<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 12 สิงหาคม 60 )....มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม..................>>>>

ผึ้งน้อยเบเกอรี่ท้าพิสูจน์ “แซนวิชหมูหยอง” ยันของแท้ 5 ดาว


ผึ้งน้อยเบเกอรี่ท้าพิสูจน์ “แซนวิชหมูหยอง”นำลงชุบน้ำ-เผาไฟ ต่อหน้าสื่อมวลชน ยืนยันมาจากหมูหยองคุณภาพระดับ 5 ดาวของแท้ 
วันที่ 9 มิถุนายน 2560 เวลา 10.00 น. ที่บริษัท ผึ้งน้อยเบเกอรี่ จำกัด เลขที่ 9 ถ.อนุบาล 2 (หลิ่งกอก) ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายรัตน์ ปาละพงศ์ ประธานกรรมการบริษัทฯ นางผ่องพรรณ ปาละพงศ์ กก.ผู้จัดการ นางรัตนา ปาละพงศ์ รอง กก.ผู้จัดการ นางปิยฉัตร ไคร้วานิช เบอร์ทันท์ ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช.ภาคเหนือ นายพยงค์ แซ่ลิ้ม เจ้าของบริษัท พี.วาย.ฟู้ด จำกัดจาก จ.สมุทรปราการ และนายยุทธนา กล้าหาญ ผจก.ฝ่ายทรัพยากรบุคคลของผึ้งน้อยเบเกอรี่ แถลงต่อผู้สื่อข่าวถึงกรณีคลิปชาวจีนคนหนึ่งนำออกเผยแพร่สงสัยว่าแซนวิชไส้หมูหยองของผึ้งน้อยเบเกอรี่ เมื่อนำหมูหยองไปละลายน้ำแล้วคล้ายกับฝ้าย โดยคลิปดังกล่าวเผยแพร่ทางโซเซียลมีเดียตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ซึ่งบริษัทผึ้งน้อยเบเกอรี่ฯรีบตรวจสอบทุกกระบวนการขั้นตอน แล้วไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ช้างเผือก พร้อมกับห้ามไม่ให้นำไปแชร์กันต่อๆไป เนื่องจากไม่เป็นความจริง ทำให้ได้รับความเสียหาย
 นายรัตน์ ปาละพงศ์ กล่าวว่า ผึ้งน้อยเบเกอรี่เปิดกิจการมากว่า 30 ปี เริ่มจากร้านเล็กๆถนนมูลเมืองตรงข้ามพณิชยการเชียงใหม่ โดยได้รับการอุปถัมภ์จากนายธวัช ตันตรานนท์ ประธานห้างตันตราภัณฑ์ขณะนั้นให้นำขึ้นห้าง ต่อมากิจการก้าวหน้า จึงย้ายมาอยู่ในซอยหลิ่งกอก การผลิตเริ่มจากเครื่องมือราคา 450 บาทมาจนถึงปัจจุบันเครื่องมือบางตัวมีราคากว่า 6 ล้านบาท มีพนักงานนับพันคน และสาขาเครือข่ายทั่วภาคเหนืออีก 40 แห่ง ตั้งแต่เชียงใหม่ แม่สาย จนถึงพิษณุโลก ความก้าวหน้าของผึ้งน้อยในวันนี้จึงมุ่งสู่มาตรฐานสากล เพื่อจำหน่ายไปทั่วโลก ขณะเดียวกันด้านการบริหารก็ประสบความสำเร็จ ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยมหิดล และนิด้า เชิญนางผ่องพรรณ ปาละพงศ์ “แม่ผึ้ง” ไปบรรยายถึงการนำ “ศาสตร์พระราชา” ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้บริหาร จึงมั่นใจได้ว่าทุกกระบวนการของผึ้งน้อยเบเกอรี่ เต็มไปด้วยความใส่ใจ และผู้บริโภคไว้วางใจได้
 นางรัตนา ปาละพงศ์ กล่าวถึงกระบวนการผลิตว่า ตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งต่างๆ ต้องให้ได้คุณภาพมาตรฐาน ฝ่ายสโตร์รับวัตถุดิบมาตรวจสอบ ฝ่ายผลิตตรวจสอบก่อนนำไปผลิต เมื่อผลิตแล้วยังตรวจสอบคุณภาพ ทั้งคิวเอ คิวซี.ทุกขั้นตอนไม่มีแม้กระทั่งสิ่งปนเปื้อนในอาหาร นอกจากนั้นยังพัฒนากระบวนการทางวิชาการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรับประกันถึงคุณภาพของผึ้งน้อยเบเกอรี่ ที่มุ่งสู่มาตรฐานสากล จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนำสิ่งแปลกปลอมมาใช้หรือใส่ในผลิตภัณฑ์ สำหรับหมูหยองที่นำมาใช้ก็สั่งจากซัพพลายเออร์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP และ HACCP ที่ผู้ผลิตระดับโอทอป 5 ดาวจากสมุทรปราการส่งมาให้ โดยปกติการรับวัตถุดิบเข้ามาหากตรวจสอบไม่มีคุณภาพก็จะส่งกลับทุกรายการ แต่กรณีหมูหยองยังไม่พบความผิดปกติใดๆ
 ทางด้านการดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่คลิปหมูหยองสำลี นางรัตนา กล่าวว่า หลังจากไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ช้างเผือก และติดตามผล ขณะนี้ทางตำรวจกำลังติดตามผู้เผยแพร่คลิปนี้อยู่ เบื้องต้นทราบว่าเป็นคนจีน เดินทางมาที่แม่สาย และนำผลิตภัณฑ์ไปทดสอบ โดยก่อนหน้านั้นในประเทศจีนก็มีการนำขนมในประเทศจีนที่มีหมูหยองไปทดสอบกันและสงสัยว่าเป็นสำลี แต่ขอยืนยันว่าของผึ้งน้อยเบเกอรี่ ไม่ใช้วัตถุดิบแปลกปลอมแบบนั้นเด็ดขาด เพราะขั้นตอนที่บริษัทดำเนินการ มีการตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงการกระจายสินค้า รถขนวัตถุดิบเข้ามาก็ต้องสะอาด สินค้าที่ส่งไปยัง 40 จุดก็มีความสะอาดปลอดภัยแน่นอน
 ขณะที่นายพยงศ์ แซ่ลิ้มเจ้าของหมูหยองตราโอชา กล่าวว่า ทำโรงงานหมูหยองมากกว่า 30 ปี ผลิตวันละ 10 ตัน ใช้หมูสดมาต้มแล้วใช้น้ำตาลทรายแดงกับซีอิ้วขาวเป็นส่วนประกอบ กว่าที่ตนจะเป็นผู้จัดส่งหมูหยองให้กับผึ้งน้อยเบเกอรี่ได้ ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด และใช้เวลามาก ส่วนวัตถุดิบของตนก็ยืนยันได้ถึงคุณภาพมาตรฐานไม่มีการนำวัสดุอื่นมาปนเปื้อนเด็ดขาด เพราะได้รับขึ้นทะเบียนเป็นโอทอป 5 ดาว และยังทำแบรนด์เนมของเองในรูปหมูหยองกระป๋องโอชาอีกด้วย ส่วนการที่มีคลิปออกมาว่านำหมูหยองไปล้างน้ำแล้วกลายเป็นสำลีนั้น จะต้องพิสูจน์กันต่อหน้าสื่อ เมื่อนำลงล้างน้ำแล้วสามารถเคี้ยวกินได้ จุดไฟเผาก็มีกลิ่นเนื้อหมู ไม่ใช่กลิ่นไหม้แบบสำลี ในสายตาคนที่ไม่ได้สัมผัส อาจมองเห็นคล้ายสำลี ตรงนี้ที่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน
 ทางด้าน นางปิยฉัตร ใคร้วนิช เบอร์ทันท์ กล่าวว่า สวทช.เข้ามามีส่วนตรงนี้ เพราะทำงานด้านการวิจัย และนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ส่งเสริมงานวิชาการการผลิต เห็นว่าผึ้งน้อยเบเกอรี่เป็น 1 ในตัวอย่างของผู้ประกอบการ SME ที่ผ่านการทดสอบด้านวิทยาศาสตร์ ทำได้ตรงตามมาตรฐานอาหารทุกประการ ส่วนหมูหยองที่สงสัยเป็นสำลี ก็สามารถพิสูจน์ถึงเส้นใยที่แตกต่างกันสิ้นเชิง เพียงแต่มองด้วยสายตาอาจคล้ายกัน แต่เมื่อนำเข้าทดสอบทางเคมีก็จะเห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ผึ้งน้อยยังเป็นผู้ประกอบการตัวอย่างที่มุ่งการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากบริษัทอยู่กลางชุมชน จึงมีการระมัดระวังทั้งด้านการบำบัดน้ำเสีย และสภาพแวดล้อมต่างๆด้วย 
ส่วนนายยุทธนา กล้าผจญ กล่าวว่า การประกอบธุรกิจมีสองด้านที่มักประสบคือ วิกฤต กับโอกาส ตอนนี้ถ้ามองว่าผึ้งน้อยเบเกอรี่กำลังประสบวิกฤตจากการถูกปล่อยคลิปกล่าวหาผิด ๆ ซึ่งเรายืนยันได้ว่าไม่เคยเลยที่จะให้ข้อมูลเท็จหรือนำสิ่งที่ไม่ดีมาใช้ เรายืนยันถึงวัตถุดิบหมูหยองว่าเป็นของแท้ เมื่อเกิดเรื่องขึ้นจึงได้ชี้แจงไปทั้งในเฟสบุ้ก และไลน์แล้ว ผู้อ่านก็รับทราบ และให้กำลังใจเป็นอันมาก ด้านโอกาสนั้น ตนเห็นว่าเกิดขึ้นมาพร้อมกัน จากคนที่ไม่เคยรู้จักผึ้งน้อยก็ได้รู้จัก ว่าอยู่ที่ไหนผลิตอย่างไร แรกๆ ที่กังวลกันว่าจะมีผลเสีย กลับมีผลดีมีคนรู้จัก และเข้าใจ ทั้งยังทำให้สินค้าขายดีขึ้นอีก ตั้งแต่ 26 พฤษภาคมถึง 8 มิถุนายนที่ผ่านมามียอดขายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะแซนวิชหมูหยอง ทางหนึ่งอาจมีคนซื้อไปพิสูจน์ ก็เป็นผลดีเพราะท้าพิสูจน์ได้อยู่แล้ว 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าว ผู้บริหาร และซัพพลายเออร์ผู้ส่งหมูหยองเป็นวัตถุดิบได้นำหมูหยองมาทดลองล้างน้ำ และขยี้จนเห็นเป็นเส้นขาวคล้ายสำลี แต่เมื่อชิมดูเป็นเส้นใยหมู นายพยงค์ แซ่ลิ้มได้บอกเคล็ดลับว่า จะต้องนำหมูสดๆมาต้ม และใส่ส่วนประกอบน้ำตาลกับซีอิ้วขาวลงไปก่อนนำมาฉีก หมูสด 1 กก.เหลือเป็นหมูหยอง 3 ขีด จึงได้หมูหยองคุณภาพ นอกจากนั้นยังได้นำสำลีกับหมูหยองล้างน้ำมาจุดไฟเผาก็มีกลิ่นคนละกลิ่นกันด้วย.
ภาพ:ข่าว  ณริดา  ไชยรัตน์ ทีมข่าว "ที่นี่....เชียงใหม่ " สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น