<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 25 มิย. 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ...............>>>>

นักเรียนกว่าพัน ฮือไล่ ผอ. โรงเรียนดังเชียงใหม่ โวยบริหารไม่โปร่งใส


"ที่นี่....เชียงใหม่" นักเรียนกว่าพัน ฮือไล่ ผอ. โรงเรียนดังเชียงใหม่ โวยบริหารไม่โปร่งใส ถลุงงบจับจ่ายซื้อของราคาสูงเกินจริง พูดจาหยาบคาย เรียกร้องให้ย้ายพ้นตำแหน่งภายใน 24 ชั้่วโมง ขณะที่ ผอ.สพม.34 รุดเจรจาย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
 เหตุการณ์นักเรียนปิดประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 16 ก.ย.58 โดยทางผู้สื่อข่าวได้ทราบมาว่าที่บริเวณภายในโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เชียงใหม่ ได้มีนักเรียนภายในโรงเรียนจำนวนหลายร้อยคนทำการรวมกลุ่มประท้วงเพื่อขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียนเนื่องจากไม่พอใจในการดำเนินการบริหารโรงเรียนและมีการนำเงินงบประมาณไปใช้ในทางที่ไม่โปร่งใส โดยนักเรียนกลุ่มใหญ่ได้ทำการถือป้ายประท้วงที่มีข้อความขับไล่และต่อว่าผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว อีกทั้งมีแกนนำนักเรียนพูดเกี่ยวกับเรื่องความไม่โปร่งใสในการบริหารงานที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็น และไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของนักเรียนภายในโรงเรียน โดยเหตุการณ์ได้ยืดเยื้อนานกว่า 1 ชั่วโมง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ต้องเข้ามาดูแลความเรียบร้อยของการชุมนุมในครั้งนี้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับเด็กนักเรียนและผู้อยู่ในเหตุการณ์ 
 ทั้งนี้หลังจากการชุมนุมผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงทางเจ้าหน้าที่ สพม. ต้องเรียกทางผู้บริหารและตัวแทนนักเรียนเข้าพูดคุยไกล่เกลี่ยในห้องประชุมในเวลาต่อมา ขณะเดียวในส่วนของการชุมนุมได้มีกลุ่มผู้ปกครองบางส่วนเดินทางมารับบุตรหลานของตนออกจากโรงเรียน เพื่อไม่ให้มีส่วนร่วมกับการชุมนุม เนื่องจากเกรงจะมีผลกระทบกับการเรียนในระยะต่อไป อย่างไรก็ตามล่าสุดทางโรงเรียนได้ยกเลิกการเรียนการสอนในวันนี้เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับเด็กนักเรียนแล้ว ขณะที่เด็กนักเรียนบางส่วนได้กลับห้องเรียนเนื่องจากมีการสอบวัดผลด้านความรู้ในบางรายวิชา 
 ด้านของนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มชุมนุมระบุถึงเหตุการณ์นี้ว่า การที่นักเรียนวัฒนโนพายัพเชียงใหม่ได้ออกมาประท้วงในครั้งนี้เนื่องจากพบความไม่โปร่งใสในการบริหารของผู้อำนวยการ นำงบประมาณของโรงเรียนไปใช้ในด้านที่ไม่มีประโยชน์ เช่น การนำงบไปซื้อเบาะรถใหม่ โดยให้เหตุผลว่า เบาะเดิมนั้นนั่งไม่สบาย การเบิกงบประมาณจำนวนหนึ่งไปซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด แต่ผลปรากฏว่าได้เครื่องต้มกาแฟราคา 6 หมื่นมาแทน โทรทัศน์จอแอลซีดีที่จะมีการตั้งไว้ด้านหน้าโรงเรียน และอีกหลายเรื่องที่ไม่ขอเอ่ยถึง
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเวลาต่อมาประมาณ 10.30 น. ทาง นายสิทธิชัย มูลเขียน ผอ.สำนักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 ได้เดินทางเข้าชี้แจงกับทางกลุ่มนักเรียนที่ทำการชุมนุมถึงแนวทางการดำเนินการว่า จากการดำเนินการประชุมร่วมกับทางคณะครูและตัวแทนของนักเรียนเบื้องต้นได้ข้อสรุปในส่วนของการเรียกร้อง โดยประการแรกกับการกล่าวหาและข้อมูลเท็จจริงต่างๆ ที่ได้ทำการประชุมกันเมื่อครู่นี้ โดยทาง สพม.จะได้ดำเนินการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อทำการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่ทางผู้อำนวยการ นิคม สินธุพงษ์ ถูกกล่าวหาใน 9 ประเด็น ซึ่งข้อกล่าวหาที่ทางนักเรียนและกลุ่มชุมนุมได้สรุปให้กับทางผู้เกี่ยวข้องเมื่อประมาณ 1 ชั่วโมง ที่ผ่านมา และประการที่สอง เพื่อความเป็นธรรมทาง สพม. จะทำการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงว่าสิ่งที่ ผอ.นิคม สินธุพงษ์ ได้ถูกกล่าวหานั้นมีข้อเท็จจริงอย่างไร เพราะจะต้องไม่ฟังความข้างเดียวที่ถูกกล่าวหาไว้
 ขณะเดียวกันในส่วนของเรื่องที่นักเรียนได้เรียกร้องให้ทาง ผอ.นิคมฯ ได้ย้ายออกจากโรงเรียนภายใน 24 ชั่วโมง นั้น ด้วยในระบบราชการไม่สามารถทำได้ทันที โดยกระบวนการและเพื่อให้ความเป็นธรรมของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งการย้ายนั้นจะต้องทำเรื่องจากโรงเรียนหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง แต่เพื่อความเหมาะสมทางตนก็จะได้ใช้อำนาจที่เป็นตำแหน่งของตนให้ทาง ผอ.นิคมฯ ได้ไปปฎิบัติหน้าที่ในที่ใดที่หนึ่งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมก่อน ส่วนในเรื่องของการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น จะเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปและขอให้ทางกลุ่มนักเรียนที่ชุมนุมได้แยกย้ายกลับไปเรียนตามปกติในช่วงบ่าย
 อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นทางนักเรียนได้รับข้อเสนอที่พอใจ พร้อมทั้งได้สลายการชุมนุมเพื่อเข้าเรียนต่อในช่วงบ่ายแต่สำหรับด้านผู้อำนวยการโรงเรียนนั้นทาง ผอ.เขตฯ ได้สัญญาว่าจะให้ไปปฏิบัติราชการในสถานศึกษาอื่นก่อน และจะได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการที่เป็นธรรมต่อไป

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น