<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 20 สิงหาคม 60 )....พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง..................>>>>

รองผบ.ตร.เดือดจนท.สถานปฏิบัติธรรม สวนพนาวัฒน์ ยื้อไม่ให้เข้าตรวจ


รอง ผบ.ตร.เปิดยุทธการทวงคืนผืนป่า พบ พื้นที่สถานปฏบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ ผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 และ“ร่วมกันเข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่อสร้าง หรือ เผาป่าฯ”ก่อนเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบกระทำผิดจริง สั่งเพิกถอนพื้นที่โดยเร็ว อีกทั้งพบมีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณด้านหน้าสถานปฏิบัติธรรม  ด้านการบุกรุกพื้นที่ชาวบ้านเร่งเจ้าหน้าที่นำหลักฐานเข้าแจ้งความดเนินคดีตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สวนพนาวัฒน์ยื้อไม่ให้เข้าตรวจก่อน รอง.ผบ.ตร.เดือดใช้อำนาจบังคับใช้ตามกฎหมายเะร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้น
เวลา 10 .00 น. (วันที่11ส.ค.)ที่เทศบาลตำบลบ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ปหยัชว์บุญศรี รองผบชภ5 พล.ต.ต.พงสักก์ เชื้อสมบูรณ์. รองผบช.ภ.5  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารและหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเดินทางเข้าพื้นที่ด้วยเครื่องเฮลิคอปเตอร์ เข้าร่วมกันประชุมเปิด ยุทธการทวงคืนผืนป่าในการปราบปรามผู้บุกรุกที่สาธารณะและทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ ม.12ต.บ่อหลวง อ.ฮอดจ.เชียงใหม่ ,อุทยานธรรมแก้วกลางดอยเลขที่321 อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่,สถานปฏิบัติธรมมสวนสุขสบายม.13 ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่


พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ผอ. กล่าวว่า ตามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีนโยบายในการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น โดยได้มีคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีที่ 324/2558 ลงวันที่ 29 ต.ค.58 กำหนดให้มีการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ที่มีพฤติการณ์เป็นผู้กระทำความผิด 16 มูลฐานความผิด และ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2559 ลงวันที่ 29 มี.ค.59 เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ นั้น


จากการสืบสวน หาข่าวของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง พบว่าในพื้นที่ สถานปฏิบัติธรรม สวนพนาวัฒน์เลขที่ 355 ถ.ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข 108 สายฮอด-แม่สะเรียง ม.12 ต.บ่อหลวง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่มีการก่อสร้างอาคารและสิ่งปลูกสร้าง บุกรุกที่สาธารณะและทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้เข้าดำเนินการสืบสวน สอบสวน จับกุมตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี 


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการเข้าตรวจพื้นที่ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ชาวบ้านได้รับความเดือร้อนในการบุกรุกที่ดินทำกินของชาวบ้านก่อนจะเดินทางเข้าตรวจพื้นที่ภายในศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ โดยพบว่าได้มีเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติธรรมขอตรวจสอบหมายศาลในการเข้าตรวจค้นพื้นที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปเจรจาอยู่เป็นเวลานานประมาณ5นาทีโดยยืนยันว่าจะให้เพียงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายมนได้เท่านั้นและให้ลงรายชื่อก่อนเข้าไปก่อนที่พล.ต.ต.ศรีวราห์ รองผบ.ตร. ได้ลงจากรถยนต์มาเจรจาด้วยท่าทีค่อนข้างโมโหเนื่องจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ ไม่ยินยอมให้คณะเข้าไปด้านในก่อนที่จะหยิบหมายศาลแสดงต่อหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์อีกครั้งพร้อมทั้งใช้อำนาจหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฏหมายและอำนาจของเจ้าหน้าที่ทหารสั่งทำให้ทำการเปิดประตูเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์จึงยินยอมเปิดประตูให้เข้าไปภายในโดยให้เพียงคณะหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปเท่านั้นและห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปภายในอีกด้วย ทั้งนี้ใช้เวลาเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ประมาณ30นาที่ก่อนจะเดินทางออกมาให้สัมภาษณ์
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า วันนี้มาดูพื้นที่ของสถานปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ตามที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบและร้องทุกข์มา ซึ่งมีอยู่ 2 ส่วนที่บุกรุกป่า พ.ศ.2484 กับป่าสงวน 07 โดยจากการตรวจสอบพบความผิดปกติตามที่กรมป่าไม้ได้ร้องทุกข์จริง อีกทั้งพบว่าบริเวณด้านหน้าของสถานปฏิบัติธรรมสวนพนาวัฒน์ได้บุกรุกเขตป่าสงวนอีก ส่วนที่ทางส่วนพนาวัตรได้ติดตั้งป้าย รวมถึงเขตพื้นที่ทางหลวง ซึ่งก็ได้สั่งให้ดำเนินคดีเพิ่มเติม และส่วนที่จะดำเนินการต่อไปนอกจากส่วนที่บุกรุกแล้ว จะให้ตรวจสสอบการออกเอกสารสิทธิ์ จำนวน 478 ไร่ ในเบื้องต้นดูแล้วพบว่าเป็นเขตภูเขาสูง เป็นเขตป่าต้นน้ำ ปกติแล้วจะออกใบจองโฉนดไม่ได้ 





จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังทราบต่อมาว่า คนที่มีชื่อในใบจองครั้งแรก พบว่า ฐานะไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน เพราะที่ดินตามภูเขา จะออกใบจองได้เฉพาะผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินเท่านั้น และพบว่า การออกใบจองที่ดินดังกล่าว เป็นไปด้วยความไม่ชอบธรรม และทางสวนพนาวัฒน์ก็มาซื้อต่อที่ดินจากคนแรก ซึ่งได้ที่ดินมาด้วยความไม่ชอบทำโดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการเพิกถอนพื้นที่โดยเร็วและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ในส่วนของการบุรุกพื้นที่ทำกินของชาวบ้านบ่อพระแวนพบว่ามีการบุกลุกพื้นที่ลำเหมืองของพื้นที่ป่าสงวนโดยขั้นตอนหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจป่าไม้ต้องนำหลักฐานเข้าไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น