<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 8 ตุลาคม 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ....................>>>>

ชม.ประชุมแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ


เชียงใหม่จัดการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ และปล่อยขบวนรถฉีดพ่นน้ำ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายหลังจากที่สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันรุ่นแรง

เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. วันที่ ๑๑ มี.ค.๒๕๕๘ ที่หอประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบพระชนมพรรษา พลโท สาธิต พิธรัตแม่ทัพภาคที่ ๓ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี พลตรีศรายุธ รังษี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๓๓ พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๙ จังหวัดภาคเหนือ ได้เข้าร่วมประชุมการบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ ๙ จังหวัดภาคเหนือ  และร่วมกันปล่อยขบวนเจ้าหน้าที่และรถฉีดพ่นน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์หมอกควันที่กำลังรุนแรงอยู่ในขณะนี้
โดยในการประชุมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีการรายงานสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ๙ จังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีคุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนแล้วในพื้นที่ ๖ จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำพูน และพะเยา ที่มีแนวโน้มว่าจะขยายวงกว้างไปยังจังหวัดใกล้เคียงในปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายนนี้อีกด้วย
ทั้งนี้  พลโท สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ ๓ กล่าวว่า "สืบเนื่องจากปัญหาหมอกควันไฟป่าที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน ทำให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยถึงปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ดังนั้นจึงได้มีบัญชาไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้เร่งหาแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น และทางท่านผุ้บัญชาการทหารบกจึงได้สั่งการให้ทางกองทัพภาคที่ ๓ ดำเนินการจัดประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ๙ จังหวัดภาคเหนือ เพื่อที่จะช่วยกันบูรณาการทั้งคน เครื่องมือ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดจากหมอกควันและไฟป่าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในแต่ละพื้นที่"

ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" 
สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น