<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 25 มิย. 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ...............>>>>

'สมเด็จพระบรมฯ' พระราชทาน' ส.ค.ส.ปีใหม่ ๒๕๕๗


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานส.ค.ส.เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2557 พิมพ์ด้วยกระดาษสีเหลืองอ่อนมีทั้งหมด 3 แผ่น
 
เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2556 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานส.ค.ส. เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2557 สร้างความปลื้มปีติเป็นล้นพ้นอย่างหาที่สุดมิได้แก่พสกนิกรชาวไทย
 
สำหรับส.ค.ส.พระราชทาน พิมพ์ด้วยกระดาษสีเหลืองอ่อน มีทั้งหมด 3 แผ่น แผ่นแรก มี 3 หน้า หน้าแรก เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ม.ว.ก. ภายใต้พระอนุราชมงกุฎและตราจักรี ข้อความภาษาอังกฤษว่า Season"s Greetings and Best Wishes for a Very Happy New Year ลายพระนามาภิไธย และข้อความภาษาอังกฤษว่า From Their Royal Hignesses the Crown Prince and Princess of Thailand


 หน้าที่ 2 เป็นพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฉายร่วมกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ หน้าที่ 3 เป็นพระรูปพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา หน้าที่ 4 เป็นพระฉายาลักษณ์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์


 แผ่นที่ 2 เป็นพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงฉายร่วมกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และแผ่นที่ 3 เป็นพระรูปพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์


ข่าว  news center/เว็บไซต์สยามรัฐ
กมล เครือนิล สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

พระราชกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ ๕ ธันาคม ๒๕๕๖









พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคม ท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม 
วังไกลกังวลอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในพระราชพิธีเฉลิพระชนมพรรษา  86 พรรษา 
วันที่  ๕  ธันวาคม   พศ.๒๕๕๖   เวลา   ๑๐.๓๐ น.  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกท้องพระโรง ศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์  ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายในนพปฎลมหาเศวตฉัตร  พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการ ทุกหมู่เหล่าเฝ้าฯ ถวายถวายพระพรชัยมงคล ในพระราชพีธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕  ธันวาคม ๒๕๕๖
ภาพข่าว : สำนักพระราชวัง
กมล เครือนิล สำนักข่าวเชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน.

ผู้ว่าฯลุยเองเก็บขยะหลัง "ยี่เป็ง"





" ที่นี่....เชียงใหม่ " BREAKING NEWS
   19 พย.56
ภายหลังการจัดงานเทศกาลยี่เป็งอย่างคึกคักในจังหวัดเชียงใหม่เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา เช้านี้ (19 พ.ย.) นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำเจ้าหน้าที่เทศบาลรวมถึงกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันลงพื้นที่ทำความสะอาดลำน้ำปิงภายหลังการจัดงานเทศกาลยี่เป็ง ที่มีกระทงและเศษวัสดุต่างๆ ลอยเกลื่อนมารวมกันที่บริเวณประตูน้ำท่าวังตาล ต.ป่าแดด อ.เมือง เชียงใหม่ รวมถึงจุดต่างๆ ในลำน้ำปิงเพื่อให้กลับมาใสสะอาดดังเดิม









กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

สมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์



สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 19.30น.เนื่องจากติดเชื้อในกระแสพระโลหิต รัฐบาลประกาศไว้ทุกข์15วันลดธงครึ่งเสา
เมื่อวันที่ 24 ต.ค.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้เผยแพร่แถลงการณ์เรื่อง “พระอาการประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ขณะประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่9” ความว่า
วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษารายงานว่า  สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้สิ้นพระชนม์ลงแล้ว เมื่อเวลา 19.30น.ของวันนี้ สาเหตุเนื่องจากการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน


อนึ่ง 
สำนักพระราชวังได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง ไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก ความว่า เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการ ฯ ให้ประกาศว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) สิ้นพระชนม์ เนื่องจากการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2556 เวลา 19.30 นาที
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ด้วยความเศร้าสลดพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก 15 วัน นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2556 ถึง วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2556 และโปรดเกล้า ฯ ให้ประดิษฐานพระศพไว้ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร และถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณีทุกประการ


ด้าน สํานักนายกรัฐมนตรี ได้ออกประกาศ เรื่อง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) สิ้นพระชนม์ ระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศสํานักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) สิ้นพระชนม์ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2556 นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง และได้พิจารณาเห็นว่า โดยที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจรญิ สุวฑฺฒโน) ได้บําเพ็ญสรรพกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ยิ่งแก่บวรพระพุทธศาสนาและการปกครองคณะสงฆ์ในสังฆมณฑล ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวไทยตลอดมา จึงเห็นสมควรประกาศดังนี้
1.ให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษา ทุกแห่งลดธงครึ่งเสา มีกําหนด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 25-27 ตุลาคม 2556
2. ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ไว้ทุกข์มีกําหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2556 ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556


ขอถวายบุญกุศลทั้งปวงที่บำเพ็ญมาตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน ณ วินาทีนี้แด่เจ้าพระคุณฯสมเด็จพระสังฆราช 
ขอรวมกุศลทั้งปวงเป็นแสงสว่างไสวใสบริสุทธิ์ถวาย จิต แห่งพระองค์ท่านให้ยิ่งสว่างไสวผ่องแผ้วยิ่งๆขึ้นไป 
สิ่งใดทางกาย วา
จา ใจที่อาจมีล่วงเกิน ทั้งรู้และไม่รู้ตัว
ข้าพเจ้ากราบขอขมากรรมทั้งหมด ขอโมทนากุศลทุกสิ่งที่ทรงปฏิบัติมา และจะทรงบำเพ็ญต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในพระสังขารหรือใดๆ ขอพระรัตนตรัยโปรดชี้นำและเปิดทางสว่างให้ข้าพเจ้าขอปฏิบัติธรรม เดินจิตได้ถูกธรรม เพื่อให้สมเป็นผู้เดินตามรอยธรรมของพระผู้ประเสริฐและงดงามพระองค์นี้ด้วยเทอญ
"



กมล เครือนิล 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

23 ตุลาคม "วันปิยมหาราช"




"เราตั้งใจอธิษฐานว่า
เราจะกระทำการจนเต็มกำลังอย่างที่สุด
ที่จะทำให้กรุงสยามเป็นประเทศอันหนึ่ง
ซึ่งมีอิสรภาพและความเจริญ"
จุฬาลงกรณ์ ปร.

พระสยามินทร์โธ วโรอิติ พุทธสังมิ อิติอะระหัง
สหัสหากายัง วรังพุทโธ นะโมพุทธายะ
ขอพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
อันหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม

วันปิยมหาราช ตรงกับวันที่ 23 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่อย่างล้นเหลือของพสกนิกรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ พระองค์จึงได้รับการถวายพระราชสมัญญานามว่า "สมเด็จพระปิยมหาราช" ซึ่งมีความหมายว่า "พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน" ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ 23 ตุลาคม เป็น "วันปิยมหาราช"
ในวันปิยมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ จะเสด็จฯ ไปวางพวงมาลา ณ พระบรมรูปทรงม้าซึ่งตั้งอยู่ที่หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นประจำทุกปี

ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
และ Youtube.com
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

วันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี



พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง พลตำรวจเอกหญิง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พระนามเดิม: สังวาลย์ ตะละภัฏ; พระราชสมภพ: 21 ตุลาคม พ.ศ. 2443 ณ จังหวัดนนทบุรี — สวรรคต: 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 ณ กรุงเทพมหานคร) เป็นพระชายาในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระราชชนนีในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบัน
พระองค์มีพระนามที่นิยมเรียกกันว่า สมเด็จย่า และพระองค์ยังมีพระสมัญญานามว่า แม่ฟ้าหลวง ที่ชาวไทยภูเขาจากภาคเหนือถวายแด่พระองค์ เนื่องจากทรงเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขาที่อาศัยในถิ่นทุรกันดาร และได้พระราชทานความช่วยเหลือผ่านทางเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง เปรียบเสมือนพระองค์เสด็จมาจากฟากฟ้าช่วยให้พวกเขามีวิถีชีวิตที่ดีขึ้น
วันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระอาการทรุดลง เนื่องด้วยมีพระอาการแทรกซ้อนทางพระยกนะ (ตับ) และพระวักกะ (ไต) ไม่ทำงาน พระหทัย (หัวใจ) ทำงานไม่ปกติ ความดันพระโลหิตต่ำทำให้เกิดภาวะเป็นกรดในพระโลหิต คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาความผิดปกติของระบบต่าง ๆ รวมทั้งการฟอกพระโลหิตด้วยเครื่องไตเทียมและกรองสารพิษซึ่งเกิดจากภาวะผิดปกติของพระยกนะ แต่พระอาการคงอยู่ในภาวะวิกฤต จนกระทั่ง เวลา 21.17 น. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเสด็จสวรรคต สิริพระชนมายุ 94 พรรษา
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

ประมวลภาพ นายกจีนเยือนจังหวัดเชียงใหม่

ประมวลภาพ 
นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
นายหลี่ เค่อเฉี่ยง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนมีกำหนดเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยจะเดินทางมาเยือนจังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ 12 – 13 ตุลาคมนี้












ขอบพระคุณรูปและวิดีโอ จาก ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่
กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

อุตุฯเตือนภัย พายุ “นารี"



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุ “นารี”" 

ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2556
        เมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ (12 ต.ค. 56) พายุไต้ฝุ่น “นารี” (NARI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 1,100 กิโลเมตรทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 15.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 15-16 ตุลาคม 2556 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน และพายุดีเปรสชันตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้านตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางกับมีลมแรงได้       อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกเพิ่มมากขึ้น ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนน้อย สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณภาคใต้มีฝนลดลงในระยะนี้
       
       ประกาศ ณ วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เวลา 11.00 น.
       (ลงชื่อ) วรพัฒน์ ทิวถนอม
        (นายวรพัฒน์ ทิวถนอม)
        อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา



ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา : http://www.tmd.go.th/index.php

กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน

ข่าวประชาสัมพันธ์โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เชียงใหม่



คุณสเตล่า จาคอปป์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เชียงใหม่ พร้อมทีมงานให้การต้อนรับ วง The Impossible นำทีมโดย คุณเศรษฐา ศิระฉายา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล - ขับร้อง) พร้อมครอบครัว อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง เนื่องในโอกาสเข้าพัก ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เชียงใหม่ พร้อมเปิดคอนเสิร์ตอย่างเต็มรูปแบบ “จากวันนั้น...ถึงวันนี้ เพราะมีคุณ”
Ms.Stella Jacobs, Gm of Holiday Inn Chiangmai , recently gave a warm welcomed to Thailand’s famous band “The Impossible” one of the legendary music bands in Thailand during their big concert in Chiang Mai’s and stay at Holiday Inn Chiangmai recently.
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน


วันแรกสมัครนายกฯเมืองเชียงใหม่คึกคัก 4 ผู้สมัครกองเชียร์เพียบ


บรรยากาศเช้าวันแรกของการสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่คึกคัก มีผู้สมัครแล้ว 4 คน ท่ามกลางบรรดากองเชียร์มาร่วมให้กำลังใจหลายพันคน

บรรยากาศการสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่คึกคักตั้งแต่เช้า เมื่อบรรดาผู้สมัครและกองเชียร์มาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม จนทำให้บริเวณด้านหน้าสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่แออัดอย่างมาก เช้าวันแรกมีผู้สมัครมาก่อนเวลา 08.00 น. 4 คน คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ใช้วิธีจับฉลาก


ผู้ที่ได้หมายเลข 1 คือนางสาวธิดารัตน์ ศิริวิทยากร จากกลุ่มเพื่อเชียงใหม่ ชูนโยบายสร้างมิติใหม่เมืองเชียงใหม่ ยกระดับเมืองเชียงใหม่ ดูแลประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ในฐานะผู้สมัครหน้าใหม่ไม่หนักใจ และจะลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนอย่างเต็มที่


ขณะที่หมายเลข 2 นายสัมพันธ์ ฉัตรมงคลพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ โดยกล่าวว่าหากไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียงก็มีสิทธิ ชูนโยบายแก้ปัญหาน้ำท่วม ความยากจนและความสามัคคี และบังคับใช้กฎหมายเป็นนิติธรรม ไม่รู้สึกหนักใจในการแข่งขันครั้งนี้


หมายเลข 3 นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่สมัยที่ผ่านมา จากกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม โดยกล่าวว่าตลอดระยะ 4 ปีที่ผ่านมาได้ทำผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ หากได้รับเลือกให้ปฏิบัติหน้าที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดทั่วพื้นที่สาธารณะ จัดการระบบระบายน้ำ และดูแลสุขภาพประชาชน มุ่งสนับสนุนเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก ไม่รู้สึกหนักใจที่มีคู่แข่งจำนวนมาก ขอให้แข่งขันตามระบอบประชาธิปไตย


และหมายเลข 4 คือนายพรชัย จิตรนวเสถียร ผู้สมัครจากกลุ่มอานันทภูมิ กล่ววว่าตนเองมีทีมงานที่ดี มีประสบการณ์ นโยบายที่นำเสนอ คือการปรับสภาพของเมืองในองค์รวม ให้กลับมาสู่เมืองที่นักท่องเที่ยวเพิ่มทุกวัน เป็นเมืองน่าอยู่ภายใน 1 ปี ถนน ทางเท้า สายไฟฟ้า ป้าย ต้นไม้ ทางสำหรับผู้พิการ ระบบสาธารณูปโภค การศึกษาของเยาวชนเพื่อให้เกิดการต่อยอด ต้องการยกระดับเมืองเชียงใหม่ให้เป็นเมืองน่าอยู่น่าเที่ยวที่สุดในเอเชีย 


ขณะที่นายพานิช ไชยศรี ประธานกรรมการการเลือกตั้งเทศบาลนครเชียงใหม่กล่าวว่าการเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 23-27 กันยายน 2556 มีการวางแผนเตรียมรับมือ ทำงานเชิงรุก เจ้าหน้าที่ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค โดยจะให้ความรู้กับประชาชนเพื่อสร้างความตระหนัก ปลุกจิตสำนึกและใช้กฎหมายบังคับ โดยจะจัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าให้มีผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 65-70
สำหรับการเลือกตั้งจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 โดยเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 100,800 คน มีหน่วยเลือกตั้ง 148 หน่วย โดยเป็นกังวลว่าช่วงดังกล่าวเป็นช่วงที่นักศึกษากลับบ้าน เกรงจะไม่มาลงคะแนน

ภาพโดย กมล เครือนิล ข่าวโดย ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่ 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน




ปกรณ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส.เชียงใหม่ หัวใจล้มเหลวเสียชีวิตแล้ว


ด่วน......
ปกรณ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สส.เชียงใหม่  เสียชีวิตแล้วด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ที่โรงพยาบาลศิริราช โดยศพจะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ เวลาประมาณ 15.00 น. หลังจากนั้นจะมีพิธีรดน้ำศพที่วัดเจดีย์หลวง 
นายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อไทย เกิดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2501 ที่จังหวัดเชียงใหม่ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และระดับปริญญาโท สาขารัฐศาสตร์การเมืองการปกครอง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
นายปกรณ์ เคยเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ได้รับแต่งตั้งเป็นเทศมนตรีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 ถึงปี พ.ศ. 2540 
และเป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ 2 สมัย ในระหว่างปี พ.ศ. 2541 ถึงปี พ.ศ. 2543 เขามีผลงานที่สำคัญคือ 
การผลักดันถนนคนเดินบริเวณถนนราชดำเนินจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นถนนคนเดินสายหลักของจังหวัดเชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน 
จากนั้นได้สมัครเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคชาติพัฒนา แต่ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544 ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคไทยรักไทย และได้ชัยชนะในการเลือกตั้ง ด้วยคะแนนกว่าสามหมื่นสามพันคะแนน เอาชนะนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล จากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้คะแนนสองหมื่นห้าพันคะแนนเศษ
ในปี พ.ศ. 2549 นายปกรณ์ เป็นหนึ่งในกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และเข้ามามีบทบาททางการเมืองอีกครั้ง ในปี พ.ศ. 2555 โดยสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2555

ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี  http://th.wikipedia.org
และภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน



ไลออนส์สากลภาครวม 310 ร่วมหลายฝ่ายจัดแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทย


สโมสรไลออนส์สากลภาครวม 310 ประเทศไทย กับ กระทรวงศึกษาธิการ อบจ.เชียงใหม่ ม.แม่โจ้ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันตอบคำถาม จากหนังสือสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังนิสัยให้เยาวชนรักการอ่าน รักการค้นคว้า ใฝ่หาความรู้ ซึ่งมีอยู่ในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนถึง 7 สาขาวิชา โดยหวังจะกระตุ้นให้นักเรียนค้นคว้าหาความรู้สาขาวิชาต่าง ๆ
 เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2556 09.00 น.นายบุญเลิศ บูุรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีเปิดการแข่งขันตอบคำถามสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ครั้งที่ 19 ณ ศูนย์กีฬากาญจนาภิเษก ร.9 มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ 
โดยการแข่งขันในครั้งนี้จัดให้มีการแข่งเป็น 3 ระดับ เริ่มจากระดับจังหวัด ระดับภาคและระดับประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี องค์ที่ปรึกษาโครงการ ฯ การแข่งขันดำเนินไปในวัน เวลา กติกาและข้อสอบเดียวกันทั่วประเทศการรับสมัครเข้าแข่งขันระดับจังหวัดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ มี โรงเรียนสมัครเข้าแข่งขัน 234 ทีม ๆ ละ 3 คน
            โดยได้ผลการแข่งขันดังนี้ 
รางวัล ชนะเลิศ เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 9 อ.แม่อาย 
รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ชุมชนบ้านถาย อ.แม่อาย
รองชนะเลิศอันดับที่ 2 บ้านเมืองหลวง อ.เวียงแหง
รองชนะเลิศอันดับที่ 3 เชียงดาววิทยาคม อ.เชียงดาว
รองชนะเลิศอันดับที่ 4 บ้านเมืองนะ อ.เชียงดาว 

            ชั้นประถมศึกษาระดับจังหวัด (เชียงใหม่) 
รางวัลชนะเลิศ สันป่าสักวิทยา อ.แม่แตง
รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ชุมชนอพยพแปลง 4 อ.ดอยเต่า
รองชนะเลิศอันดับที่ 2 อนุบาลเชียงใหม่ อ.เมือง
รองชนะเลิศอันดับที่ 3 บ้านไร่ อ.ดอยเต่า
รองชนะเลิศอันดับที่ 4 ดาราวิทยาลัย อ.เมือง 
           โดยงานนี้มีผู้ให้การสนับสนุนการจัดแข่งขันฯซึ่่งประกอบด้วย
1. บริษัท นิ่มซีเส็ง จำกัด บริจาคน้ำดื่ม จำนวน 2,000 ขวด
2. องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่สนับสนุน จำนวน 100,000 บาท
3. ไลออน อรรณพ วิทยะสิรินันท์สนับสนุน เงิน จำนวน 100,000 บาท
4. การไฟฟ้าฝ่ายผลิต สนับสนุน เงิน จำนวน 25,000 บาท
5. สโมสรไลออนส์ จำนวน 15 สโมสรในจังหวัดเชียงใหม่


สำหรับโรงเรียนที่ผ่านรอบแรก จากจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร ที่ผ่านเข้ารอบการแข่งขันตอบสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ครั้งที่ 19 จำนวน 5 ลำดับ ทั้ง 2 ช่วงชั้น 
นัดหมายพบกันอีกครั้งในการแข่งขันฯ ระดับภาครอง ในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2556 
เวลา 08.30-14.30 น. ณ โรงเรียนวชิรวิทย์ ฝ่ายมัธยม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ สนามแข่งขันที่ 2 (สนามแข่งขันที่ 1 คือกรุงเทพมหานคร) นอกจากนี้จะมีการจัดแข่งขันประกวดแต่งบทกลอน และประกวดวาดภาพ ครั้งที่ 5 หัวข้อ " สารานุกรมไทยฯ ก้าวไกล ทันโลก ระดับภาครองในวันเวลาและสถานที่เดียวกัน ด้วย 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากสโมสรไลออนส์ทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร ติดต่อสอบถามและสมัครได้ที่ 
ไลออน ประยงค์ บูรณานุสรพงษ์ โทร. 081-7643709 ภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2556




 ภาพข่าว โดย กมล เครือนิล 
ขอบคุณข้อมูลจาก Bunnak AlumniPyu Chiangmai
ชมภาพบรรยากาศภายในงานเพิ่มเติม CLICK
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน






คนสวนสัตว์ พี่งสิ่งศักดิ์สิทธ์ ค้านรวม "พิงคนคร"


บุคลากรสวนสัตว์เชียงใหม่รวมตัวจัดพิธีทำบุญที่โบราณสถานวัดกู่ดินขาว คัดค้านแผนควบรวมสวนสัตว์เชียงใหม่เข้าสังกัดสำนักงานพัฒนาพิงคนคร องค์การมหาชน ยืนยันหากร้องเรียนแล้วไม่มีทางออกเตรียมฟ้องศาลปกครอง และขอถวายฎีกา

พนักงานและลูกจ้างของสวนสัตว์เชียงใหม่ จำนวนกว่า 200 คน สวมเสื้อสีขาวร่วมกันทำบุญขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่โบราณสถานวัดกู่ดินขาว ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยปกป้องคุ้มครองสวนสัตว์เชียงใหม่ ไม่ให้ถูกควบรวมไปอยู่ในสังกัดสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงจุดยืนของกลุ่มเจ้าหน้าที่และพนักงานที่ต้องการให้สวนสัตว์เชียงใหม่ยังคงอยู่ในสังกัดองค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตามนโยบายของรัฐบาลที่กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการพิจารณาในขณะนี้ โดยนายวิมุต ชมพานนท์ นักวิทยาศาสตร์สวนสัตว์ 3 ตัวแทนกลุ่มพนักงานและลูกจ้างของสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า ทั้งหมดต้องการแสดงถึงจุดยืนที่มีความรักในองค์กร และไม่ต้องการให้สวนสัตว์ควบรวมกับสำนักงานพัฒนาพิงคนครฯ เนื่องจากไม่มีความชัดเจนว่าการควบรวมดังกล่าวมีนโยบายแนวทางการดำเนินการและโครงสร้างขององค์กรในอนาคตอย่างไร ทราบเพียงว่าต้องควบรวมเท่านั้น โดยไม่มีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดกับพนักงานและลูกจ้าง ประชาชน สัตว์ภายในสวนสัตว์ และพื้นที่แวดล้อมโดยรอบ ส่งผลให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคง ขณะเดียวกันก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากผู้บริหาร ทั้งนี้แม้จะมีการระบุว่าหากใครไม่สมัครใจโยกย้าย ก็สามารถสังกัดอยู่กับองค์การสวนสัตว์ต่อไปได้ แต่ในทางปฏิบัติก็ต้องโยกย้ายไปทำงานจังหวัดอื่นที่เป็นที่ตั้งของสวนสัตว์ สร้างความเดือดร้อนให้พนักงานและลูกจ้างอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เหมือนบังคับให้ไปสังกัดอยู่กับสำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)โดยปริยาย โดยพนักงานทุกคนยินดีที่จะรับฟังการชี้แจงเหตุผลในการควบรวม และจะยกระดับการเคลื่อนไหวตามสถานการณ์ และหากไม่สามารถพึ่งพาใครได้ ก็จะฟ้องร้องต่อศาลปกครอง หรือยื่นถวายฎีกาตามลำดับ








ภาพโดย กมล เครือนิล ข่าวโดย ธนวันต์ ชุมแสง สวท. เชียงใหม่ 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน