสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

ขอบคุณ ภาพ-ข่าว จาก สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่

กมล เครือนิล ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ Fast News สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

   








ผบ.มทบ. 33 เป็นประธานเปิดมหกรรมหุ่นฟางครั้งที่ 1 ที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า เชียงใหม่


เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2561 เวลา 10.00 น. ณ อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.สาธิต ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 เป็นประธานเปิดมหกรรมประกวดหุ่นฟางครั้งที่ 1  ภายใต้แนวคิด “สัตว์ป่าภายใต้พระบารมีพ่อ” ซึ่งได้มีการเปิดตัวหุ่นฟางยักษ์ 9 ตัว เป็นสมาชิกใหม่ หลังเปิดตัวครอบครัวคิงคอง พ่อ แม่ ลูก ไปเมื่อไม่นานมานี้  นับเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยว มาชื่นชมความสวยงามของหุ่นฟาง รวมทั้งสัมผัสกับธรรมชาติอย่างแท้จริง

สำหรับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันได้แก่หุ่นฟางกวางสมัน ของทีมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และหุ่นฟางสิงโต ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ครองแชมป์ร่วมกัน ได้รับเงินรางวัลรวมกัน 8 หมื่นบาท ส่วนอีก 7 ทีม ก็ได้รับรางวัลชมเชยและรางวัลพิเศษ

พ.อ.สุปกรณ์ เรือนสติ ผู้จัดการสำนักงานฯอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า  กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้มีหุ่นฟางสัตว์ 9 ตัวที่จัดประกวดขึ้นเป็นปีแรก โดยมีการนำเศษฟางที่ได้จากการปลูกข้าวหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จมาสร้างหุ่นเป็นรูปแบบต่างๆ เช่น สิงโต กระทิง นกยูง ช้าง หมูป่า กวาง เป็นต้น

อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า จังหวัดเชียงใหม่ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเนื่องในวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่ชาวไทยทุกคนร่วมใจน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงได้มีการจัดกิจกรรมประกวดหุ่นฟาง ภายใต้แนวคิด “สัตว์ป่าภายใต้พระบารมีพ่อ” ซึ่งได้จัดการประกวดระหว่างวันที่ 2 ถึง 9 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา มีผู้เข้าแข่งขัน 9 ทีม จาก 3 มหาวิทยาลัย ซึ่งทำให้ได้ผลงานหุ่นฟางยักษ์เพิ่มขึ้น 9 ตัว จากเดิมที่สถานที่แห่งนี้มีหุ่นฟางคิงคองยักษ์ครอบครัวพ่อ แม่ ลูก

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-5312-1119 
พิกัดแผนที่ >> https://goo.gl/maps/Sqzg2VbsfRG2







รองพ่อเมืองเชียงใหม่ “รองคมสัน” เปิดอาคารไทยนิยม ยั่งยืน บ้านดอนปิน



“รองคมสัน” เปิดอาคารไทยนิยม ยั่งยืน บ้านดอนปิน ผลสำเร็จของการบูรณาการทุกภาคส่วนในหมู่บ้าน งบก่อสร้างทะลุ 5 แสนระดมได้สร้างเสร็จตามกรอบเวลา รองพ่อเมืองแนะให้ดันวัดต้นปินเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้เพิ่มให้หมู่บ้าน

ที่วัดต้นปิน หมู่ที่ 5 แม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดอาคารดอนปิน-วัดรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ (อาคารไทยนิยม-ยั่งยืน) และอาคารดอนปิน-นิวคอนเซ็ปร่วมใจ โดยมี นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ นายพิรุณ พลฤทธิ์ กำนันตำบลแม่เหียะ นางอำพร ธนากูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ พร้อมด้วยคณะกรรมการหมู่บ้านและประชาคมบ้านดอนปิน ผู้บริหารและสมาชิกสภา ทม.แม่เหียะ กลุ่มพัฒนาสตรีตำบลแม่เหียะ และประชาชนตำบลแม่เหียะ อ.เมืองเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ


นางอำพร ธนากูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ กล่าวรายงานความเป็นมาของโครงการ ว่า อาคารดอนปิน-วัดรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ (อาคารไทยนิยม-ยั่งยืน) เป็นอาคารที่ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำหนดให้ทุกหมู่บ้านได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ตาม “โครงการไทยนิยม ยั่งยืน” หรือโครงการหมู่บ้านละ 2 แสนบาท โดยให้ทุกหมู่บ้านจัดทำโครงการที่เป็นความต้องการของประชาคมหมู่บ้าน ซึ่งประชาคมหมู่บ้าน บ้านดอนปิน หมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ มีมติเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2561 ให้ดำเนินโครงการชื่อ โครงการก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ บ้านดอนปิน พร้อมกับร่วมกันคิดรูปแบบอาคาร โดยให้เป็นอาคารแบบเปิดโล่งไม่มีเสากลาง กองช่าง เทศบาลเมืองแม่เหียะ ได้ทำการออกแบบให้เป็นอาคารขนาดความกว้าง 12.20 เมตร ยาว 12.25 เมตร พร้อมกับประมาณการค่าก่อสร้างเป็นเงินทั้งสิ้น 461,498 บาท

“ฝ่ายปกครองท้องที่ ได้เสนอโครงการและแบบก่อสร้างตามวงเงินค่าก่อสร้างดังกล่าวต่ออำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการพิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินโครงการตามเสนอได้ โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณโครงการไทยนิยม ยั่งยืนฯ จำนวน 200,000 บาท ส่วนที่เหลือให้ใช้เงินจากหมู่บ้านจ่ายสมทบ ระหว่างการก่อสร้างได้มีการปรับปรุงแบบก่อสร้างเปลี่ยนจากพื้นคอนกรีตขัดมันเป็นงานปูกระเบื้องพร้อมกับติดตั้งพัดลมในอาคารวงเงินก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 72,000 บาท โดยได้รับการบริจาคจากราษฎรในหมู่บ้านและจากวัดต้นปิน สรุปค่าก่อสร้างอาคารหลังนี้รวมทั้งสิ้น 522,000 บาท ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างตามโครงการฯ แล้วเสร็จตามเงื่อนเวลาที่โครงการไทยนิยม ยั่งยืน กำหนด” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ กล่าว


นางอำพรฯ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกอาคาร ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังป้ายวัดต้นปิน เดิมเป็นศาลากลางบ้านซึ่งก่อสร้างมานามมาก เสื่อมสภาพไปกาลเวลา โดยเฉพาะโครงสร้างหลังคา ฝ่ายปกครองท้องที่ หมู่ที่ 5 ตำบลแม่เหียะ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ทำการปรับปรุงให้เป็นอาคารเอนกประสงค์ พร้อมกับจัดสถานที่เป็นที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน การก่อสร้างปรับปรุงไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว ซึ่งใช้เงินมากถึง 253,800 บาท ซึ่งได้รับการสนับสนุนการดำเนินโครงการจากภาคเอกชนในหมู่บ้าน

“จะเห็นได้ว่าการดำเนินการทั้งโครงการก่อสร้างและโครงการปรับปรุงอาคารทั้ง 2 อาคาร เกิดจากความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ วัด และประชาชนบ้านดอนปิน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งในหมู่บ้านชุมชน และเป้าหมายสำคัญของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดเชียงใหม่ ที่ต้องการให้เกิดความสามัคคีขึ้นในทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับหมู่บ้านขึ้นไป” นางอำพร ธนากูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ กล่าว


ด้านนายคมสัน สุวรรณอัมพา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า โครงการ “ไทยนิยม ยั่งยืน” เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ผ่านมาทางกระทรวงมหาดไทย เป็นโครงการที่ต้องขับเคลื่อนประเทศให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน เป็นการร่วมมือกันในการขับเคลื่อนประเทศในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับประเทศ จังหวัด อำเภอ ตำบล อาศัยความร่วมมือกันของหน่วยงานองค์กรเพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความยั่งยืน คงไม่ต้องอธิบายความให้มากเกี่ยวกับโครงการนี้ เพราะว่าพื้นที่นี้ได้ดำเนินการให้สอดคล้องกับหลักการของโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ได้เป็นอย่างดี ทั้ง 2 อาคาร แม้จะไม่อยู่ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ทั้งหมด แต่ตอบโจทย์การดำเนินโครงการได้เป็นอย่างดี ว่าพื้นที่บ้านดอนปิน หมู่ที่ 5 ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้ดำเนินการภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน บรรลุถึงหลักการของโครงการได้
“อีกประการที่ได้ย้ำกับประชาคมบ้านดอนปินคือ การที่วัดต้นปินเป็นวัดเก่าแก่ มีประวัติความเป็นมายาวนาน ควรที่หารือร่วมกันในการจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จากสถานที่ตั้งที่ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก ประกอบกับตำบลแม่เหียะใกล้แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ทั้งเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและอุทยานหลวงราชพฤกษ์ สามารถสร้างแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันได้ก็จะก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้บ้านดอนปินด้วยอีกทาง” นายคมสัน สุวรรณอัมพา รอง ผวจ.เชียงใหม่ กล่าว
นายธนวัฒน์ ยอดใจ นายกเทศมนตรีเมืองแม่เหียะ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย หรือจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งโครงการผ่านมาทางฝ่ายปกครองท้องที่ ในส่วนของเทศบาลเมืองแม่เหียะจะให้การสนับสนุนช่วยการดำเนินโครงการให้สำเร็จโดยสมบูรณ์ เพราะไม่ว่าจะเป็นโครงการมาจากส่วนไหนหน่วยงานใด ประโยชน์ปลายทางผู้ที่จะได้รับคือประชาชน โครงการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารของบ้านดอนปิน หมู่ที่ 5 ต.แม่เหียะ เป็นตัวอย่างการบูรณาการทั้งภาครัฐ ฝ่ายปกครองท้องที่ วัด ประชาชน และเทศบาล ที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการให้สำเร็จได้ด้วยดีและอยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด




ทต.เชิงดอยสร้างโคมผัดและบัวยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก



 เจ๋งมากขอบอก "คิดไม่ออกบอกลุงคำ" สุดยอดวิศวะนึก นักประดิษฐ์พื้นบ้าน ออกแบบโคมผัดและบัวยักษ์ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งจะใช้ในงานเทศกาล
โกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ของเทศบาลตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทำขึ้นจากแบบในซึ่งอยู่ในหัวไม่มีการร่างแบบใช้เวลา 1 เดือนเศษ เน้นสวยงาม ปลอดภัย ระบบน็อคดาวน์ ถอดแยกไปประกอบได้

สำหรับความอลังการในงานเทศกาลโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่ 3 โดยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 23 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณหนองบัวพระเจ้าหลวง ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ทางเทศบาลฯได้สร้างโคมผัดแบบล้านนา พร้อมดอกบัวสีชมพู ใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นมาสามารถหมุน หุบบานได้ จากฝีมือนักประดิษฐ์พื้นบ้าน จบเพียงชั้นป.4 ของลุงคำ หรือ นายทวี ทะลาบุญ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 214 บ้านห้วยบ่อทอง หมู่ที่ 10 ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ที่กำลังเตรียมประกอบทดสอบของโคมผัดและบัวหมุนได้ เพื่อนำไปโชว์ในอีก 1 สัปดาห์ก่อนจะถึงเทศากาลยี่เป็ง ลุงคำ กล่าวว่าตนเองได้รับแนวคิดจากนายเฉลิม สารแปง นายกเทศมนตรีตำบลเชิงดอย เมื่อ 1 เดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งอยากให้มีความสวยงาม ใหญ่อลังการ เพื่อโชว์แขกบ้านแขกเมืองที่จะมาเที่ยวในงานโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บ และจะต้องหมุนได้ ลอยน้ำได้ก็ใช้เวลาคิดอยู่สักระยะโดยไม่มีแบบแปลนอะไรคิดแบบขึ้นมาเอง จนมาได้โคมผัดขนาดกว้าง  6 เมตร สูง 6.50 เมตร นอกจากการออกแบบต่างๆ ให้สวยงามแล้ว ค้องคงทนและมีความปลอดภัยหากนำไปใช้เพราะต้องใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนโครงสร้างหลักมาจากเหล็ก ก่อนจะทำออกมาจนเกือบแล้วเสร็จ เหลือเพียงการขนย้ายไปประกอบและทดสอบในสถานที่จริง

ส่วนดอกบัวที่เป็นโจทย์ยากเพราะต้องหมุน ลอยน้ำ ปลอดภัย ทนต่อการใช้งานเวลาหมุนตลอดเวลา ก่อนจะคิดขนาดออกมากว้าง 6 เมตร สูงรวมกลีบบัว 2 ชั้น ชั้นบน 16 กลับ และชั้นล่าง 8 กลับ หมุนแล้วจะหุบและบานได้ ต้องรับน้ำหนัก ทนทานลอยน้ำ ที่สำคัญต้องปลอดภัยเพราะใช้กระแสไฟเป็นพลังงานในขับเคลื่อน โดยใช้มอเตอร์สามเฟสที่ทนทานต่อการหมุนอยู่ตลอดเวลา ตั้งรอบการหมุนให้เหมาะสม จนทำให้ตอนนี้เกือบแล้วเสร็จสมบูรณ์ เพียงนำไปประกอบลงในน้ำเพราะทั้งสองชิ้นนี้สามารถแยกเพื่อให้สะดวกต่อการขนย้าย เรียกว่าเป็นแบบน๊อคดาวน์ ส่วนราคารวมตกที่ 150,000 บาท นี้เป็นเพียงตัวทดลองจากนี้หากมีให้ประดิษฐ์ขึ้นมาจะถูกพัฒนามีราคาแพงกว่านี้ อย่างไรก็ตามลุงจบการศึกษาชั้นป. 4  แต่ชอบการเรียนรู้จดจำการเป็นช่างออกแบบต่างๆ ก็ใช้การฝึกฝนมาตลอด ได้ผลิตอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ มาจนถูกเรียกว่าสถาปนึก วิศวะนึก ชาวบ้านจะบอกว่า คิดอะไรไม่ออกมาบอกลุงคำ ยอมมีคำตอบให้เหมือนโคมผัดและดอกบัว ที่ทำเป็นครั้งแรกโดยขึ้นออกแบบมาเอง

ด้านนายเฉลิม สารแปง กล่าวว่าตัวโคมผัดนี้ เป็นแบบล้านนา ที่จะใช้รูป 12 นักษัตร ตมความเชื่อ แต่เนื่องจาากหนองบัวพระเจ้าหลวงแห่งนี้ มีความทรงต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงเสด็จมา จึงได้ใช้ภาพการเสด็จมาติดไว้ที่โคมเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช







นักเรียนชราบาลอายุรวมกันกว่าพันปี ฝึกทำโคมไฟหูกระต่ายหูกระต่ายและผางประทีป



 นักเรียนชราบาลอายุรวมกันกว่าพันปี ฝึกทำโคมไฟหูกระต่ายหูและผางประทีปจากของใช้แล้วเพื่อนำมาใช้ในเทศกาลยี่เป็ง โกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บเป็นปีที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 23 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณหนองบัวพระเจ้าหลวง ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

ที่ห้องประชุม นักเรียนชราบาลวุฒิวิทยาลัยเกือบ 300 คน มีอายุรวมกันกว่า 1 พันปี ได้ร่วมกันฝึกทำโคมไฟล้านนาแบบหูกระต่าย  และการทำผางประทีมจากของใช้แล้ว เพื่อนำไปใช้ในงานเทศกาลโกมล้านนา ปู่จาผางผะตี๊บเป็นปีที่ 3 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 - 23 พฤศจิกายนนี้ ณ บริเวณหนองบัวพระเจ้าหลวง ตำบลเชิงดอย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครูผู้สอนซึ่งเป็นสล่า หรือช่างภูมิปัญหาจากนักเรียนชราบาลด้วยกัน ที่มีความรู้การทำโคมไฟเป็นรูป 12 นักษัตร แบบล้านนา ที่ใช้ปักแล้วนำผงประทีปไปไว้ภายใน ซึ่งใช้การทำแบบวัศดุธรรมาติจากไม้ไผ่ กระดาษพร้อมรูป 12 นักษัตร เพื่อใช้จุดในเทศกาลดังกล่าว ซึ่งการทำผางประทีปที่นี่จะใช้กระป๋องน้ำอัดลมหรือวัสดุเหลือใช้แล้วนำใส่และเทียนแบบโบราณหยอดลงไป ซึ่งจะทดทานแล้วสามารถนำเก็บมาใช้ได้ต่อในครั้งต่อไป ซึ่งเป็นการลดต้นทุนของการใช้ผางประทีปแบบดินปั้น ปริมาณของเทียนมีน้อยหากนำมาประยุกตของวัสดุเหลือใช้จากกระป๋องเครื่องดื่มที่จะใช้เวลาใหความสว่างได้นานขึ้น

อย่างไรก็ตมนักเรียนชราบาลได้จัดแบ่งกลุ่มกันทำโคมไฟ และผางประทีปซึ่งเป็นการฝึกเบื้องต้นจำนวน 50 ชุด ก่อนจะไปถ่ายทอดให้กับบรรดาบุตรหลานญาติที่บ้านเรือนให้นำวัสดุที่มีในพื้นที่มาปรับใช้เพื่อใช้จุดในช่วงเทศกาลยี่เป็งที่ใกล้จะมาถึงนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งของการกิจจกรรมให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้ ถ่ายทอดภูมิปัญหาแก่คนรุ่นใหม่ นอกจากจะสามารถนำไปประกอบอาชีพเสริมได้อีกด้วย








จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน Chiangmai Flora 2018 ที่ เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต



จังหวัดเชียงใหม่ เปิดงาน Chiangmai Flora 2018 ภายใต้แนวคิด "Explore The Magical Fairy Flora ดอกไม้เหนือจินตนาการ" โดยจะนำประติมากรรมดอกไม้นานาชนิดและแสงสีที่ตื่นตา ระหว่างวันที่ 1 – 5 พ.ย. นี้ ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เวลา 17.30 น. ที่ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดงาน "Chiangmai Flora 2018" ภายใต้แนวคิด “Explore The Magical Fairy Flora : ดอกไม้เหนือจินตนาการ” โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ , สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ , มูลนิธิโครงการหลวง , เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี , เชียงใหม่ ซูอควาเรียม , ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ จังหวัดเชียงใหม่ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ร่วมกันจัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 11 เพื่อช่วยกันส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของภาคเหนือ

สำหรับ ภายในงานฯ จะได้ชมความสวยงามของประติมากรรมดอกไม้นานาชนิด อาทิ Flower Foyer พรมดอกไม้สีสันสดใสตกแต่งด้วยดอกไม้และวัสดุสร้างสรรค์กว่า 10,000 ชิ้น พร้อมสวนสวยงามใจกลางศูนย์การค้า , Gate of Wonderland ประตูสู่จินตนาการเปิดประสบการณ์แปลกใหม่ด้วยดอกไม้และแสงสีอันตื่นตา , Fairy Ring อุโมงค์ดอกไม้แสนพิศวงกับแหวนดอกไม้กับเทคนิคแปลกตา และตื่นตากับการจัดสวน ในธีม Explore The Magical Fairy Flora จากสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และอุทยานหลวงราชพฤกษ์ และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดอกไม้สด ดอกไม้แห้ง จากมูลนิธิโครงการหลวงในราคาพิเศษภายในงานนี้เท่านั้น พร้อมรับแจกกล้าไม้มงคลฟรี ในงาน

ทั้งนี้ ขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยว รับชมความสวยงามของดอกไม้นานาชนิดในงาน Chiangmai Flora 2018 ระหว่างวันที่ 1 – 5 พฤศจิกายน 2561 ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต






หมอวรงค์ปิดหาเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชียงใหม่



หมอวรงค์ ปิดเวทีหาเสียงเลือก หน.ปชป.ที่เชียงใหม่ มั่นใจเสียงตอบรับดี แต่ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ปชป.ก็ยังเป็นทีมและพรรคที่เข้มแข็งมุ่งทำงานให้ ปชช.ไม่มีขัดแย้ง

เชียงใหม่ 28 ต.ค.-ที่โรงแรม Green Lake Resort จังหวัดเชียงใหม่ นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หมายเลข 2 ได้พบปะกับสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใช้เป็นเวทีปิดการหาเสียงในการลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้า ประชาธิปัตย์ ก่อนจะมีการลงคะแนนเสียงระหว่าง 1 - 5 พ.ย.นี้ โดยมีสมาชิกพรรค และแกนนำในพื้นที่ภาคเหนือ มาร่วมเวทีเป็นจำนวนมาก นายแพทย์วรงค์ได้ประกาศเจตนารมณ์ ที่จะขอเป็นตัวแทนของพรรคในการทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และมั่นใจในเสียงตอบรับกับนโยบายในการลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคครั้งนี้ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ทุกคนก็ยังมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการร่วมมือกันทำงานให้กับประชาชน โดยจะไม่มีเหตุขัดแย้งเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผู้สมัครทั้งหมดก็ยังคงเป็นทีมและเป็นพรรคที่เข้มแข็ง ที่มีความมุ่งมั่นจะทำงานให้กับประชาชนต่อไปตามนโยบายที่กำหนด หลังการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคแล้วจะมีการหารือของแกนนำทั้งหมดเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานของพรรคในการรับศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง โดยไม่รู้สึกหนักใจอะไร ส่วนตัวจากที่ได้ลงพื้นที่พบว่า ประชาชนยังมีปัญหาที่ต้องการดูแลและได้รับการแก้ไข สิ่งแรกถ้าหากได้รับโอกาส อยากจะเข้าไปแก้ปัญหาเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น ราคาพืชผลทางการเกษตร ปากท้องของประชาชน ภายใน 3 เดือน เพราะถือเป็นปัญหาสำคัญ ที่เป็นความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

กมล เครือนิล ทีมข่าว ที่นี่....เชียงใหม่ Fast News 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน






อลงกรณ์ ขึ้นเหนือหยั่งเสียงชาวเชียงใหม่ชูพรรคปชป.4.0 ลั่นหากเป็นนายกฯ การันตีไม่มีรัฐประหาร



เช้าวันนี้ 20 ตค. 61 นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้สมัครหยั่งเสียง เลือกตั้วหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 3 พร้อมคณะ เดินทางมาพบสมาชิกภาคเหนือตอนบน และชาวเชียงใหม่ ได้เดินทางไปที่ตลาดเจเจ ตำบลช้างเผือก อำเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบประชาชนตลอดจนแม่ค้าพ่อค้า ซึ่งเป้นตลาดอินทรีย์ ออแกนิก เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ และนโยบายให้กับสมาชิกและประชาชน ซึ่งจะมีการเดินทางไปยังหมู่บ้านม้งดอยปุย ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะลงมานำเสนอจุดยืนต่อสมาชิกภาคเหนือตอนบน ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ
นายอลงกรณ์ กล่าวว่าหลังจากเดินทางไปพบสมาชิกทางภาคอีสานเมื่อวานนี้พี่น้องให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งตนเองชูวิสัยทัศน์และนโยบายให้กับสมาชิกที่สำคัญการปฎิรูปพรรคประชาธิปัตย์ใหม่หลังจากผ่านมา 72 ปี ถึงเวลาที่จะต้องยกเครื่องใหม่เป็นประชาธิปัตย์ 4.0 เป็นประชาธิปัตย์ยุคใหม่สร้างพรรคให้เป็นองค์กรทันสมัยก้าวล้ำนำหน้า แต่ต้องยึดมั่นในระบบประชาธิปไตยยึดมั่นระบบรัฐสภา ดั่งนั้นต้องมีนโยบายวิสัยทัศน์นำเสนอให้พี่น้องของภาคเหนือภาคอีสานและทุกภาคทั่วประเทศ หมดยุคใช้การเมืองแบบเก่าๆโจมตีกันไปโจมตีกันมาทุกฝ่ายมาต่อสู้กันจนสูญเสียเลือดเนื้ออย่างทีผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่จะเป็นผู้นำของประชาธิปไตยและเป็นผู้นำความก้าวหน้าและทันสมัย โดยจะผลักดันให้เมืองเชียงใหม่เป็นครีเอทีฟล้านนาเป็น ครีเอทีพเชียงใหม่ให้เป็นฮับ เป็นฐานสร้างรายได้ให้กับประชาชนและรายได้ให้กับประเทศ
ความมุ่งหวังทันทีที่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ทุกคนจะเห็นโฉมหน้าใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากไปภาคอีสานพี่อให้การต้อนรับดีมากเพราะบอกว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน จะทำให้การเมืองเป็นสีขาวการเป็นสุภาพบุรุษสุภาพสตรีเป็นยุคใหม่ของการเมืองไทยพร้อมจะปักธงสีขาวในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเน้นการเมืองสีขาวที่ไม่ต้องมารบกันอีกมีรัฐประหารอีก ซึ่งตนเองจะไม่ให้ประชาชนต้องมาต่อสู้สูญเสียชีวิตกันอีกต่อไป ความร้าวฉานอันนั้นจะต้องกลายเป็นอดีตสิ่งเหล่านี้จะต้องสร้างร่วมกันกับพี่น้องคนไทยทุกคนทุกภาคเราคือครอบครัวเดียวกัน "วัน แฟมมิลี่ เบอร์ 3 "






แถลงข่าวการจัดงาน หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2



การแถลงข่าวการจัดงาน “หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2
นายอภิวัฒน์ ธีระวาสน์ พัฒนาการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นายอรรถชากัมปนาทแสนยากร นายอำเภอดอยสะเก็ด นางสาวทัศนีย์ ยะจา ประธานเครือข่ายศิลปินโอทอปแห่งประเทศไทย นายปิยะ สุวรรณพฤกษ์ รองประธานเครือข่ายศิลปินโอทอปแห่งประเทศไทย และ นายเชวง โล่ห์เจริญสุข ประชาสัมพันธ์เครือข่ายศิลปินโอทอปแห่งประเทศไทย ดำเนินการแถลงข่าวการจัดงาน “หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2 โดยมี นายธวัช  ใสสม หัวหน้ากลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน นางลัดดา พรหมเมือง หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศการพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ นางสุรีย์พร รุ่งเรือง พัฒนาการอำเภอดอยสะเก็ด และสื่อมวลชน เข้าร่วมแถลงข่าวการจัดงานฯ ณ.เชียงใหม่ศิลาดล บ้านดวงดี หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเป้า อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดงานในครั้งนี้
ด้วยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้จัดทำโครงการศิลปิน OTOP โดยดำเนินการคัดเลือกศิลปินOTOP เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผลการดำเนินงานศิลปิน OTOP โดยคัดเลือกผลงานศิลปิน OTOP ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 จำนวน 100 คน และ ปี พ.ศ. 2560 จำนวน 32 คน รวมทั้งสิ้น 132 คน จากผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่มีการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการแสดง ศิลปหัตถกรรม ประติมากรรม ซึ่งลงทะเบียน OTOP ใน ปี พ.ศ.2557-2558 หรือปี พ.ศ. 2559-2560 จากทั่วประเทศ
ในปี พ.ศ. 2561 เครือข่ายศิลปิน OTOP แห่งประเทศไทย ได้ระดมทุนจากกลุ่มเครือข่ายฯ ร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ กำหนดจัดงาน “หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2”ระหว่างวันที่ 21 – 23  กันยายน  2561 ณ เชียงใหม่ศิลาดล  บ้านดวงดี หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเป้า อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยยกทัพ “เครือข่ายศิลปิน OTOP” จำนวน มากกว่า 100 ชีวิต จากทั่วประเทศ ร่วมจัดแสดงผลงานเพื่อสืบสานมรดกภูมิปัญญา และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ จะได้มีแนวคิดในการสานต่อมรดกอันล้ำค่านี้สืบไป
ทั้งนี้ ได้รับการส่งเสริมสนับสนุน จากกรมการพัฒนาชุมชน และ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ปรึกษาและช่วยส่งเสริมสนับสนุน ขับเคลื่อนเพื่อให้เป็นต้นแบบความเข้มแข็งยัง เครือข่าย กลุ่ม องค์กร อื่นๆต่อไป
วัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลงานของศิลปิน OTOP อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคีและสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายศิลปิน OTOP โดยกิจกรรมที่จัดภายในงานประกอบด้วย
(1) การจัดแสดงนิทรรศการผลงานของศิลปิน OTOP จากทั่วประเทศ
(2) การจำหน่ายสินค้าของศิลปิน OTOP  จากทั่วประเทศในราคาพิเศษ
(3) การเปิดแกลลอรี่แสดงผลงานของศิลปิน OTOP
(4) แสดงผลงานบนบ้านไม้เรือนไทย แสดงหัตถศิลป์ด้าน งานเครื่องปั้นดินเผา งานผ้า งานเบญจรงค์ งานเครื่องประดับ งานจักสาน งานทองเหลือง งานเครื่องถม งานไม้ งานเครื่องหนัง พร้อมพบกับไฮไลท์ผลิตภัณฑ์เด่น โดยเชียงใหม่ศิลาดล ฯ จะนำผลงานคอลเลคชั่นพิเศษ ชุดของตกแต่งเครื่องปั้นดินเผาเคลือบศิลาดลด้วยเทคนิคพิเศษแห่งแรกในประเทศไทย มูลค่าหลักล้านบาทมาร่วมแสดงในวันงานดังกล่าว
การจัดงาน“หัตถศิลป์ ศิลปิน OTOP ครั้งที่ 2” ทางจังหวัดเชียงใหม่ และ ศิลปิน OTOP ได้รับเกียรติจาก นายอภิชาติ  โตดิลกเวชช์  อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมทั้ง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ทั้ง 3 ท่าน ร่วมพิธีเปิดงานฯ ในวันที่ 22 กันยายน 2561 เวลา 17.00 น. ณ เชียงใหม่ศิลาดล บ้านดวงดี หมู่ที่ 6 ตำบลป่าเป้า อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชนส่งเสริมสนับสนุน และผู้ประกอบการหรือ ภาคประชาชน ความรู้ ความสามารถ และมีความพร้อม ช่วยกันขับเคลื่อนงาน จะส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมงาน "หัตถ์ศิลป์ ศิลปิน ครั้งที่ 2 "ได้ที่ 089-991-2901 หรือ www.facebook.com/เครือข่ายศิลปินโอทอป หรือ ที่สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ 0-5311 2647-8
ข่าวโดย : สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ 0 – 5311 2647 – 8 ต่อ 51