<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 15 มิย. 60 )....ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ...............>>>>

มทภ.3 คิกอ๊อฟ ปราบหมอกควันเหนือ


มทภ.3 คิกอ๊อฟ ปราบหมอกควันเหนือ ย้ำ 15 ก.พ.-15 เม.ย.ห้ามเผาเด็ดขาด ขณะที่ปีนี้แล้งหนัก กองทัพบกออกโครงการลงพื้นที่แก้ปัญหาทันทีทุกพื้นที่ ภายใน 2 อาทิตย์ ด้วยงบประมาณโครงการละไม่เกิน 3 แสนบาท 

เมื่อเวลา 10.30น. วันนี้ (14 มกราคม) ที่กองพันพัฒนาที่3 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พล.ท.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล มทภ.3 ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันภาค 3 ส่วนหน้า ได้เดินทางมาเป็นประธาน กิจกรรมคิกอ๊อฟ รณรงค์เพื่อแก้ไขป้องกันการเกิดไฟป่าและหมอกควัน ประจำปี 2559 โดยมีหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องอาทิ อบจ.เชียงใหม่,เทศบาลนครเชียงใหม่,สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16,สถานีควบคุมไฟป่า,เชียงใหม่ ปภ.เขต10 ลำปาง รวมทั้งนักเรียน และเยาวชนร่วมงานกว่า 2,500 คน
โดยกิจกรรมในงานมีการจัดนิทรรศการ การสาธิตการกำจัดวัชพืชทางการเกษตรเพื่อหลีกเลี่ยงการเผา สาธิตการทำแนวกันไฟ และความพร้อมของยุทโธปกรณ์ในการการดับไฟของจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนั้นยังได้มีการแสดงละครสมมติเกี่ยวกับปัญหาเรื่องไฟป่าหมอกควันและการเผาพืชผลเกษตรที่ทำให้เกิดผลเสียและแนวทางแก้ไขปัญหา และแสดงโชว์การดับไฟป่าโดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี ทั้งเครื่องพ่นน้ำบังคับ และการใช้เฮลิคอปเตอร์โปรยน้ำดับไฟ นอกจากนั้นยังมีการแสดงความสามารถของทหารม้า จากกองพันสัตว์ต่าง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ และการเดินสวนสนามจากเจ้าหน้าที่ทหารภายในจังหวัดเชียงใหม่,นศ.วิชาทหาร และนักเรียนจากหลายโรงเรียนภายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย
 พล.ท.สมศักดิ์ เปิดเผยว่า  พื้นที่ภาคเหนือของไทย ต้องประสบกับปัญหาไฟป่าและหมอกควันเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในห้วงเดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม ก่อให้เกิดความเสียหายต่อธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม  ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน  การคมนาคมทั้งทางบก และทาง อากาศ และกระทบต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ และเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือนั้น เกิดจากสาเหตุ 2 ประการ ได้แก่  เกิดจากธรรมชาติ เช่น  ลักษณะภูมิประเทศ สภาวะอากาศที่แห้งแล้ง  และการพัดผ่านของลมมรสุมที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล  ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ เป็นปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมได้  
แต่สาเหตุหลัก ที่ก่อให้เกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้แก่การกระทำของมนุษย์  เช่นการหาของป่า  ล่าสัตว์ การเผาไร่ การเผาขยะและการเผาหญ้าบริเวณข้างเส้นทางคมนาคม ซึ่งในส่วนนี้สามารถควบคุมได้ ด้วยการรณรงค์สร้างจิตสำนึก และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน  ให้หยุดพฤติกรรมต่างๆ ขณะที่ในวันนี้ ได้พบว่าทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่างตื่นตัว สามัคคี มีความพร้อมเพรียง และความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาหมอกควันอย่างจริงจัง ทำให้มีความมั่นใจว่า ปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ จะลดระดับความรุนแรงลงได้ในที่สุด
 นอกจากนั้น จากที่ได้มีการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจถึงชุมชน อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาวบ้านเองก็มีความตื่นตัวและตระหนักถึงผลเสียของการเผามากขึ้นมีการประยุกต์สิ่งของเครื่องใช้ และพัฒนานวัตกรรมในการช่วยดับไฟป่า อาทิ ติดถังน้ำกับรถจักรยานยนต์เพื่อเข้าดับในพื้นที่ ที่รถขนาดใหญ่และรถยนต์เข้าไม่ถึง  ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ให้ผลดีเยี่ยม ขณะที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหารได้แบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆได้แก่ ส่วนของการรณรงค์ป้องกันไฟป่าและหมอกควัน เกือบครบทุกพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่เสี่ยง และอีกส่วนที่สำคัญคือส่วนของชุดดับไฟป่า มีการจัดชุดปฏิบัติการในภาคเหนือ จำนวน 110 ชุด เฉพาะของทหาร 
 “ในห้วงตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมาจนถึง วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 จะมีการเข้มงวดด้านการลดพื้นที่การเผา และหากจำเป็นต้องเผาจริง ก็จะจัดการเผาอย่างเป็นระบบควบคุมและจำกัดพื้นที่การเผา หลังจากนั้นในห้วง 15 กุมภาพันธ์ จนถึง 15 เมษายน 2559 หรือ 60 วันงดเผาป้องกันหมอกควันพิษ จะมีมาตรการห้ามเผาอย่างจริงจัง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จับจริง ปรับจริง   เนื่องจากในช่วงดังกล่าวจะมีความกดอากาศจากประเทศจีนเข้ามาในพื้นที่ภาคเหนือ หากเกิดควันไฟต่างๆ จะไม่สามารถระบายออกได้ทำให้เกิดปัญหามลพิษหมอกควันปกคลุม ซึ่งปัจจุบันทุกอำเภอทกจังหวัดได้ทำแผนการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น แม้ว่าภาพรวมในปีนี้ คาดว่าจะแล้งรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา แต่จากความพร้อมและการดำเนินการป้องกันอย่างต่อเนื่องแล้ว เชื่อว่าในปีนี้พื้นที่การเผาจะลดลง และสามารถระงับหมอกควันไฟป่าไม่ให้มากกว่าปีที่แล้ว หรืออาจจะน้อยกว่าปีที่ผ่านๆมาได้” พล.ท.สมศักดิ์ กล่าว
 พล.ท.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะที่เรื่องของการป้องกันภัยแล้งนั้น ได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ชี้แจงสร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านแล้วว่า ปีนี้แล้งหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา ต้องมีการปรับตัวและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต โดยดำเนินการตาม 8 มาตรการของรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน การขยายเวลาชำระหนี้ และการสนับสนุนส่งเสริมการผลิต เป็นต้น โดยพยายามแก้ปัญหาอย่างตรงจุดมากที่สุด 
 “โดยขณะนี้ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ออกโครงการที่ชื่อว่า คนไทยหัวใจเดียวกัน ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมระหว่าง กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำพื้นที่ ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์ฯ ร่วมกับศูนย์ดำรงธรรมประจำจังหวัด ของทุกจังหวัด ลงพื้นที่สอบถามปัญหาของประชาชน โดยไม่ต้องรอราษฎรมาบอกปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งหลายปัญหาสามารถแก้ปัญหาได้ทันที ยกตัวอย่างเช่นการสร้างฝาย ขุดบ่อบาดาล การปรับปรงระบบประปาหมู่บ้าน และการขดลอกคูคลอง ซึ่งแท้จริงแล้วใช้เวลาและงบประมาณไม่มากนัก โดยอนุมัติได้ทันทีในการใช้งบประมาณ 1แสน ถึง 3 แสนบาทต่อโครงการ อาทิ รับทราบปัญหาวันนี้ อีกวันก็สามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้ทันที และปัญหาจะหมดลงภายในเวลา 2 อาทิตย์ เท่านั้น” พล.ท.สมศักดิ์ กล่าว
ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่" สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น