<<<<<..... ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ ( 20 สิงหาคม 60 )....พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง..................>>>>

สวนสัตว์เชียงใหม่ได้สมาชิกใหม่ กระเรียนหงอนพู่ หรือนกกระเรียนมงกุฏเทา



ยินดีกับความสำเร็จของสวนสัตว์เชียงใหม่ได้สมาชิกใหม่  กระเรียนหงอนพู่ หรือนกกระเรียนมงกุฏเทา จำนวน 2 ตัว เพิ่มขึ้นเป็น 13 ตัว หลังจากเพาะขยายพันธุ์มานาน พร้อมเปิดให้ได้ชมความน่ารักโดยเฉพาะเด็กๆ ช่วงปิดเทอมได้เห็นของจริง ยัง สวนชมนกนครพิงค์นกประจำชาติของประเทศยูกันดา 

นายนิพนธ์ วิชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เผยว่าช่วงสายของวันนี้  ได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ ได้พบลูกนกกระเรียนหงอนพู่ หรือนกกระเรียนมงกุฏเทา  เพิ่มอีก 2 ตัว กำลังอยู่กับพ่อและแม่ อยู่จุดแสดงบริเวณทางเข้าสวนชมนกนครพิงค์ ตรวจสอบ เบื้องต้นสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดีแต่ยังไม่ทราบเพศ นับว่าเป็นเป็นความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์นกกระเรียนหงอนพู่ของสวนสัตว์ เชียงใหม่ใน ทำให้ขณะนี้สวนสัตว์เชียงใหม่มีนกชนิดนี้รวมทั้งสิ้น 13 ตัว จากเดิมมี 11 ตัว โดยจะเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเด็กในช่วงปิดเทอมนี้ เข้าไปชมความน่ารักของลูกนกทั้งสอง และฝูงนกกระเรียนหงอนพู่  บริเวณทางเข้าสวนชมนกนครพิงค์
สำหรับนกกระเรียนหงอนพู่หรือนกกระเรียนมงกุฎเทา (Grey crowned crane) เป็นนกในวงศ์นกกระเรียน พบในทุ่งหญ้าสะวันนาในทวีปแอฟริกาทางใต้ของทะเลทรายซาฮารา ทำรังในพื้นที่เปียกชื้น ไม่ใช่นกอพยพ   ลักษณะลำตัวถือเป็นนกขนาดใหญ่ บนหัวมีหงอนพู่เป็นเส้นตรงสีขาวนวล โคนหงอนอยู่ตรงท้ายทอยเป็นกระจุก ปลายบานออกเป็นทรงกลม หน้าผากถึงโคนจมูกมีขนละเอียดสีดำสนิทเป็นก้อนเหมือนกำมะหยี่ แก้มทั้งสองข้างเป็นหนังสีแดงมีแต้มขาวอยู่ตอนบน คอ หน้าอก หลัง หาง และท้องสีดำปีกครึ่งหน้าสีขาว ครึ่งหลังสีน้ำตาลแดง ปลายปีกดำ ขายาวสีเทาแก่ทั้งสองเพศมีลักษณะคล้ายกัน เพศผู้ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย   นกวัยอ่อนมีสีเทามากกว่านกที่โตเต็มวัย กับมีขนสีน้ำตาลอมเหลืองที่หน้า ด้านพฤติกรรมนั้น มีการจับคู่ผสมพันธุ์ที่ประกอบไปด้วยการเต้นรำ การก้มตัว และการกระโดด มันเปล่งเสียงร้องจากการขยายตัวของถุงลมสีแดงที่คอ ทำให้เสียงร้องของมันต่างจากเสียงคล้ายแตรของนกกระเรียนชนิดอื่น
นอกจากนี้ ยังเป็นนกที่มีสายตาไกล และไวมาก ชอบอยู่เป็นฝูง หากินตามทุ่งกว้างที่มีน้ำและกอหญ้าหรือบึงหนองในป่าที่ห่างไกลผู้คน นกกระเรียนหงอนพู่ต่างกับนกกระเรียนชนิดอื่นตรงที่มันอาจบินไปเกาะตามกิ่ง ไม้สูงๆ การสร้างรังจะสร้างจากหญ้าและพืชอื่นๆ ในพื้นที่ชุ่มน้ำ
 นกกระเรียนมงกุฎเทาวางไข่ครั้งละ 2-5 ฟอง พ่อและแม่ช่วยกันฟักไข่และใช้เวลา 28-31 วันจึงฟักเป็นตัว ลูกนกขนจะขึ้นเต็มที่ใน 56-100 วัน มีความสูงประมาณ 1 เมตร หนัก 3.5 กิโลกรัม ขนลำตัวเป็นสีเทา ปีกมีสีขาวเด่น ที่หัวมีพู่ขนแข็งสีทอง แก้มสีขาวมีถุงลมที่คอสีแดง ปากสั้นสีเทา และขาสีดำ   นกกระเรียนหงอนพู่กินเมล็ดพืช ผัก ผลไม้ หอย ปู ปลา และแมลงต่างๆ ที่ไม่มีกระดูกสันหลังเป็นอาหาร อีกทั้งยังเป็นนกประจำชาติของประเทศยูกันดา ปรากฏอยู่ในธงชาติและตราแผ่นดินด้วย นกกระเรียนมงกุฎเทามี 2 ชนิดย่อยคือ ชนิดย่อยแอฟริกาตะวันออก (B. r. gibbericeps, นกกระเรียนจุก) พบจากทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกถึงประเทศยูกันดา และประเทศเคนยาถึงทางตะวันออกของประเทศแอฟริกาใต้ มันมีพื้นที่หนังเปลือยสีแดงบนหน้าเหนือแต้มสีขาวขนาดใหญ่ใหญ่กว่าอีกชนิดย่อย B. r. regulorum (นกกระเรียนมงกุฎแอฟริกาใต้) พบจากประเทศแองโกลาลงใต้ถึงประเทศแอฟริกาใต้ สำหรับในประเทศไทย นกกระเรียนมงกุฎเทามีจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ นับเป็นความสำเร็จในเวลาหลายปีของการขยายพันธุ์ในครั้งนี้

กมล เครือนิล สำนักข่าว เชียงใหม่อัปเดตนิวส์ รายงาน











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น